คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

เรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒ ข้อ๑ ฉบับ

เรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัย

๔๓๙

ครั้นท่านพระอานนท์เป็นพระอรหันต์ได้ไปสู่ที่ประชุม ลำดับนั้น ท่าน พระมหากัสสปะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า “ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว ข้าพเจ้าจะสอบ ถามพระวินัยกับท่านพระอุบาลี” ท่านพระอุบาลีจึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมแล้ว ข้าพเจ้าอันท่านพระมหา กัสสปะถามพระวินัย จะได้ตอบต่อไป” ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามท่านท่านพระอุบาลีว่า “ท่านอุบาลี พระ ผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภพระสุทินกลันทบุตร” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะเสพเมถุนธรรม” @เชิงอรรถ : @ กายคตาสติ คือ สติอันไปในกาย กำหนดพิจารณากายนี้ให้เห็นว่า ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ไม่สะอาด @ไม่งาม น่ารังเกียจ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๑. สังคีตินิทาน จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึง บุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้าง ถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงราชคฤห์ ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภพระธนิยกุมภการบุตร” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะเรื่องการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้” จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึง บุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้าง ถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภภิกษุหลายรูป” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะพรากกายมนุษย์” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๑. สังคีตินิทาน จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึง บุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้าง ถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ไว้ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาทั้งหลาย” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม” จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึง บุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้าง อนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ท่านพระมหากัสสปะถามพระวินัยของสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย โดยอุบายนี้เหมือนกัน ท่านพระมหากัสสปะเป็นผู้ถาม ท่านพระอุบาลีเป็นผู้ตอบ เรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม

๔๔๐

ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรม วาจาว่า “ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมแล้ว ข้าพเจ้าจะสอบ ถามพระธรรมกับท่านพระอานนท์” @เชิงอรรถ : @ สงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย คือภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๐}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้

เรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัย