เรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจก
สมัยนั้น ภิกษุเจ้าถิ่นในอาวาสใกล้บ้านแห่งหนึ่งไม่ห่างจาก พระนครสาวัตถี เป็นผู้จัดเสนาสนะแก่ภิกษุอาคันตุกะและภิกษุผู้เตรียมเดินทางย่อม ลำบาก ภิกษุเหล่านั้นจึงปรึกษากันว่าท่านทั้งหลาย บัดนี้พวกเรา จัดเสนาสนะ แก่ภิกษุอาคันตุกะและภิกษุผู้เตรียมเดินทาง ย่อมลำบาก เราตกลงจะมอบเสนาสนะ ของสงฆ์ทั้งหมดแก่ภิกษุรูปหนึ่ง เราจักใช้สอยเสนาสนะของเธอ ภิกษุเหล่านั้นได้ มอบหมายเสนาสนะของสงฆ์ทุกๆ อย่าง แก่ภิกษุรูปหนึ่ง ภิกษุอาคันตุกะได้กล่าว คำนี้กะภิกษุเจ้าถิ่นเหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลาย โปรดจัดเสนาสนะให้พวกผม ภิกษุเจ้าถิ่น ตอบว่า เสนาสนะของสงฆ์ไม่มี ขอรับ พวกผมมอบแก่ภิกษุรูปหนึ่งหมดแล้ว ท่านอาคันตุกะ ก็พวกท่านแจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์หรือ ขอรับ เจ้าถิ่น เป็นเช่นนั้น ขอรับ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุ จึงได้แจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์เล่า จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุแจก จ่ายเสนาสนะของสงฆ์ จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า ของที่ไม่ควรแจก ๕ หมวด พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษ เหล่านั้น จึงแจกจ่ายเสนาสนะของสงฆ์เล่า การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของที่ไม่ควรแจกจ่าย ๕ หมวดนี้อันภิกษุ ไม่ควรแจกจ่ายให้ไป แม้สงฆ์คณะหรือบุคคล แจกจ่ายไปแล้วก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใดแจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย ของไม่ควรแจกจ่าย ๕ หมวด อะไรบ้าง คืออาราม พื้นที่อาราม นี้เป็นของ ที่ไม่ควรแจกจ่ายหมวดที่ ๑ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแจกจ่ายให้ไป แม้ แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใดแจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย วิหาร พื้นที่วิหาร นี้เป็นของที่ไม่ควรแจกจ่ายหมวดที่ ๒ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแจกจ่ายให้ไป แม้แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใด แจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย เตียง ตั่ง ฟูก หมอน นี้เป็นของที่ไม่ควรแจกจ่ายหมวดที่ ๓ สงฆ์ก็ดี คณะ ก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแจกจ่ายให้ไป แม้แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใด แจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย หม้อโลหะ อ่างโลหะ กระถางโลหะ กระทะโลหะ มีด ขวาน ผึ่ง จอบ สว่าน นี้เป็นของที่ไม่ควรแจกจ่าย หมวดที่ ๔ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแจกจ่าย ให้ไป แม้แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใดแจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย เถาวัลย์ ไม้ไผ่ หญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย หญ้าสามัญ ดิน เครื่องไม้ เครื่องดิน นี้เป็นของที่ไม่ควรแจกจ่าย หมวดที่ ๕ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควร แจกจ่ายให้ไป แม้แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใดแจกจ่าย ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของที่ไม่ควรแจกจ่ายมี ๕ หมวดนี้แล สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแจกจ่ายให้ไป แม้แจกจ่ายไปแล้ว ก็ไม่เป็นอันแจกจ่าย รูปใด แจกจ่าย ต้องอาบัติถุลลัจจัย ฯ เรื่องภิกษุแบ่งของที่ไม่ควรแบ่ง
เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยา อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ คามกาวาเส อาวาสิกา ภิกฺขู อุปทฺทุตา โหนฺติ อาคนฺตุกคมิกานํ ภิกฺขูนํ เสนาสนํ ปญฺญาเปนฺตา ฯ อถโข เตสํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ เอตรหิ โข มยํ อาวุโส อุปทฺทุตา อาคนฺตุกคมิกานํ ภิกฺขูนํ เสนาสนํ ปญฺญาเปนฺตา หนฺท มยํ อาวุโส สพฺพํ สงฺฆิกํ เสนาสนํ เอกสฺส เทม ตสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺชิสฺสามาติ ฯ เต สพฺพํ สงฺฆิกํ เสนาสนํ เอกสฺส อทํสุ ฯ อาคนฺตุกา เต อาวาสิเก ภิกฺขู เอตทโวจุํ อมฺหากํ อาวุโส เสนาสนํ ปญฺญาเปถาติ ฯ นตฺถาวุโส สงฺฆิกํ เสนาสนํ สพฺพํ อเมฺหหิ เอกสฺส ทินฺนนฺติ ฯ กึ ปน ตุเมฺห อาวุโส สงฺฆิกํ เสนาสนํ วิสฺสชฺเชถาติ ฯ เอวมาวุโสติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ภิกฺขู สงฺฆิกํ เสนาสนํ วิสฺสชฺเชสฺสนฺตีติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู สงฺฆิกํ เสนาสนํ วิสฺสชฺเชนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา สงฺฆิกํ เสนาสนํ วิสฺสชฺเชสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อวิสฺสชฺชิยานิ น วิสฺสชฺเชตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตานิปิ อวิสฺสชฺชิตานิ โหนฺติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๒๙๒.๑} กตมานิ ปญฺจ ฯ อาราโม อารามวตฺถุ อิทํ ปฐมํ อวิสฺสชฺชิยํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตมฺปิ อวิสฺสชฺชิตํ โหติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส วิหาโร วิหารวตฺถุ อิทํ ทุติยํ อวิสฺสชฺชิยํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตมฺปิ อวิสฺสชฺชิตํ โหติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส มญฺโจ ปีฐํ ภิสี พิมฺโพหนํ อิทํ ตติยํ อวิสฺสชฺชิยํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตมฺปิ อวิสฺสชฺชิตํ โหติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส โลหกุมฺภี โลหภาณกํ โลหวารโก โลหกฏาหํ วาสี ผรสุ กุฐารี กุทฺทาโล นิขาทนํ อิทํ จตุตฺถํ อวิสฺสชฺชิยํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตมฺปิ อวิสฺสชฺชิตํ โหติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส วลฺลี เวฬุ มุญฺชํ ปพฺพชํ ติณํ มตฺติกา ทารุภณฺฑํ มตฺติกาภณฺฑํ อิทํ ปญฺจมํ อวิสฺสชฺชิยํ น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตมฺปิ อวิสฺสชฺชิตํ โหติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ อวิสฺสชฺชิยานิ น วิสฺสชฺเชตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตานิปิ อวิสฺสชฺชิตานิ โหนฺติ โย วิสฺสชฺเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติ ฯ
ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระนครสาวัตถีตามพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จจาริกทางกิฏาคิรีชนบท พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป ทั้ง พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะได้ทราบ ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จมาสู่กิฏาคิรีชนบท พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ทั้งพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ท่านทั้งหลายพวกเราตกลงแบ่ง เสนาสนะของสงฆ์ให้หมด เพราะพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะมีความปรารถนา ลามก ไปสู่อำนาจแห่งความปรารถนาอันชั่วช้า พวกเราจะได้ไม่ต้องจัดหาเสนาสนะ ถวายท่าน ภิกษุเหล่านั้นได้แบ่งเสนาสนะของสงฆ์หมดแล้ว ครั้นพระผู้มีพระภาค เสด็จจาริกโดยลำดับ ได้ถึงชนบทกิฏาคิรีแล้ว จึงรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย พวกเธอจงไปหาภิกษุพวกอัสสชิและปุนัพพสุกะแล้วบอกอย่างนี้ว่า ท่าน ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเสด็จมาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป ทั้ง พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ขอท่านจงช่วยจัดหาเสนาสนะถวายพระผู้มีพระ ภาค ภิกษุสงฆ์ และพระสารีบุตรพระโมคคัลลานะ ภิกษุเหล่านั้นรับสนองพระดำรัส แล้วเข้าไปหาภิกษุพวกพระอัสสชิ และพระปุนัพพสุกะ ครั้นแล้วได้แจ้งว่า ท่าน ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเสด็จมาพร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ทั้งพระ สารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ก็แล พวกท่านจงจัดหาเสนาสนะถวายพระผู้มีพระภาค ภิกษุสงฆ์ และพระสารีบุตรพระโมคคัลลานะ ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระ ปุนัพพสุกะตอบว่า ท่านทั้งหลาย เสนาสนะของสงฆ์ไม่มี พวกผมแบ่งกันหมดแล้ว พระผู้มีพระภาคเสด็จมาดีแล้ว พระองค์ทรงพระประสงค์จะประทับในวิหารใด ก็จักประทับในวิหารนั้น พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ มีความปรารถนาลามก ไปสู่อำนาจของความปรารถนาอันชั่วช้า พวกผมจักไม่จัดหาเสนาสนะถวายท่าน ภิ. ท่านทั้งหลาย พวกท่านแบ่งเสนาสนะของสงฆ์หรือ อ. เป็นเช่นนั้น ขอรับ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่าไฉน ภิกษุ พวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะจึงได้แบ่งเสนาสนะของสงฆ์เล่า แล้วกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ... พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุพวกอัสสชิ และปุนัพพสุกะ แบ่งเสนาสนะของสงฆ์ จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า ของที่ไม่ควรแบ่ง ๕ หมวด พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุโมฆ บุรุษเหล่านั้น จึงได้แบ่งเสนาสนะของสงฆ์เล่า การกระทำของโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของที่ไม่ควรแบ่งมี ๕ หมวดนี้ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งไปแล้วก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ของไม่ควรแบ่ง ๕ หมวด อะไรบ้าง คืออาราม พื้นที่อาราม นี้เป็นของไม่ ควรแบ่งหมวดที่ ๑ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแบ่งแม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอัน แบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย วิหาร พื้นที่วิหาร นี้เป็นของไม่ควรแบ่งหมวดที่ ๒ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคล ก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย เตียง ตั่ง ฟูก หมอน นี้เป็นของไม่ควรแบ่งหมวดที่ ๓ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย หม้อโลหะ อ่างโลหะ กระถางโลหะ กระทะโลหะ มีด ขวาน ผึ่ง จอบ สว่าน นี้เป็นของไม่ควรแบ่งหมวดที่ ๔ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย เถาวัลย์ ไม้ไผ่ หญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย หญ้าสามัญ ดิน เครื่องไม้ เครื่องดิน นี้เป็นของไม่ควรแบ่งหมวดที่ ๕ สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคลก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของที่ไม่ควรแบ่ง ๕ หมวดนี้แล สงฆ์ก็ดี คณะก็ดี บุคคล ก็ดี ไม่ควรแบ่ง แม้แบ่งแล้ว ก็ไม่เป็นอันแบ่ง รูปใดแบ่ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย ฯ
อถโข ภควา สาวตฺถิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน กิฏาคิริ เตน จาริกํ ปกฺกามิ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนหิ จ ฯ อสฺโสสุํ โข อสฺสชิ- ปุนพฺพสุกา ภิกฺขู ภควา กิร กิฏาคิรึ อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนหิ จ หนฺท มยํ อาวุโส สพฺพํ สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาเชม ปาปิจฺฉา สารีปุตฺต- โมคฺคลฺลานา ปาปิกานํ อิจฺฉานํ วสํ คตา น มยํ เตสํ เสนาสนํ ปญฺญาเปสฺสามาติ ฯ เต สพฺพํ สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาเชสุํ ฯ {๒๙๓.๑} อถโข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกญฺจรมาโน เยน กิฏาคิริ ตทวสริ ฯ อถโข ภควา สมฺพหุเล ภิกฺขู อามนฺเตสิ คจฺฉถ ตุเมฺห ภิกฺขเว อสฺสชิปุนพฺพสุเก ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทถ ภควา อาวุโส อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนหิ จ ภควโต จ อาวุโส เสนาสนํ ปญฺญาเปถ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานานญฺจาติ ฯ เอวมฺภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อสฺสชิปุนพฺพสุเก ภิกฺขู เอตทโวจุํ ภควา อาวุโส อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนหิ จ ภควโต จ อาวุโส เสนาสนํ ปญฺญาเปถ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานานญฺจาติ ฯ นตฺถาวุโส สงฺฆิกํ เสนาสนํ สพฺพํ อเมฺหหิ ภาชิตํ สฺวาคตํ อาวุโส ภควโต ยสฺมึ วิหาเร ภควา อิจฺฉิสฺสติ ตสฺมึ วิหาเร วสิสฺสติ ปาปิจฺฉา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานา ปาปิกานํ อิจฺฉานํ วสํ คตา น มยํ เตสํ เสนาสนํ ปญฺญาเปสฺสามาติ ฯ กิมฺปน ตุเมฺห อาวุโส สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาชิตฺถาติ ฯ เอวมาวุโสติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาเชสฺสนฺตีติ ฯ {๒๙๓.๒} อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาเชนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา สงฺฆิกํ เสนาสนํ ภาเชสฺสนฺติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อเวภงฺคิยานิ น วิภชิตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตานิปิ อวิภตฺตานิ โหนฺติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ อาราโม อารามวตฺถุ อิทํ ปฐมํ อเวภงฺคิยํ น วิภชิตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตมฺปิ อวิภตฺตํ โหติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส วิหาโร วิหารวตฺถุ อิทํ ทุติยํ อเวภงฺคิยํ น วิภชิตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตมฺปิ อวิภตฺตํ โหติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส มญฺโจ ปีฐํ ภิสี พิมฺโพหนํ อิทํ ตติยํ อเวภงฺคิยํ น วิภชิตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตมฺปิ อวิภตฺตํ โหติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส โลหกุมฺภี โลหภาณกํ โลหวารโก โลหกฏาหํ วาสี ผรสุ กุฐารี กุทฺทาโล นิขาทนํ อิทํ จตุตฺถํ อเวภงฺคิยํ น วิภชิตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตมฺปิ อวิภตฺตํ โหติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส วลฺลี เวฬุ มุญฺชํ ปพฺพชํ ติณํ มตฺติกา ทารุภณฺฑํ มตฺติกาภณฺฑํ อิทํ ปญฺจมํ อเวภงฺคิยํ น วิภชิตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตมฺปิ อวิภตฺตํ โหติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ อเวภงฺคิยานิ น วิภชิตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิภตฺตานิปิ อวิภตฺตานิ โหนฺติ โย วิภเชยฺย อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสาติ ฯ