คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระเสยยสกะ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๔๓–๖๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑๒๖ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ นิยสกรรม ที่ ๒ เรื่องพระเสยยสกะ

๔๓

ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระเสยยสกะเป็นพาล ไม่ฉลาด มี อาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเล่า ท่านพระเสยยสกะจึงได้เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่เล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค ฯ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม

เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา เสยฺยสโก พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตา ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อายสฺมา เสยฺยสโก พาโล ภวิสฺสติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหริสฺสติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตาติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ

๔๔

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุ เป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุเสยยสกะเป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาท ไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ปกตัตตะ ภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่ จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า ทรงติเตียน ผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของโมฆ- *บุรุษนั้นนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษนั้น จึงได้เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่ สมควร ทั้งที่ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่เล่า การกระทำของโมฆบุรุษนั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... ครั้น แล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น แล สงฆ์จงทำนิยสกรรมแก่ภิกษุเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัยอีก วิธีทำนิยสกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงทำนิยสกรรมอย่างนี้ คือชั้นต้นพึงโจท ภิกษุเสยยสกะ ครั้นแล้วพึงให้เธอให้การ แล้วพึงปรับอาบัติ ครั้นแล้วภิกษุผู้ ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาทำนิยสกรรม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า พระเสยยสกะผู้นี้เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัย อีก นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า พระเสยยสกะผู้นี้เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่ สงฆ์ทำนิยสกรรมแก่ พระเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัยอีก การทำนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัยอีก ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สอง ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า พระเสยยสกะผู้นี้เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาท ไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ทั้งที่ ปกตัตตะภิกษุทั้งหลายให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานอยู่ สงฆ์ทำนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัยอีก การทำนิยสกรรมแก่พระเสยยสกะ คือ ให้กลับถือนิสัยอีก ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สาม ท่านเจ้าข้า ของสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า ... ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด นิยสกรรม อันสงฆ์ทำแล้วแก่พระเสยยสกะ คือ ให้กลับ ถือนิสัยอีก ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วย อย่างนี้ ฯ ลักษณะกรรมไม่เป็นธรรม ๑๒ หมวด หมวดที่ ๑

อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว เสยฺยสโก ภิกฺขุ พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตาติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ ภิกฺขเว ตสฺส โมฆปุริสสฺส อนนุโลมิกํ อปฺปฏิรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ กถํ หิ นาม โส ภิกฺขเว โมฆปุริโส พาโล ภวิสฺสติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหริสฺสติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตา เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ปสนฺนานํ วา ภิยฺโยภาวาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ กโรตุ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพํ ฯ ปฐมํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ สาเรตฺวา อาปตฺติ อาโรเปตพฺพา อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๔๔.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตา ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ กเรยฺย นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๔๔.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตา ฯ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ กโรติ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมสฺส กรณํ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๔.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ เสยฺยสโก ภิกฺขุ พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อปิสฺสุ ภิกฺขู ปกตตฺตา ปริวาสํ เทนฺตา มูลาย ปฏิกสฺสนฺตา มานตฺตํ เทนฺตา อพฺเภนฺตา ฯ สงฺโฆ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ กโรติ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมสฺส กรณํ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๔.๔} ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ฯเปฯ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๔.๕} กตํ สงฺเฆน เสยฺยสกสฺส ภิกฺขุโน นิยสฺสกมฺมํ นิสฺสาย เต วตฺถพฺพนฺติ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

๔๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือทำลับหลัง ๑ ไม่สอบถามก่อน แล้วทำ ๑ ไม่ทำตามปฏิญาณ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๒

ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อสมฺมุขา กตํ โหติ อปฺปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ อปฺปฏิญฺญาย กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๔๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ทำเพราะไม่ต้อง อาบัติ ๑ ทำเพราะอาบัติมิใช่เทสนาคามินี ๑ ทำเพราะอาบัติที่แสดงแล้ว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๓

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อนาปตฺติยา กตํ โหติ อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ เทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๔๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ไม่โจทก่อนแล้วทำ ๑ ไม่ให้จำเลยให้การแล้วทำ ๑ ไม่ปรับอาบัติแล้วทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๔

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อโจเทตฺวา กตํ โหติ อสาเรตฺวา กตํ โหติ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๔๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ทำลับหลัง ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๕

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อสมฺมุขา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๔๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือไม่สอบถามก่อนแล้ว ทำ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๖

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อปฺปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือไม่ทำตามปฏิญาณ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๗

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อปฺปฏิญฺญาย กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ทำเพราะไม่ต้อง อาบัติ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี หมวดที่ ๘

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อนาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ทำเพราะอาบัติมิ ใช่เทสนาคามินี ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๙

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ทำเพราะอาบัติที่ แสดงแล้ว ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๑๐

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ เทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ไม่โจทก่อนแล้ว ทำ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๑๑

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อโจเทตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ไม่ให้จำเลยให้การ ก่อนแล้วทำ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ หมวดที่ ๑๒

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อสาเรตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี คือ ไม่ปรับอาบัติแล้ว ทำ ๑ ทำโดยไม่เป็นธรรม ๑ สงฆ์เป็นวรรคทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรมไม่ เป็นธรรม ไม่เป็นวินัย และระงับแล้วไม่ดี ฯ ลักษณะกรรมไม่เป็นธรรม ๑๒ หมวด จบ ----------------------------------------------------- ลักษณะกรรมเป็นธรรม ๑๒ หมวด หมวดที่ ๑

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ อธมฺมกมฺเม ทฺวาทสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๕๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำต่อหน้า ๑ สอบถามก่อนแล้ว ทำ ๑ ทำตามปฏิญาณ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๒

ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ สมฺมุขา กตํ โหติ ปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ ปฏิญฺญาย กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำเพราะต้องอาบัติ ๑ ทำ เพราะอาบัติเป็นเทสนาคามินี ๑ ทำเพราะอาบัติที่ยังไม่ได้แสดง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๓

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ อาปตฺติยา กตํ โหติ เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ อเทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๕๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ โจทก่อนแล้วทำ ๑ ให้ จำเลยให้การก่อนแล้วทำ ๑ ปรับอาบัติแล้วทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๔

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ โจเทตฺวา กตํ โหติ สาเรตฺวา กตํ โหติ อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำต่อหน้า ๑ ทำโดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๕

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ สมฺมุขา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ สอบถามก่อนแล้วทำ ๑ ทำโดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๖

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับแล้ว คือ ทำตามปฏิญาณ ๑ ทำโดย ธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๗

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ปฏิญฺญาย กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำเพราะต้องอาบัติ ๑ ทำ โดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๘

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำเพราะอาบัติเป็น เทสนาคามินี ๑ ทำโดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๙

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ทำเพราะอาบัติยังไม่ได้ แสดง ๑ ทำโดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๑๐

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ อเทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ โจทก่อนแล้วทำ ๑ ทำ โดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๑๑

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ โจเทตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ให้จำเลยให้การก่อนแล้ว ทำ ๑ ทำโดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ หมวดที่ ๑๒

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ สาเรตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ

๖๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เป็นกรรมเป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว คือ ปรับอาบัติแล้วทำ ๑ ทำ โดยธรรม ๑ สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิยสกรรมที่ประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เป็นกรรม เป็นธรรม เป็นวินัย และระงับดีแล้ว ฯ ลักษณะกรรมเป็นธรรม ๑๒ หมวด จบ -----------------------------------------------------

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ นิยสฺสกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ ธมฺมกมฺเม ทฺวาทสกํ นิฏฺฐิตํ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย