เรื่องพระอชิตะ
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องพระอชิตะ
โดยสมัยนั้นแล พระอชิตะมีพรรษาได้ ๑๐ เป็นผู้สวดปาติโมกข์ แก่สงฆ์ ครั้งนั้น สงฆ์สมมติท่านพระอชิตะให้เป็นผู้ปูอาสนะเพื่อพระเถระทั้งหลาย พระเถระทั้งหลายคิดกันว่า พวกเราจะระงับอธิกรณ์นี้ ณ ที่ไหนหนอ แล้วคิด ต่อไปว่า วาลิการามนี้แล เป็นรมณียสถาน มีเสียงน้อย ไม่มีเสียงเอ็ดอึง ถ้าไฉนพวกเราจะพึงระงับอธิกรณ์นี้ ณ วาลิการาม ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลาย ที่ประสงค์จะวินิจฉัยอธิกรณ์นั้น ได้พากันไปวาลิการาม ฯ สมมติตนเป็นผู้ถามและแก้
เตน โข ปน สมเยน อชิโต นาม ภิกฺขุ ทสวสฺโส สงฺฆสฺส ปาติโมกฺขุทฺเทสโก โหติ ฯ อถโข สงฺโฆ อายสฺมนฺตํปิ อชิตํ สมฺมนฺนติ เถรานํ ภิกฺขูนํ อาสนปญฺญาปกํ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กตฺถ นุ โข มยํ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยามาติ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ อยํ โข วาลิการาโม รมณีโย อปฺปสทฺโท อปฺปนิคฺโฆโส ยนฺนูน มยํ วาลิการาเม อิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยามาติ ฯ อถโข เถรา ภิกฺขู วาลิการามํ อคมํสุ ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุกามา ฯ
ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าพึงถามพระวินัยกะท่านพระสัพพกามี ท่านพระสัพพกามีประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าอันพระเรวตะถามพระวินัยแล้ว จะพึงแก้ ฯ ถามและแก้วัตถุ ๑๐ ประการ
อถโข อายสฺมา เรวโต สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ วินยํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อายสฺมา สพฺพกามี สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ เรวเตน วินยํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ ฯ
ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะถามท่านพระสัพพกามีว่า สิงคิโลณกัปปะ ควรหรือ ขอรับ พระสัพพกามีย้อนถามว่า สิงคิโลณกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การเก็บเกลือไว้ในเขนงโดยตั้งใจว่า จักปรุงในอาหารที่จืดฉัน ควร หรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะอาหารที่ทำการสั่งสม ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๑ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้ จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๑ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
อถโข อายสฺมา เรวโต อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ เอตทโวจ กปฺปติ ภนฺเต สิงฺคิโลณกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส สิงฺคิโลณกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต สิงฺคินา โลณํ ปริหริตุํ ยตฺถ อโลณิกํ ภวิสฺสติ ตตฺถ ปริภุญฺชิสฺสามีติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ สนฺนิธิการกโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ปฐมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ปฐมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. ทวังคุลกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ทวังคุลกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การฉันโภชนะในวิกาล เมื่อตะวันบ่ายล่วงแล้วสององคุลี ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะในเวลาวิกาล ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๒ นี้สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๒ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต ทฺวงฺคุลกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส ทฺวงฺคุลกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ทฺวงฺคุลาย ฉายาย วีติวตฺตาย วิกาเล โภชนํ ภุญฺชิตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วิกาลโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ทุติยํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ทุติยํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. คามันตรกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. คามันตรกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. ภิกษุฉันเสร็จห้ามภัตรแล้วคิดว่า จักเข้าละแวกบ้าน ในบัดนี้ ฉันโภชนะเป็นอนติริตตะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะเป็นอนติริตตะ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๓ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๓ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต คามนฺตรกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส คามนฺตรกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต อิทานิ คามนฺตรํ คมิสฺสามีติ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ โภชนํ ภุญฺชิตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ อนติริตฺตโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ตติยํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ตติยํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. อาวาสกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาวาสกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. อาวาสหลายแห่ง มีสีมาเดียวกัน ทำอุโบสถต่างกัน ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์อุโบสถสังยุต ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะละเมิดวินัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๔ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๔ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต อาวาสกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อาวาสกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต สมฺพหุลา อาวาสา สมานสีมา นานูโปสถํ กาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห อุโปสถสํยุตฺเตติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วินยาติสาเร ทุกฺกฏนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ จตุตฺถํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ จตุตฺถํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. อนุมติกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อนุมติกัปปะนั้น คืออะไร ร. สงฆ์เป็นวรรคทำกรรม ด้วยตั้งใจว่า จักให้ภิกษุที่มาแล้วอนุมัติ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองจัมเปยยกะ ปรากฏในเรื่องวินัย ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติทุกกฏ ในเพราะละเมิดวินัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๕ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๕ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต อนุมติกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อนุมติกปฺโปติ ฯ กปฺเปติ ภนฺเต วคฺเคน สงฺเฆน กมฺมํ กาตุํ อาคเต ภิกฺขู อนุมาเนสฺสามาติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ จมฺเปยฺยเก วินยวตฺถุสฺมินฺติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วินยาติสาเร ทุกฺกฏนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ปญฺจมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ปญฺจมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. อาจิณณกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาจิณณกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การประพฤติวัตรด้วยเข้าใจว่า นี้พระอุปัชฌายะของเราเคยประพฤติมา นี้พระอาจารย์ของเราเคยประพฤติมา ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาจิณณกัปปะบางอย่างควร บางอย่างไม่ควร ขอรับ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๖ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๖ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต อาจิณฺณกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อาจิณฺณกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต อิทํ เม อุปชฺฌาเยน อชฺฌาจิณฺณํ อิทํ เม อาจริเยน อชฺฌาจิณฺณนฺติ อชฺฌาจริตุนฺติ ฯ อาจิณฺณกปฺโป โข อาวุโส เอกจฺโจ กปฺปติ เอกจฺโจ น กปฺปตีติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ฉฏฺฐํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ฉฏฺฐํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. อมถิตกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อมถิตกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. นมสดละความเป็นนมสดแล้ว ยังไม่ถึงความเป็นนมส้ม ภิกษุ ฉันเสร็จ ห้ามภัตรแล้ว จะดื่มนมนั้นอันเป็นอนติริตตะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะอันเป็นอนติริตตะ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๗ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๗ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๗ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต อมถิตกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อมถิตกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ยํ ตํ ขีรํ ขีรภาวํ วิชหิตํ อสมฺปตฺตํ ทธิภาวํ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ ปาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ อนติริตฺตโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ สตฺตมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ สตฺตมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. การดื่มชโลคิ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ชโลคินั้น คืออะไร ขอรับ ร. การดื่มสุราอย่างอ่อนที่ยังไม่ถึงความเป็นน้ำเมา ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองโกสัมพี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะดื่มสุราและเมรัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๘ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๘ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต ชโลคึ ปาตุนฺติ ฯ กา สา อาวุโส ชโลคีติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ยา สา สุรา อสุตา อสมฺปตฺตา มชฺชภาวํ สา ปาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ โกสมฺพิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ อฏฺฐมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ อฏฺฐมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. ผ้าปูนั่งไม่มีชาย ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ที่ต้องตัดเสีย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๙ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๙ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต อทสกํ นิสีทนนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ เฉทนเก ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ นวมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปิทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ นวมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. ทองและเงิน ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เพราะรับทองและเงิน ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๑๐ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๑๐ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
กปฺปติ ภนฺเต ชาตรูปรชตนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ ชาตรูปรชตปฺปฏิคฺคหเณ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ทสมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ทสมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ
ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุ ๑๐ ประการนี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุ ๑๐ ประการนี้ จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ฯ
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิมานิ ทส วตฺถูนิ สงฺเฆน วินิจฺฉิตานิ ฯ อิติปีมานิ ทส วตฺถูนิ อุทฺธมฺมานิ อุพฺพินยานิ อปคตสตฺถุสาสนานีติ ฯ
พระสัพพกามีกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย อธิกรณ์นั่นสงฆ์ชำระแล้ว สงบระงับเรียบร้อยดีแล้ว อนึ่ง ท่านพึงถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะผม แม้ใน ท่ามกลางสงฆ์ เพื่อประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นรู้ทั่วกัน ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะได้ถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะท่านพระสัพพกามี แม้ในท่ามกลางสงฆ์ ท่านพระสัพพกามี อันท่านพระเรวตะถามแล้วๆ ได้วิสัชนา แล้ว ก็ในสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ มีภิกษุ ๗๐๐ รูป ไม่หย่อน ไม่เกิน เพราะ ฉะนั้น การสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ บัณฑิตจึงเรียกว่า แจง ๗๐๐ ดังนี้แล ฯ สัตตสติกขันธกะ ที่ ๑๒ จบ ในขันธกะนี้มี ๒๕ เรื่อง -----------------------------------------------------
นีหตเมตํ อาวุโส อธิกรณํ สนฺตํ วูปสนฺตํ สุวูปสนฺตํ อปิจ มํ ตฺวํ อาวุโส สงฺฆมชฺเฌปิ อิมานิ ทส วตฺถูนิ ปุจฺเฉยฺยาสิ เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยาติ ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ สงฺฆมชฺเฌปิ อิมานิ ทส วตฺถูนิ ปุจฺฉิ ฯ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา สพฺพกามี วิสฺสชฺเชสิ ฯ อิมาย โข ปน วินยสงฺคีติยา สตฺต ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ ฯ ตสฺมายํ วินยสงฺคีติ สตฺตสติกาติ วุจฺจตีติ ฯ สตฺตสติกกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ ทฺวาทสมํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู ปญฺจวีสติ ฯ ------------