รวมสาระสำคัญที่มีในกัมมขันธกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
รวมสาระสำคัญที่มีในกัมมขันธกะ เรื่องภิกษุชื่อปัณฑุกะและชื่อโลหิตกะก่อความบาดหมางเอง ได้เข้าไปหาภิกษุผู้ประพฤติเหมือนกัน แล้วก่อความบาดหมาง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๕๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในกัมมขันธกะ ยิ่งขึ้น ความบาดหมางที่ยังไม่เกิดก็เกิด ที่เกิดแล้วก็ขยายตัวออกไป ภิกษุผู้มักน้อยมีศีลเป็นที่รักพากันตำหนิท่ามกลางบริษัท พระพุทธชินเจ้าผู้ทรงเป็นพระสยัมภูอัครบุคคล ทรงพระสัทธรรม รับสั่งให้ลงตัชชนียกรรมที่กรุงสาวัตถี ตัชชนียกรรมที่เป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ ชอบด้วยวินัย คือ หมวดที่ ๑ ลงลับหลัง ลงโดยไม่สอบถาม ไม่ลงตามปฏิญญา หมวดที่ ๒ ลงเพราะไม่ต้องอาบัติ ลงเพราะอาบัติที่เป็นอเทสนาคามินี ลงเพราะอาบัติที่แสดงแล้ว หมวดที่ ๓ ไม่โจทก่อนแล้วจึงลง ไม่ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ไม่ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง หมวดที่ ๔ ลงลับหลัง ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๕ ลงโดยไม่สอบถาม ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๖ ไม่ลงตามปฏิญญา ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๗ ลงเพราะไม่ต้องอาบัติ ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๘ ลงเพราะอาบัติที่เป็นอเทสนาคามินี ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๕๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในกัมมขันธกะ หมวดที่ ๙ ลงเพราะอาบัติที่แสดงแล้ว ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๑๐ ไม่โจทก่อนแล้วจึงลง ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๑๑ ไม่ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง หมวดที่ ๑๒ ไม่ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง ลงโดยไม่ชอบธรรม สงฆ์แบ่งพวกกันลง นักวินัยพึงทราบฝ่ายถูกตามนัยตรงข้ามกับฝ่ายที่ผิด สงฆ์เมื่อมุ่งหวัง พึงลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุ ๓ จำพวก คือ ๑. ผู้ก่อความบาดหมาง เป็นพาล และคลุกคลีกับคฤหัสถ์ ๒. ผู้วิบัติในอธิสีล ในอัชฌาจาร และในอติทิฏฐิ ๓. ผู้กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ สงฆ์พึงลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุ ๓ รูป คือ ๑. รูปหนึ่งก่อความบาดหมาง เป็นพาล และคลุกคลีกับคฤหัสถ์ ๒. รูปหนึ่งวิบัติในศีล ในอัชฌาจาร และในอติทิฏฐิ ๓. รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ภิกษุถูกสงฆ์ลงตัชชนียกรรมแล้วต้องประพฤติโดยชอบอย่างนี้ คือ ไม่ให้อุปสมบท ไม่ให้นิสัย ไม่ใช้สามเณรอุปัฏฐาก ไม่สั่งสอนภิกษุณี ถึงได้รับแต่งตั้งแล้วก็ไม่สั่งสอน ไม่ต้องอาบัติ นั้นอีก ไม่ต้องอาบัติอื่นทำนองเดียวกันนั้นและที่เลวทรามกว่านั้น ไม่ตำหนิกรรม ไม่ตำหนิภิกษุผู้ทำกรรม ไม่งดอุโบสถและปวารณา แก่ปกตัตตภิกษุ ไม่ทำการสอบถาม ไม่เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๕๔} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในกัมมขันธกะ ไม่ขอโอกาสภิกษุอื่น ไม่โจทภิกษุอื่น ไม่ให้ภิกษุอื่นให้การ และไม่ชักชวนกันก่อความทะเลาะ สงฆ์ไม่พึงระงับตัชชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ให้อุปสมบท ให้นิสัย ใช้สามเณรอุปัฏฐาก สั่งสอนภิกษุณี แม้ได้รับแต่งตั้งแล้วก็ยังสั่งสอน และองค์ ๕ อีกอย่างหนึ่ง คือ ต้องอาบัตินั้น ต้องอาบัติอื่นทำนองเดียวกันนั้น ต้องอาบัติ ที่เลวทรามกว่านั้น ตำหนิกรรม ตำหนิภิกษุผู้ทำกรรม ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ งดอุโบสถ ปวารณา ทำการไต่สวน เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ให้ทำโอกาส โจทภิกษุอื่น ให้ภิกษุอื่นให้การและให้ต่อสู้อธิกรณ์กัน ย่อมไม่พ้นความผิด จากตัชชนียกรรม นักวินัยพึงทราบฝ่ายถูกตามนัยตรงข้ามกับฝ่ายที่ผิดนั้น ภิกษุเสยยสกะโง่เขลา มีอาบัติมากและคลุกคลีกับ คฤหัสถ์ พระสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระมหามุนี รับสั่งให้ลง นิยสกรรม ภิกษุชื่ออัสสชิและชื่อปุนัพพสุกะอยู่ในกีฏาคีรีชนบท ไม่สำรวม ประพฤติไม่สมควรต่างๆ พระสัมพุทธชินเจ้า รับสั่งให้ลงปัพพาชนียกรรมในกรุงสาวัตถี ภิกษุสุธรรมอยู่ประจำในอาวาสของจิตตคหบดี ในเมือง มัจฉิกาสณฑ์ ด่าจิตตอุบาสกด้วยคำหยาบ กระทบชาติกำเนิด พระตถาคตรับสั่งให้ลงปฏิสารณียกรรม ภิกษุฉันนะไม่ปรารถนาจะรู้เห็นอาบัติ พระชินเจ้าผู้อุดม รับสั่งให้ลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติในกรุงโกสัมพี ภิกษุฉันนะไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัตินั้น พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นนายกพิเศษรับสั่งให้ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๕๕} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในกัมมขันธกะ ภิกษุอริฏฐะเกิดทิฏฐิบาปไปเพราะความเขลา พระชินเจ้า รับสั่งให้ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิ นิยสกรรม ปัพพาชนียกรรมและปฏิสารนียกรรมก็เหมือนกัน บทเหล่านี้มีเกินในปัพพาชนียกรรม คือ เล่นคะนอง ประพฤติไม่สมควร(อนาจาร) ลบล้างพระบัญญัติและมิจฉาชีพ เพราะไม่เห็นไม่ทำคืนอาบัติ และไม่สละทิฏฐิบาป บทเหล่านี้มีเกินในปฏิสารณียกรรม คือ มุ่งความไม่มีลาภ กล่าวตำหนิ มีชื่อว่าปัญจกะ ๒ หมวดๆ ละ ๕ แม้ตัชชนียกรรมและนิยสกรรมก็เหมือนกัน ปัพพาชนียกรรม และปฏิสารณียกรรม หย่อนและยิ่งกว่ากัน ๘ ข้อ ๒ หมวด การจำแนกอุกเขปนียกรรม ๓ อย่างก็เช่นเดียวกัน นักวินัยพึงทราบกรรมที่เหลือตามนัยแห่งตัชชนียกรรม กัมมขันธกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๕๖}