คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๖ · จุลวรรค ภาค ๑

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องภิกษุพวกพระปัณฑุกะและพระโลหิตกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระเสยยสกะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวดเรื่องพระสุธรรมข้อที่สงฆ์จำนง ๔ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระฉันนะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดเรื่องพระอริฏฐะข้อที่สงฆ์จำนง ๖ หมวดหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอยู่ปริวาสเรื่องมูลายปฏิกัสสนารหภิกษุเรื่องมานัตตารหภิกษุเรื่องมานัตตจาริกภิกษุเรื่องอัพภานารหภิกษุหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอุทายีปริวาสวันเดียวสงฆ์ชักเข้าหาอาบัติเดิมสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกำลังประพฤติมานัตต้องอาบัติในระหว่างสงฆ์ให้อัพภานสงฆ์ให้ปักขปริวาสสงฆ์ให้สโมธานปริวาสสงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัวพระอุทายีต้องอันตราบัติอัคฆสโมธานปริวาสปริวาส ๒ เดือนสงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือนสงฆ์ให้สุทธันตปริวาสเรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึกควรมานัตสึกควรอัพภานสึกกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติมานัตหนึ่งร้อยสโมธานปริวาสให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูปภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวดภิกษุหมดจดจากอาบัติหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระฉัพพัคคีย์เรื่องพระทัพพมัลลบุตรเรื่องพระเมตติยะและพระภุมมชกะเรื่องพระคัคคะทำกรรมไม่ตามปฏิญาณระงับอธิกรณ์ด้วยเยภุยยสิกาสงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรมลักษณะกรรมไม่เป็นธรรม ๑๒ หมวดพุทธานุญาตให้ระงับอธิกรณ์ด้วยติณวัตถารกะ วิธีระงับ,…อธิกรณ์อธิกรณ์เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤตอนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ อย่าง

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๔๖๖–๔๗๐พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑๕ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส

ข้อ ๔๖๖อรรถกถา

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปนฺโน โหติ ฯ โส อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก ฯ โส ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ อหํ อาวุโส สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรามิ รตฺติปริยนฺตํ น สรามิ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ เทตุ ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุด อาบัติไม่ได้ ระลึกในที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุนั้น ฯ วิธีให้สุทธันตปริวาส

ข้อ ๔๖๗

เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺโพ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรามิ รตฺติปริยนฺตํ น สรามิ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ ภิกษุ นั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำขอว่าดังนี้:- คำขอสุทธันตปริวาส ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ข้าพเจ้าไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น กะสงฆ์ พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม ฯ

ข้อ ๔๖๘

พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๔๖๘.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ทเทยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๔๖๘.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ เทติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสสฺส ทานํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๖๘.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ทินฺโน สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาโส ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถ- *กรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาให้สุทธันตปริวาส ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุด อาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุด ราตรี เธอขอสุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ ถ้าความ พร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติ เหล่านั้น แก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุด อาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุด ราตรี เธอขอสุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้ สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุมีชื่อนี้ การให้สุทธันต- *ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สอง ... ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สาม ... สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุ มีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส

ข้อ ๔๖๙

เอวญฺจ โข ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ {๔๖๙.๑} อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ {๔๖๙.๒} อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ พึง ให้ปริวาสอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุ ไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรี ไม่ได้ ไม่สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้สุทธันตปริวาส ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีไม่รู้ ที่สุดอาบัติ บางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติ บางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีสงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส ที่สุดอาบัติภิกษุไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติ ระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติสงสัย ในที่สุดราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส ที่สุดอาบัติภิกษุรู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติระลึกได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติไม่สงสัย ในที่สุด ราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่าง ไม่รู้ ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุด ราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้แล ฯ สงฆ์ให้ปริวาส

ข้อ ๔๗๐

กถญฺจ ภิกฺขเว ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ ปริวาโส นิฏฺฐิโต ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุรู้ที่สุด อาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ ไม่สงสัยในที่สุด อาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้ปริวาส ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรี ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้ปริวาส ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีรู้ ที่สุดอาบัติบางอย่าง ระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีไม่สงสัย พึงให้ปริวาส ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างนี้แล ฯ ปริวาส จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย