คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

๒. ปริวาส ว่าด้วยการอยู่ชดใช้ อัคฆสโมธานปริวาส ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติ และกรรมวาจา สัพพจิรปฏิจฉันนอัคฆสโมธาน ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติที่ปิดไว้นานกว่าอาบัติทั้งหมดเข้าด้วยกัน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๙ ข้อ๑ ฉบับ

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส เทฺวมาสปริวาส ว่าด้วยปริวาสสำหรับอาบัติ ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน

๑๓๘

สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์” ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น เมื่อภิกษุ นั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิด ละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือน กับสงฆ์” ภิกษุนั้นได้บอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย กระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กระผมนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผมแล้ว เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิด ไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้คิดว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึง ขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผม เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ กระผมจะปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น” วิธีให้ปริวาส ๒ เดือน และกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้อย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์ เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ฯลฯ กล่าวอย่างนี้ว่า ๊ท่านผู้เจริญ กระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กระผมนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ กระผมแล้ว เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ กระผมนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ กระผม เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ท่านผู้เจริญ กระผมนั้น จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์” พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ฯลฯ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส

๑๓๙

“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับ สงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุชื่อนี้กำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิด ไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้คิดว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ เรานั้น จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับ สงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว สงฆ์พึงให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิด ไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ เรานั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส ไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือน แก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้น พึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือน สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุ ชื่อนี้ สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้” ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน เทฺวมาสาปริวสิตัพพวิธิ วิธีอยู่ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติปิดไว้ ๒ เดือน

๑๔๐

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุ นั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ เรานั้นได้ขอ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน

๑๔๑

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิด ไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้ อาบัติ ๑ ตัวไม่รู้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่ภิกษุนั้นรู้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่อ อาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส รู้อาบัติแม้ นอกนี้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คืออาบัติ ๑ ตัวรู้ อาบัติ ๑ ตัวไม่รู้ จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่รู้ซึ่งปิด ไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส รู้อาบัติแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่อ อาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ แม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัตินั้น แล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน

๑๔๒

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้ อาบัติ ๑ ตัวระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นขอ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่ระลึกได้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลัง อยู่ปริวาส ระลึกอาบัติแม้นอกนี้ได้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้ อาบัติ ๑ ตัวระลึก ไม่ได้ เรานั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติที่ระลึกได้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้น ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลัง อยู่ปริวาส ระลึกอาบัติแม้นอกนี้ได้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่อ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๔} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส อาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ แม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน

๑๔๓

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจ อาบัติ ๑ ตัวไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่แน่ใจปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาสแน่ใจใน อาบัติแม้นอกนี้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจ อาบัติ ๑ ตัวไม่แน่ใจ เรานั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่แน่ใจ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ นั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส แน่ใจในอาบัติแม้นอกนี้ ไฉน หนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน ภิกษุผู้ควรแก่มานัต

๑๔๔

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่รู้ ภิกษุนั้นขอ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้น ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ ปริวาส ภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๕} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่อ อาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่รู้ ภิกษุ นั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่รู้แต่ปิดไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อม ฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ไม่รู้ปิดไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อม ฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่มานัตเพื่ออาบัติ ๑ ตัว’

๑๔๕

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือนกับสงฆ์ เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อ ภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้ อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัว ระลึกได้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ ภิกษุนั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ระลึกได้แต่ปิดไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ระลึกไม่ได้ปิดไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่มานัต เพื่ออาบัติ ๑ ตัว’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส

๑๔๖

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจแต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อ ภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ภิกษุอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้ อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจแต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้โดยไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือน กับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เภิกษุ นั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่แน่ใจแต่ปิดไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ปิดไว้โดยไม่แน่ใจ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรม ย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่ มานัตเพื่ออาบัติ ๑ ตัว’

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

๒. ปริวาส ว่าด้วยการอยู่ชดใช้ อัคฆสโมธานปริวาส ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติ และกรรมวาจา สัพพจิรปฏิจฉันนอัคฆสโมธาน ว่าด้วยปริวาสประมวลค่าแห่งอาบัติที่ปิดไว้นานกว่าอาบัติทั้งหมดเข้าด้วยกัน