คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๖

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องภิกษุนิสิตของพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะ วิธีลงตัชชนียกรรมและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยตัชชนียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยตัชชนียกรรมที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงตัชชนียกรรม ๖ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในตัชชนียกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับตัชชนียกรรม ปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับตัชชนียกรรม วิธีระงับตัชชนียกรรมและกรรมวาจาเรื่องภิกษุเสยยสกะ วิธีลงนิยสกรรมและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยนิยสกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยนิยสกรรมที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงนิยสกรรม ๖ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในนิยสกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับนิยสกรรม ปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับนิยสกรรม วิธีระงับนิยสกรรมและกรรมวาจาเรื่องภิกษุชื่อว่าอัสสชิและปุนัพพสุกะ อุบาสกเล่าเรื่องให้ฟัง วิธีลงปัพพาชนียกรรมและกรรมวาจาลงปัพพาชนียกรรม อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยปัพพาชนียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยปัพพาชนียกรรมที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานจุททสกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงปัพพาชนียกรรม ๑๔ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในปัพพาชนียกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับปัพพาชนียกรรม ปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรม วิธีระงับปัพพาชนียกรรมและกรรมวาจาเรื่องพระสุธรรม พระสุธรรมวิวาทกับจิตตคหบดี วิธีลงปฏิสารณียกรรมและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยปฏิสารณียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยปฏิสารณียกรรมที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานจตุกกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงปฏิสารณียกรรม ๔ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในปฏิสารณียกรรม สงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุสุธรรม วิธีให้พระอนุทูตและกรรมวาจา วิธีขอขมาของภิกษุสุธรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับปฏิสารณียกรรม ปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับปฏิสารณียกรรม วิธีระงับปฏิสารณียกรรมและกรรมวาจาเรื่องภิกษุพระฉันนะ วิธีลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานจตุกกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงปฏิสารณียกรรม ๔ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในปฏิสารณียกรรม สงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุสุธรรม วิธีให้พระอนุทูตและกรรมวาจา วิธีขอขมาของภิกษุสุธรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับปฏิสารณียกรรม ปฏิปัสสัมเภตัพพอัฏฐารสกะ ว่าด้วยองค์ ๑๘ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับปฏิสารณียกรรม วิธีระงับปฏิสารณียกรรมและกรรมวาจาเรื่องภิกษุชื่อฉันนะ วิธีลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๖ หมวด เตจัตตาฬีสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๔๓ ข้อในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ลงโทษและระงับกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ วิธีระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติและกรรมวาจาเรื่องภิกษุอริฏฐะ วิธีลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาปและกรรมวาจา อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาปที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาปที่ชอบธรรม ๑๒ หมวดอากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๖ หมวด เตจัตตาฬีสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๔๓ ข้อในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป สงฆ์ลงโทษและระงับกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป วิธีระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาปและกรรมวาจารวมสาระสำคัญที่มีในกัมมขันธกะ๑. ปาริวาสิกวัตตะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้อยู่ปริวาส วัตร ๙๔ ข้อของภิกษุผู้อยู่ปริวาส รัตติเฉท ว่าด้วยเหตุให้ขาดราตรี ๓ อย่าง ทรงอนุญาตให้เก็บปริวาส วิธีเก็บปริวาส ทรงอนุญาตให้สมาทานปริวาส วิธีสมาทานปริวาส๒. มูลายปฏิกัสสนารหวัตตะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้ควรแก่การชักเข้าหาอาบัติเดิม๓. มานัตตารหวัตตะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้ควรแก่มานัต วัตร ๗๙ ข้อของภิกษุผู้ควรแก่มานัต๔. มานัตตจาริกวัตตะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้ประพฤติมานัต วัตร ๙๔ ข้อของภิกษุผู้ประพฤติมานัต รัตติเฉท ว่าด้วยเหตุให้ขาดราตรี ๔ อย่าง ทรงอนุญาตให้เก็บมานัต วิธีเก็บมานัต ทรงอนุญาตให้สมาทานมานัต วิธีสมาทานมานัต๕. อัพภานารหวัตตะ ว่าด้วยวัตรของภิกษุผู้ควรแก่อัพภาน วัตร ๗๙ ข้อของภิกษุผู้ควรแก่อัพภานรวมเรื่องที่มีในปาริวาสิกขันธกะเรื่องพระอุทายี อัปปฏิจฉันนมานัตตะ ว่าด้วยมานัตเพื่ออาบัติที่ไม่ได้ปิดไว้และกรรมวาจา อัปปฏิจฉันนอัพภาน ว่าด้วยอัพภานสำหรับอาบัติที่ไม่ได้ปิดไว้ วิธีอัพภานและกรรมวาจาเอกาหปฏิจฉันนปริวาส ว่าด้วยปริวาสสำหรับอาบัติที่ปิดไว้วันเดียว วิธีให้ปริวาส และกรรมวาจา เอกาหปฏิจฉันนมานัตตะ ว่าด้วยมานัตสำหรับอาบัติที่ปิดไว้วันเดียว วิธีให้มานัต ๖ ราตรี และกรรมวาจา เอกาหปฏิจฉันนอัพภาน ว่าด้วยอัพภานสำหรับอาบัติปิดไว้วันเดียว วิธีอัพภานและกรรมวาจา ปัญจาหปฏิจฉันนปริวาส ว่าด้วยปริวาสสำหรับอาบัติปิดไว้ ๕ วัน วิธีให้ปริวาสและกรรมวาจาปาริวาสิกมูลายปฏิกัสสนา ว่าด้วยการชักภิกษุผู้อยู่ปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม มานัตตารหมูลายปฏิกัสสนา ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ควรแก่มานัตเข้าหาอาบัติเดิมติกาปัตติมานัตตะ ว่าด้วยมานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว วิธีให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว และกรรมวาจามานัตตจาริกมูลายปฏิกัสสนา ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ประพฤติมานัตเข้าหาอาบัติเดิม วิธีชักเข้าหาอาบัติเดิม และกรรมวาจา วิธีให้มานัตและกรรมวาจาอัพภานารหมูลายปฏิกัสสนา ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ควรแก่อัพภานเข้าหาอาบัติเดิม มูลายปฏิกัสสิตอัพภาน ว่าด้วยอัพภานภิกษุผู้ถูกชักเข้าหาอาบัติเดิม วิธีอัพภาน และกรรมวาจาปักขปฏิจฉันนปริวาส ว่าด้วยปริวาสสำหรับอาบัติที่ปิดไว้ ๑ ปักษ์ วิธีให้ปักขปริวาส และกรรมวาจาปักขปริวาสิกมูลายปฏิกัสสนา ว่าด้วยการชักภิกษุผู้อยู่ปักขปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม วิธีชักเข้าหาอาบัติเดิม และกรรมวาจา สโมธานปริวาส ว่าด้วยสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติตัวก่อนและกรรมวาจา มานัตตารหมูลายปฏิกัสสนาทิ ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ควรแก่มานัตเข้าหาอาบัติเดิมเป็นต้นติกาปัตติมานัตตะ ว่าด้วยมานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว วิธีให้มานัตและกรรมวาจา มานัตตจาริกมูลายปฏิกัสสนาทิ ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ประพฤติมานัตเข้าหาอาบัติเดิมเป็นต้นอัพภานารหมูลายปฏิกัสสนาทิ ว่าด้วยการชักภิกษุผู้ควรแก่อัพภานเข้าหาอาบัติเดิมเป็นต้น ปักขปฏิจฉันนอัพภาน ว่าด้วยอัพภานสำหรับอาบัติที่ปิดไว้ ๑ ปักษ์และกรรมวาจา วิธีอัพภาน และกรรมวาจาอัคฆสโมธานปริวาส, วิธีให้อัคฆสโมธานปริวาส คำขออัคฆสโมธานปริวาส, กรรมวาจาให้อัคฆสโมธานปริวาส๒. ปริวาส ว่าด้วยการอยู่ชดใช้ อัคฆสโมธานปริวาส ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติ และกรรมวาจา สัพพจิรปฏิจฉันนอัคฆสโมธาน ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติที่ปิดไว้นานกว่าอาบัติทั้งหมดเข้าด้วยกันสงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน วิธีให้ปริวาสสำหรับเดือนนอกนี้และกรรมวาจา อยู่ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุผู้ควรแก่มานัตอยู่ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนสุทธันตปริวาส ปริวาสสำหรับอาบัติหลายตัว ปิดไว้หลายคราว วิธีให้สุทธันตปริวาสและกรรมวาจา วิธีให้สุทธันตปริวาส วิธีให้ปริวาสภิกษุอยู่ปริวาสสึก ภิกษุอยู่ปริวาสลดฐานะเป็นสามเณร ภิกษุอยู่ปริวาสวิกลจริต ภิกษุอยู่ปริวาสมีจิตฟุ้งซ่าน ภิกษุอยู่ปริวาสกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ภิกษุอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ภิกษุอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติ ภิกษุอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่สละทิฏฐิบาป ภิกษุควรแก่การชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกภิกษุผู้ควรแก่มานัตสึก ภิกษุผู้ควรแก่มานัตลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น ภิกษุผู้ประพฤติมานัตสึก ภิกษุผู้ประพฤติมานัตลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้นภิกษุผู้ควรแก่อัพภานสึก ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้นภิกษุกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุผู้ควรแก่มานัตต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุผู้ประพฤติมานัตต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุผู้ควรแก่อัพภานต้องอาบัติสังฆาทิเสส๕. มานัตตสตะ ว่าด้วยกรณีตัวอย่างการให้มานัต ๑๐๐ กรณี๖. สมูลายสโมธานปริวาสจตุสตะ ว่าด้วยสโมธานปริวาสกับการชักเข้าหาอาบัติเดิม ๔๐๐ กรณี ๗. ปริมาณาทิวารอัฏฐกะ ว่าด้วยวาระอาบัติมีจำนวนนับได้เป็นต้น ๘ กรณี๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ ว่าด้วยวาระการให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป ๑๑ กรณี๙. มูลายอวิสุทธินวกะ ว่าด้วยความไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ กรณี ๑๐. มูลายวิสุทธินวกะ ว่าด้วยความหมดจดจากอาบัติเดิม ๙ กรณี๑๑. ตติยนวกะ ว่าด้วยความหมดจดจากอาบัติโดยขั้นตอนที่ ๓ รวม ๙ กรณีรวมเรื่องที่มีในสมุจจยขันธกะเรื่องพระฉัพพัคคีย์ ธรรมวาทีและอธรรมวาที กัณหปักขนวกะ ว่าด้วยธรรมฝ่ายดำ ๙ อย่าง สัมมุขาวินัยปฏิรูป สุกกปักขนวกะ ว่าด้วยธรรมฝ่ายขาว ๙ อย่าง สัมมุขาวินัยโดยธรรมเรื่องพระทัพพมัลลบุตร แต่งตั้งเสนาสนปัญญาปกะและภัตตุทเทสกะ วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ภิกษุณีเมตติยาใส่ความพระทัพพมัลลบุตร วิธีให้สติวินัยและกรรมวาจา การให้สติวินัยที่ชอบธรรม ๕ อย่างเรื่องภิกษุชื่อคัคคะ วิธีให้อมูฬหวินัย และกรรมวาจา อมูฬหวินัยไม่ชอบธรรม ๓ กรณี อมูฬหวินัยชอบธรรม ๓ กรณีเรื่องพระฉัพพัคคีย์ ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรมเรื่องภิกษุหลายรูป วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจา การจับสลากที่ไม่ชอบธรรม ๑๐ อย่าง การจับสลากที่ชอบธรรม ๑๐ อย่างเรื่องพระอุปวาฬะ วิธีลงตัสสปาปิยสิกากรรมและกรรมวาจา ตัสสปาปิยสิกากรรมที่ชอบธรรม ๕ อย่างอธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยตัสสปาปยสิกากรรมที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยตัสสปาปิยสิกากรรมที่ชอบธรรม ๑๒ หมวด อากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังที่จะลงตัสสปาปิยสิกากรรม ๖ หมวด อัฏฐารสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๑๘ ข้อในตัสสปาปิยสิกากรรมเรื่องภิกษุก่อความวุ่นวาย พุทธานุญาตให้ระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะ วิธีระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะ และกรรมวาจาเรื่องภิกษุและภิกษุณีวิวาทกัน ๑. วิวาทาธิกรณ์ ๒. อนุวาทาธิกรณ์ ๓. อาปัตตาธิกรณ์ ๔. กิจจาธิกรณ์ วิวาทมูล ๖ อกุศลมูล ๓ กุศลมูล ๓ มูลแห่งอนุวาทาธิกรณ์ อนุวาทมูล ๖ กาย วาจา มูลแห่งอาปัตตาธิกรณ์ มูลแห่งกิจจาธิกรณ์[๒๒๐] วิวาทาธิกรณ์เป็นกุศล อกุศล หรืออัพยากฤต วิวาทาธิกรณ์เป็นกุศลก็มี ฯ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ ๙. อธิกรณวูปสมนสมถะ ว่าด้วยความสงบระงับอธิกรณ์ สัมมุขาวินัย วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง อุพพาหิกายวูปสมนะ ว่าด้วยการระงับอธิกรณ์ด้วยอุพพาหิกวิธี เยภุยยสิกาวินัย ติวิธสลากคาหะ ว่าด้วยการจับสลาก ๓ วิธีสติวินัย อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ อย่าง วิธีให้สติวินัย และกรรมวาจา อมูฬหวินัย คำขออมูฬหวินัย และกรรมวาจา ตัสสปาปิยสิกาวินัย วิธีลงตัสสปาปิยสิกากรรมและกรรมวาจา ปฏิญญาตกรณะ อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง ติณวัตถารกะ วิธีระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะและกรรมวาจา

ศาสนา

อากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๖ หมวด เตจัตตาฬีสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๔๓ ข้อในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ลงโทษและระงับกรรม นัปปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ วิธีระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติและกรรมวาจา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๖ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อากังขมานฉักกะ ว่าด้วยสงฆ์มุ่งหวังจะลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๖ หมวด หมวดที่ ๑

ข้อ ๕๙

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ แก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ คือ ๑. ก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๒. โง่เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก ต้องอาบัติกำหนดไม่ได้ ๓. อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ที่ไม่สมควร ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล หมวดที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. มีสีลวิบัติในอธิสีล ๒. มีอาจารวิบัติในอัชฌาจาร ๓. มีทิฏฐิวิบัติในอติทิฏฐิ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๓ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๒. กล่าวติเตียนพระธรรม ๓. กล่าวติเตียนพระสงฆ์ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล หมวดที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุ ๓ รูป คือ ๑. รูปหนึ่งก่อความบาดหมาง ก่อความทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อ ความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๒. รูปหนึ่งโง่เขลา ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก ต้องอาบัติกำหนดไม่ได้ ๓. รูปหนึ่งอยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ที่ไม่สมควร ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล หมวดที่ ๕ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุอื่นอีก ๓ รูป คือ ๑. รูปหนึ่งมีสีลวิบัติในอธิสีล ๒. รูปหนึ่งมีอาจารวิบัติในอัชฌาจาร ๓. รูปหนึ่งมีทิฏฐิวิบัติในอติทิฏฐิ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๖ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุอื่นอีก ๓ รูป คือ ๑. รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๒. รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระธรรม ๓. รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระสงฆ์ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุ ๓ รูปเหล่านี้แล อากังขมานฉักกะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ เตจัตตาฬีสวัตตะ ว่าด้วยวัตร ๔๓ ข้อ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ

ข้อ ๖๐

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติ พึงประพฤติชอบ การประพฤติชอบในเรื่องนั้น ดังนี้ ๑. ไม่พึงให้อุปสมบท ๒. ไม่พึงให้นิสัย ๓. ไม่พึงใช้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่พึงรับแต่งตั้งเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับแต่งตั้งแล้วก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี ๖. ไม่พึงต้องอาบัติที่เป็นเหตุให้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำ คืนอาบัติอีก ๗. ไม่พึงต้องอาบัติอื่นทำนองเดียวกัน ๘. ไม่พึงต้องอาบัติที่เลวทรามกว่านั้น ๙. ไม่พึงตำหนิกรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑๐. ไม่พึงตำหนิภิกษุผู้ทำกรรม ๑๑. ไม่พึงยินดีการกราบไหว้ของปกตัตตภิกษุ ๑๒. ไม่พึงยินดีการลุกรับของปกตัตตภิกษุ ๑๓. ไม่พึงยินดีการประนมมือของปกตัตตภิกษุ ๑๔. ไม่พึงยินดีสามีจิกรรมของปกตัตตภิกษุ ๑๕. ไม่พึงยินดีการนำอาสนะมาให้ของปกตัตตภิกษุ ๑๖. ไม่พึงยินดีการนำที่นอนมาให้ของปกตัตตภิกษุ ๑๗. ไม่พึงยินดีน้ำล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ ๑๘. ไม่พึงยินดีการตั้งกระเบื้องเช็ดเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ ๑๙. ไม่พึงยินดีการรับบาตรและจีวรของปกตัตตภิกษุ ๒๐. ไม่พึงยินดีการที่ปกตัตตภิกษุถูหลังให้ในคราวอาบน้ำ ๒๑. ไม่พึงใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยสีลวิบัติ ๒๒. ไม่พึงใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาจารวิบัติ ๒๓. ไม่พึงใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยทิฏฐิวิบัติ ๒๔. ไม่พึงใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาชีววิบัติ ๒๕. ไม่พึงยุยงปกตัตตภิกษุให้แตกกัน ๒๖. ไม่พึงใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ ๒๗. ไม่พึงใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างเดียรถีย์ ๒๘. ไม่พึงคบพวกเดียรถีย์ ๒๙. พึงคบพวกภิกษุ ๓๐. พึงศึกษาสิกขาบทของภิกษุ ๓๑. ไม่พึงอยู่ในอาวาสที่มีเครื่องมุงเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ ๓๒. ไม่พึงอยู่ในสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ ๓๓. ไม่พึงอยู่ในอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงเดียวกันกับ ปกตัตตภิกษุ ๓๔. เห็นปกตัตตภิกษุแล้วพึงลุกจากอาสนะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๓๕. ไม่พึงรุกรานปกตัตตภิกษุทั้งข้างในหรือข้างนอกวิหาร ๓๖. ไม่พึงงดอุโบสถแก่ปกตัตตภิกษุ ๓๗. ไม่พึงงดปวารณาแก่ปกตัตตภิกษุ ๓๘. ไม่พึงทำการไต่สวน ๓๙. ไม่พึงเริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๔๐. ไม่พึงขอโอกาสภิกษุอื่น ๔๑. ไม่พึงโจทภิกษุอื่น ๔๒. ไม่พึงให้ภิกษุอื่นให้การ ๔๓. ไม่พึงชักชวนกันก่อความทะเลาะ เตจัตตาฬีสวัตตะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ สงฆ์ลงโทษและระงับกรรม

ข้อ ๖๑

ต่อมา สงฆ์ได้ลงอุกเขปนียกรรมภิกษุฉันนะ เพราะไม่ทำคืนอาบัติ ห้าม สมโภคกับสงฆ์ ภิกษุฉันนะนั้นถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ภิกษุ ฉันนะนั้นได้ออกจากอาวาสนั้นไปสู่อาวาสอื่น พวกภิกษุในอาวาสอื่นนั้นไม่กราบไหว้ ไม่ลุกรับ ไม่ประนมมือ ไม่ทำสามีจิกรรม ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ภิกษุฉันนะนั้นอันพวกภิกษุไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา เป็นผู้ไม่มีใครเชื่อถือ จึงได้เดินทางจากอาวาสนั้นไป สู่อาวาสอื่น แม้พวกภิกษุในอาวาสอื่นนั้นก็ไม่กราบไหว้ ไม่ลุกรับ ไม่ประนมมือ ไม่ทำสามีจิ กรรม ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ภิกษุฉันนะนั้นอันพวกภิกษุไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา เป็นผู้ไม่มีใครเชื่อถือ จึงได้เดินทางจากอาวาสนั้นไป สู่อาวาสอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ แม้พวกภิกษุในอาวาสอื่นนั้นก็ไม่กราบไหว้ ไม่ลุกรับ ไม่ประนมมือ ไม่ทำ สามีจิกรรม ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ภิกษุฉันนะนั้นอันพวกภิกษุ ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา เป็นผู้ไม่มีใครเชื่อถือ จึงต้องหวนกลับ มากรุงโกสัมพีอีกตามเดิม กลับประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง กลับตัวได้แล้ว เข้าไป หาพวกภิกษุบอกว่า “กระผมถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ กลับ ประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง กลับตัวได้แล้ว กระผมจะปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนั้นไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น สงฆ์จงระงับอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุฉันนะ” นัปปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๑

ข้อ ๖๒

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. ให้อุปสมบท ๒. ให้นิสัย ๓. ใช้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. รับแต่งตั้งเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับแต่งตั้งแล้วก็ยังสั่งสอนภิกษุณี ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ต้องอาบัติที่เป็นเหตุให้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติอีก ๒. ต้องอาบัติอื่นทำนองเดียวกัน ๓. ต้องอาบัติที่เลวทรามกว่านั้น ๔. ตำหนิกรรม ๕. ตำหนิภิกษุผู้ทำกรรม ฯลฯ หมวดที่ ๓ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ยินดีการกราบไหว้ของปกตัตตภิกษุ ๒. ยินดีการลุกรับของปกตัตตภิกษุ ๓. ยินดีการประนมมือของปกตัตตภิกษุ ๔. ยินดีสามีจิกรรมของปกตัตตภิกษุ ๕. ยินดีการนำอาสนะมาให้ของปกตัตตภิกษุ ฯลฯ หมวดที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ยินดีการนำที่นอนมาให้ของปกตัตตภิกษุ ๒. ยินดีน้ำล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๔} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๓. ยินดีการตั้งกระเบื้องเช็ดเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ ๔. ยินดีการรับบาตรและจีวรของปกตัตตภิกษุ ๕. ยินดีการที่ปกตัตตภิกษุถูหลังให้ในคราวอาบน้ำ ฯลฯ หมวดที่ ๕ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยสีลวิบัติ ๒. ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาจารวิบัติ ๓. ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยทิฏฐิวิบัติ ๔. ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาชีววิบัติ ๕. ยุยงปกตัตตภิกษุให้แตกกัน ฯลฯ หมวดที่ ๖ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ ๒. ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างเดียรถีย์ ๓. คบพวกเดียรถีย์ ๔. ไม่คบพวกภิกษุ ๕. ไม่ศึกษาสิกขาบทของภิกษุ ฯลฯ หมวดที่ ๗ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. อยู่ในอาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ ๒. อยู่ในสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๕} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๓. อยู่ในอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับ ปกตัตตภิกษุ ๔. เห็นปกตัตตภิกษุแล้วไม่ลุกจากอาสนะ ๕. รุกรานปกตัตตภิกษุทั้งข้างในหรือข้างนอกวิหาร ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล หมวดที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ๑. งดอุโบสถแก่ปกตัตตภิกษุ ๒. งดปวารณาแก่ปกตัตตภิกษุ ๓. ทำการไต่สวน ๔. เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ขอโอกาสภิกษุอื่น ๖. โจทภิกษุอื่น ๗. ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ชักชวนกันก่อความทะเลาะ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ เหล่านี้แล นัปปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ ปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ว่าด้วยองค์ ๔๓ ของภิกษุที่สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๑

ข้อ ๖๓

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ไม่ให้อุปสมบท ๒. ไม่ให้นิสัย ๓. ไม่ใช้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่รับแต่งตั้งเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับแต่งตั้งแล้วก็ไม่สั่งสอนภิกษุณี ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล หมวดที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่ต้องอาบัติที่เป็นเหตุให้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืน อาบัติอีก ๒. ไม่ต้องอาบัติอื่นทำนองเดียวกัน ๓. ไม่ต้องอาบัติที่เลวทรามกว่านั้น ๔. ไม่ตำหนิกรรม ๕. ไม่ตำหนิภิกษุผู้ทำกรรม ฯลฯ หมวดที่ ๓ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่ยินดีการกราบไหว้ของปกตัตตภิกษุ ๒. ไม่ยินดีการลุกรับของปกตัตตภิกษุ ๓. ไม่ยินดีการประนมมือของปกตัตตภิกษุ ๔. ไม่ยินดีสามีจิกรรมของปกตัตตภิกษุ ๕. ไม่ยินดีการนำอาสนะมาให้ของปกตัตตภิกษุ ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่ยินดีการนำที่นอนมาให้ของปกตัตตภิกษุ ๒. ไม่ยินดีน้ำล้างเท้า การตั้งตั่งรองเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ ๓. ไม่ยินดีการตั้งกระเบื้องเช็ดเท้าให้ของปกตัตตภิกษุ ๔. ไม่ยินดีการรับบาตรและจีวรของปกตัตตภิกษุ ๕. ไม่ยินดีการที่ปกตัตตภิกษุถูหลังให้ในคราวอาบน้ำ ฯลฯ หมวดที่ ๕ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยสีลวิบัติ ๒. ไม่ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาจารวิบัติ ๓. ไม่ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยทิฏฐิวิบัติ ๔. ไม่ใส่ความปกตัตตภิกษุด้วยอาชีววิบัติ ๕. ไม่ยุยงปกตัตตภิกษุให้แตกกัน ฯลฯ หมวดที่ ๖ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างคฤหัสถ์ ๒. ไม่ใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างเดียรถีย์ ๓. ไม่คบพวกเดียรถีย์ ๔. คบภิกษุ ๕. ศึกษาสิกขาบทของภิกษุ ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๗ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ๑. ไม่อยู่ในอาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ ๒. ไม่อยู่ในสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับปกตัตตภิกษุ ๓. ไม่อยู่ในอาวาสหรือสถานที่มิใช่อาวาสที่มีเครื่องมุงบังเดียวกันกับ ปกตัตตภิกษุ ๔. เห็นปกตัตตภิกษุแล้วลุกจากอาสนะ ๕. ไม่รุกรานปกตัตตภิกษุทั้งข้างในหรือข้างนอกวิหาร ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แล หมวดที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ๑. ไม่งดอุโบสถแก่ปกตัตตภิกษุ ๒. ไม่งดปวารณาแก่ปกตัตตภิกษุ ๓. ไม่ทำการไต่สวน ๔. ไม่เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ไม่ขอโอกาสภิกษุอื่น ๖. ไม่โจทภิกษุอื่น ๗. ไม่ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ไม่ชักชวนกันก่อความทะเลาะ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๘ เหล่านี้แล ปฏิปัสสัมเภตัพพเตจัตตาฬีสกะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๒๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ วิธีระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติและกรรมวาจา

ข้อ ๖๔

ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติอย่างนี้ คือ ภิกษุฉันนะนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุ ผู้แก่พรรษาทั้งหลาย นั่งกระโหย่ง ประนมมือกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ กระผม ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแล้ว กลับประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง กลับตัวได้ กระผมจึงขอระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ” พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ฯลฯ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุฉันนะนี้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะ ไม่ทำคืนอาบัติแล้ว กลับประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง กลับตัวได้ ขอระงับ อุกเขปนีย กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว พึงระงับอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุฉันนะ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุฉันนะนี้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม เพราะ ไม่ทำคืนอาบัติแล้ว กลับประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง กลับตัวได้ ขอระงับอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ แก่ภิกษุ ฉันนะแล้ว ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุ ฉันนะ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุ ฉันนะนี้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแล้ว กลับประพฤติชอบ หาย เย่อหยิ่ง กลับตัวได้ ขอระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ระงับอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุฉันนะแล้ว ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการระงับอุกเขปนีย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๓๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๗. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุฉันนะ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใด ไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ระงับแก่ภิกษุฉันนะแล้ว สงฆ์เห็นด้วย เพราะเหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้” อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติที่ ๖ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้