คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระทัพพมัลลบุตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๕๘๙–๕๙๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ เรื่องพระทัพพมัลลบุตร

๕๘๙

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน- *วิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่านพระทัพพมัลลบุตร มีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต คุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งสาวกจะพึงบรรลุ ท่านได้บรรลุแล้วโดยลำดับทั้งหมด อนึ่ง ท่านไม่มีกรณียกิจอะไรที่ยิ่งขึ้นไป หรือกรณียกิจที่ทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องกลับ สั่งสมอีก ฯ

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมตา ทพฺเพน มลฺลปุตฺเตน ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ โหติ ยงฺกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ สพฺพํ เตน อนุปฺปตฺตํ โหติ นตฺถิ จสฺส กิญฺจิ อุตฺตริ กรณียํ กตสฺส วา ปติจโย ฯ

๕๙๐

ครั้งนั้น ท่านพระทัพพมัลลบุตรหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ได้เกิดความ ปริวิตกแห่งใจอย่างนี้ว่า เราแลมีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต คุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสาวก จะพึงบรรลุ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับทุกอย่าง อนึ่งเล่า เราไม่มีกรณียกิจอะไรที่ยิ่งขึ้นไป หรือกรณียกิจที่เราทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ ต้องกลับมาสั่งสมอีก เราควรทำความช่วยเหลือแก่สงฆ์อย่างไรหนอ ลำดับนั้น ท่านพระทัพพมัลลบุตรได้คิดว่า มิฉะนั้น เราควรแต่งตั้งเสนาสนะ และแจก- *อาหารแก่สงฆ์ ฯ

อถโข อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวญฺเจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ มยา โข ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ ยงฺกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ สพฺพํ มยา อนุปฺปตฺตํ นตฺถิ จ เม กิญฺจิ อุตฺตริ กรณียํ กตสฺส วา ปติจโย กึ นุ โข อหํ สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ กเรยฺยนฺติ ฯ อถโข อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปยฺยํ ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺยนฺติ ฯ

๕๙๑

ครั้นท่านพระทัพพมัลลบุตรออกจากที่เร้นในเวลาเย็น แล้วเข้าไป เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงพุทธสำนัก ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้ กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้า หลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ณ ตำบลนี้ ได้เกิดความวิตกแห่งใจอย่างนี้ว่า ข้าพระพุทธเจ้าแล มีอายุ ๗ ปีนับแต่เกิด ได้ ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัต คุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งสาวกจะบรรลุ ข้าพระพุทธเจ้า ก็ได้บรรลุแล้วโดยลำดับทุกอย่าง อนึ่งเล่า ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีกรณียกิจอะไรที่ยิ่ง ขึ้นไป หรือกรณียกิจที่ข้าพระพุทธเจ้าทำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องกลับสั่งสมอีก ข้าพระ- *พุทธเจ้าควรทำความช่วยเหลือสงฆ์อย่างไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้า นั้นคิดตกลงใจว่า ถ้ากระไร ข้าพระพุทธเจ้าควรแต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหาร แก่สงฆ์ ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนาจะแต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์ พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดีละ ดีละ ทัพพะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงแต่งตั้ง เสนาสนะ และแจกอาหารแก่สงฆ์เถิด ท่านพระทัพพมัลลบุตรทูลรับสนอง พระพุทธานุญาตแล้ว ฯ สมมติภิกษุแต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้น

อถโข อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธ มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวญฺเจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ มยา โข ชาติยา สตฺตวสฺเสน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ ยงฺกิญฺจิ สาวเกน ปตฺตพฺพํ สพฺพํ มยา อนุปฺปตฺตํ นตฺถิ จ เม กิญฺจิ อุตฺตริ กรณียํ กตสฺส วา ปติจโย กึ นุ โข อหํ สงฺฆสฺส เวยฺยาวจฺจํ กเรยฺยนฺติ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปยฺยํ ภตฺตานิ จ อุทฺทิเสยฺยนฺติ อิจฺฉามหํ ภนฺเต สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปตุํ ภตฺตานิ จ อุทฺทิสิตุนฺติ ฯ สาธุ สาธุ ทพฺพ เตนหิ ตฺวํ ทพฺพ สงฺฆสฺส เสนาสนญฺจ ปญฺญาเปหิ ภตฺตานิ จ อุทฺทิสาหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต ภควโต ปจฺจสฺโสสิ ฯ

๕๙๒

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาใน เพราะเหตุเป็น เค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงสมมติทัพพมัลลบุตรให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะ และแจกอาหาร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ เบื้องต้นพึงขอให้ทัพพะรับ ครั้นแล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาสมมติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่ง ของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติท่านพระทัพพมัลลบุตร ให้เป็นผู้แต่งตั้ง เสนาสนะและแจกอาหาร นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติท่านพระทัพพ- *มัลลบุตรให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะและแจกอาหาร การสมมติท่าน พระทัพพมัลลบุตร ให้เป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะและแจกอาหาร ชอบแก่ ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ท่านพระทัพพมัลลบุตร อันสงฆ์สมมติให้เป็นผู้แต่งตั้ง เสนาสนะและแจกอาหารแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรง ความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ

อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ เสนาสนปญฺญาปกญฺจ ภตฺตุทฺเทสกญฺจ สมฺมนฺนตุ ฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว สมฺมนฺนิตพฺโพ ฯ ปฐมํ ทพฺโพ ยาจิตพฺโพ ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ เสนาสนปญฺญาปกญฺจ ภตฺตุทฺเทสกญฺจ สมฺมนฺเนยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ สงฺโฆ อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ เสนาสนปญฺญาปกญฺจ ภตฺตุทฺเทสกญฺจ สมฺมนฺนติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส เสนาสนปญฺญาปกสฺส จ ภตฺตุทฺเทสกสฺส จ สมฺมติ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ สมฺมโต สงฺเฆน อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เสนาสนปญฺญาปโก จ ภตฺตุทฺเทสโก จ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ

๕๙๓

ก็แล ท่านพระทัพพมัลลบุตรอันสงฆ์สมมติแล้ว ย่อมแต่งตั้ง เสนาสนะสำหรับหมู่ภิกษุผู้เสมอกันรวมไว้เป็นพวกๆ คือ ภิกษุเหล่าใดทรงพระสูตร ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้น ไว้แห่งเดียวกันด้วยประสงค์ว่า พวกเธอ จักซักซ้อมพระสูตรกัน ภิกษุเหล่าใดทรงพระวินัย ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุ เหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักวินิจฉัยพระวินัยกัน ภิกษุเหล่าใดเป็นพระธรรมกถึก ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่ง- *เดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอจักสนทนาธรรมกัน ภิกษุเหล่าใดได้ฌาน ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า พวกเธอ จักไม่รบกวนกัน ภิกษุเหล่าใดชอบกล่าวดิรัจฉานกถา มีการบำรุงร่างกายอยู่มาก ท่านก็แต่งตั้งเสนาสนะรวมภิกษุเหล่านั้นไว้แห่งเดียวกัน ด้วยประสงค์ว่า ท่านเหล่านี้ จักอยู่ด้วยความยินดีแม้นี้ ภิกษุเหล่าใดมาในเวลาค่ำคืน ท่านก็เข้าจตุตถฌานมี- *เตโชกสิณเป็นอารมณ์ แล้วแต่งตั้งเสนาสนะสำหรับภิกษุแม้เหล่านั้น ด้วยแสงสว่าง นั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ย่อมแกล้งมาแม้เวลาค่ำ ด้วยประสงค์ว่า พวกเราจักได้ดู อิทธิปาฏิหาริย์ของท่านพระทัพพมัลลบุตร ดังนี้ก็มี ภิกษุเหล่านั้นเข้าไปหาท่านพระทัพพมัลลบุตร แล้วพูดอย่างนี้ว่า พระคุณ- *เจ้าทัพพะ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม ท่านพระทัพพมัลลบุตรถามภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ท่านปรารถนาที่ไหน ผมจะแต่งตั้งที่นั้น ภิกษุเหล่านั้นแกล้งกล่าวอ้างที่ไกลๆ ว่า พระคุณเจ้าทัพพะ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ภูเขาคิชฌกูฏ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะ ให้พวกผมที่เหวสำหรับทิ้งโจร ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่กาฬศิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ถ้ำสัตตบรรณคูหาข้าง ภูเขาเวภาระ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่เงื้อมเขาสัปปโสณฑิกะใกล้ สีตวัน ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ซอกเขาโคมฏะ ขอท่านจงแต่งตั้ง เสนาสนะให้พวกผมที่ซอกเขาติณฑุกะ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ ซอกเขากโปตะ ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผมที่ตโปทาราม ขอท่านจง แต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม ที่ชีวกัมพวัน ขอท่านจงแต่งตั้งเสนาสนะให้พวกผม ที่ มัททกุจฉิมฤคทายวัน ท่านพระทัพพมัลลบุตร จึงเข้าจตุตถฌานมีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ มี องคุลีส่องสว่างเดินนำหน้าภิกษุเหล่านั้นไป แม้ภิกษุเหล่านั้นก็เดินตามหลังท่าน พระทัพพมัลลบุตรไป ด้วยแสงสว่างนั้นแล ท่านพระทัพพมัลลบุตรแต่งตั้ง เสนาสนะสำหรับภิกษุเหล่านั้น โดยชี้แจงอย่างนี้ว่า นี่เตียง นี่ตั่ง นี่ฟูก นี่หมอน นี่ที่ถ่ายอุจจาระ นี่ที่ถ่ายปัสสาวะ นี่น้ำฉัน นี่น้ำใช้ นี่ไม้เท้า นี่ระเบียบกติกา สงฆ์ ควรเข้าเวลานี้ ควรออกเวลานี้ ครั้นแต่งตั้งเสนาสนะเพื่อภิกษุเหล่านั้น เสร็จแล้ว กลับมาสู่พระเวฬุวันวิหารตามเดิม ฯ

สมฺมโต จายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต สภาคานํ สภาคานํ ภิกฺขูนํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ เย เต ภิกฺขู สุตฺตนฺติกา เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ เต อญฺญมญฺญํ สุตฺตนฺตํ สงฺคายิสฺสนฺตีติ เย เต ภิกฺขู วินยธรา เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ เต อญฺญมญฺญํ วินยํ วินิจฺฉินิสฺสนฺตีติ เย เต ภิกฺขู ธมฺมกถิกา เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ เต อญฺญมญฺญํ ธมฺมํ สากจฺฉิสฺสนฺตีติ เย เต ภิกฺขู ฌายิโน เตสํ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ เต อญฺญมญฺญํ น พฺยาพาธิสฺสนฺตีติ เย เต ภิกฺขู ติรจฺฉานกถิกา กายทฬฺหิพหุลา วิหรนฺติ เตสมฺปิ เอกชฺฌํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ อิมายปีเม อายสฺมนฺตา รติยา อจฺฉิสฺสนฺตีติ เยปิ เต ภิกฺขู วิกาเล อาคจฺฉนฺติ เตสมฺปิ เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา เตเนว อาโลเกน เสนาสนํ ปญฺญาเปติ ฯ อปิสฺสุ ภิกฺขู สญฺจิจฺจ วิกาเล อาคจฺฉนฺติ มยํ อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส อิทฺธิปาฏิหาริยํ ปสฺสิสฺสามาติ ฯ {๕๙๓.๑} เต อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทนฺติ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ ฯ เต อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ วเทติ กตฺถ อายสฺมนฺตา อิจฺฉนฺติ กตฺถ ปญฺญาเปมีติ ฯ เต สญฺจิจฺจ ทูเร อปทิสฺสนฺติ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ โจรปฺปปาเต เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ อิสิคิลิปสฺเส กาฬสิลายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ เวภารปสฺเส สตฺตปณฺณคุหายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ สีตวเน สปฺปโสณฺฑิกปพฺภาเร เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ โคมฏกนฺทรายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ติณฺฑุกกนฺทรายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ กโปตกนฺทรายํ เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ตโปทาราเม เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ ชีวกมฺพวเน เสนาสนํ ปญฺญาเปหิ ฯ อมฺหากํ อาวุโส ทพฺพ มทฺทกุจฺฉิมฺหิ มิคทาเย เสนาสนํ ปญฺญาเปหีติ ฯ {๕๙๓.๒} เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา องฺคุลิยา ชลมานาย ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ ฯ เตปิ เตเนว อาโลเกน อายสฺมโต ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺติ ฯ เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ อยํ มญฺโจ อิทํ ปีฐํ อยํ ภิสี อิทํ พิมฺโพหนํ อิทํ วจฺจฏฺฐานํ อิทํ ปสฺสาวฏฺฐานํ อิทํ ปานียํ อิทํ ปริโภชนียํ อยํ กตฺตรทณฺโฑ อิทํ สงฺฆสฺส กติกสณฺฐานํ อิมํ กาลํ ปวิสิตพฺพํ อิมํ กาลํ นิกฺขมิตพฺพนฺติ ฯ เตสํ อายสฺมา ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต เอวํ เสนาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ปุนเทว เวฬุวนํ ปจฺจาคจฺฉติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย