คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๗ · จุลวรรค ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

วัตรในการอาบน้ำ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องเครื่องประดับต่างชนิดเรื่องทรงห้ามฉันมะม่วงเรื่องภิกษุถูกงูกัดเรื่องภิกษุตัดองค์กำเนิดเรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์เรื่องจีวรเรื่องผ้ากรองน้ำเรื่องที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกายเรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวีเรื่องโพธิราชกุมารเรื่องนางวิสาขา มิคารมารดาเรื่องไม้เท้าเรื่องภิกษุเรอทรงห้ามสั่งสมเครื่องโลหะเครื่องสัมฤทธิ์เรื่องประคดเอวเรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์เรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้าทรงอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ…เรื่องการให้พรเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะประพฤติอนาจารต่างๆพุทธานุญาตเครื่องโลหะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหารพุทธานุญาตบานประตูพุทธานุญาตด้ายพุทธานุญาตไม้สำหรับแขวนเรื่องอนาถบิณฑกคหบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกเรื่องช่างชุนเข็ญใจเรื่องความเคารพอนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนารามเรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้นภิกษุผู้ควรได้รับสมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะเรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่งวินัยกถาเรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจกเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลังมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะพุทธานุญาตภัตรสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องมหานามศากยะและอนุรุทธศากยะเรื่องพระเทวทัตพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์เรื่องอชาตสัตตุกุมารปล่อยช้างนาฬาคิรีเรื่องวัตถุ ๕ ประการพระเทวทัตหาพรรคพวกพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับสังฆราชีผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบายหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอาคันตุกะอาวาสิกวัตรคมิกวัตรภัตตานุโมทนาภัตตัคควัตรปิณฑจาริกวัตรอารัญญกวัตรเสนาสนวัตรชันตาฆรวัตรมูลเหตุวัจจกุฎีวัตรมูลเหตุอุปัชฌายวัตรมูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตรมูลเหตุอาจริยวัตรมูลเหตุอันเตวาสิกวัตรหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอานนทเถระความอัศจรรย์ไม่เคยมีในมหาสมุทร ๘ ประการวิธีงดปาติโมกข์ เรื่องพระฉัพพัคคีย์การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม ไม่ต้องเดือดร้อน…หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีพุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์พุทธานุญาตให้รับอาบัติพุทธานุญาตให้ทำกรรมภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณีเรื่องงดโอวาทรัดสีข้าง แต่งกาย ทาหน้าเป็นต้น ใช้จีวรสีครามล้วนเป็นต้นพินัยกรรมพุทธานุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราวอันตรายิกธรรมของภิกษุณีวัดเงาแดดเป็นต้นเรื่องปวารณางดอุโบสถเป็นต้นเรื่องไปด้วยยานเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีภิกษุณีอยู่ป่าเรื่องภิกษุณีไม่บอกลาสิกขานั่งขัดสมาธิหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระมหากัสสปเถระพระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยพระอานนท์วิสัชนาพระธรรมเรื่องสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์เรื่องพระปุราณเถระพรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตรเรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระเรื่องพระเรวตเถระปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหเถระปริวิตกเรื่องพระอุตตรเถระสงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีถามสมมติภิกษุเป็นพวกปราจีนและปาฐาเรื่องพระอชิตะหัวข้อประจำขันธกะ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องวัตถุ ๕ ประการ

ข้อ ๓๘๓–๓๘๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒๖ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องวัตถุ ๕ ประการ

ครั้งนั้น พระเทวทัตเข้าไปหาพระโกกาลิกะ พระกตโมรกติส- *สกะ พระขัณฑเทวีบุตร พระสมุททัตตะ แล้วได้กล่าวว่า มาเถิดท่านทั้งหลาย พวกเราจักทำสังฆเภท จักรเภท แก่พระสมณโคดม เมื่อพระเทวทัตกล่าวอย่างนี้ แล้ว พระโกกาลิกะได้กล่าวว่า พระสมณโคดมมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พวกเราจักทำสังฆเภท จักรเภท แก่พระสมณโคดมอย่างไรได้ พระเทวทัตกล่าวว่า มาเถิดท่านทั้งหลาย พวกเราจักเข้าไปเฝ้าพระสมณ- *โคดม แล้วทูลขอวัตถุ ๕ ประการว่า พระผู้มีพระภาคตรัสคุณแห่งความเป็นผู้ มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่ สั่งสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย พระพุทธเจ้าข้า วัตถุ ๕ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย ความเป็นผู้สันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สั่งสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ข้าพระพุทธเจ้า ขอประทานพระวโรกาส ภิกษุทั้งหลายพึงถือการอยู่ป่าเป็นวัตรตลอด ชีวิต รูปใดอาศัยบ้านอยู่ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือเที่ยวบิณฑบาต เป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีกิจนิมนต์ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือ ผ้าบังสุกุลเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีคหบดีจีวร รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุ ทั้งหลายพึงถืออยู่โคนไม้เป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดเข้าอาศัยที่มุงที่บัง รูปนั้นพึงต้อง- *โทษ ภิกษุทั้งหลายไม่พึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต รูปใดฉันปลาและเนื้อ รูปนั้น พึงต้องโทษ พระสมณโคดมจักไม่ทรงอนุญาตวัตถุ ๕ ประการนี้ แต่พวกเรานั้น จักให้ประชาชนเชื่อถือวัตถุ ๕ ประการนี้ พระโกกาลิกะกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย พวกเราสามารถเพื่อทำสังฆเภท จักรเภท แก่พระสมณโคดมด้วยวัตถุ ๕ ประการนี้แน่ เพราะมนุษย์ทั้งหลายเลื่อมใส ในความปฏิบัติเศร้าหมอง ฯ ทูลขอวัตถุ ๕ ประการ

ครั้งนั้น พระเทวทัตพร้อมกับบริษัทเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสคุณแห่งความเป็นผู้มักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส ความไม่สั่งสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย พระพุทธเจ้าข้า วัตถุ ๕ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย ความเป็นผู้สันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส ความไม่สั่งสม การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ข้าพระพุทธเจ้า ขอประทานพระวโรกาส ภิกษุทั้งหลายพึงถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ตลอดชีวิต รูปใดอาศัยบ้านอยู่ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือเที่ยว บิณฑบาตเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีกิจนิมนต์ รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุ ทั้งหลายพึงถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดยินดีคหบดีจีวร รูปนั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายพึงถือการอยู่โคนไม้เป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดเข้าอาศัยที่มุงที่บัง รูป นั้นพึงต้องโทษ ภิกษุทั้งหลายไม่พึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต รูปใดฉันปลาและ เนื้อ รูปนั้นพึงต้องโทษ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า อย่าเลย เทวทัต ภิกษุใดปรารถนา ภิกษุนั้น จงถือการอยู่ป่าเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงอยู่ในบ้าน รูปใดปรารถนา จงถือ เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงยินดีกิจนิมนต์ รูปใดปรารถนา จง ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร รูปใดปรารถนา จงยินดีคหบดีจีวร เราอนุญาตโคนไม้เป็น เสนาสนะ ๘ เดือน เราอนุญาตปลาและเนื้อที่บริสุทธิ์โดยส่วนสาม คือ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รังเกียจ ครั้งนั้น พระเทวทัตคิดว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาต วัตถุ ๕ ประการ นี้ จึงร่าเริงดีใจพร้อมกับบริษัทลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำ ประทักษิณ แล้วกลับไป ฯ โฆษณาวัตถุ ๕ ประการ

ต่อมา พระเทวทัตพร้อมกับบริษัทเข้าไปสู่กรุงราชคฤห์แล้ว ประกาศให้ประชาชนเข้าใจวัตถุ ๕ ประการว่า ท่านทั้งหลาย พวกอาตมาเข้าไปเฝ้า พระสมณโคดมทูลขอวัตถุ ๕ ประการว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสคุณ แห่งความเป็นผู้มักน้อย ... การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย พระพุทธเจ้าข้า วัตถุ ๕ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย ... การปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานพระวโรกาส ภิกษุทั้งหลายพึงถืออยู่ ป่าเป็นวัตรตลอดชีวิต รูปใดอาศัยบ้านอยู่ รูปนั้นพึงต้องโทษ ... ภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต รูปใดฉันปลาและเนื้อ รูปนั้นพึงต้องโทษ วัตถุ ๕ ประการนี้ พระสมณโคดมไม่ทรงอนุญาต แต่พวกอาตมาสมาทานประพฤติตาม วัตถุ ๕ ประการนี้ ฯ

บรรดาประชาชนเหล่านั้น พวกที่ไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไร้ปัญญา กล่าวอย่างนี้ว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ เป็นผู้กำจัด มีความ ประพฤติขัดเกลา ส่วนพระสมณโคดมประพฤติมักมาก ย่อมคิดเพื่อความมักมาก ส่วนพวกที่มีศรัทธา เลื่อมใส เป็นผู้ฉลาด มีปัญญา ย่อมเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระเทวทัตจึงได้พยายามเพื่อทำลายสงฆ์ เพื่อทำลายจักรเล่า ภิกษุทั้งหลายได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระเทวทัตจึงได้พยายามเพื่อทำ ลายสงฆ์ เพื่อทำลายจักร แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรเทวทัต ข่าวว่า เธอพยายาม เพื่อทำลายสงฆ์ เพื่อทำลายจักร จริงหรือ พระเทวทัตทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อย่าเลย เทวทัต เธออย่าชอบใจการทำลายสงฆ์ เพราะการทำลายสงฆ์มีโทษหนักนัก ผู้ใดทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันย่อมประสพ- *โทษตั้งกัป ย่อมไหม้ในนรกตลอดกัป ส่วนผู้ใดสมานสงฆ์ผู้แตกกันแล้วให้พร้อม เพรียงกัน ย่อมประสพบุญอันประเสริฐ ย่อมบันเทิงในสวรรค์ตลอดกัป อย่า เลย เทวทัต เธออย่าชอบใจการทำลายสงฆ์เลย เพราะการทำลายสงฆ์มีโทษ หนักนัก ฯ

ครั้งนั้นเป็นเวลาเช้า ท่านพระอานนท์นุ่งอันตรวาสก ถือบาตร จีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ พระเทวทัตได้พบท่านพระอานนท์กำลังเที่ยว- *บิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ จึงเข้าไปหาท่านพระอานนท์ แล้วได้กล่าวว่า ท่าน อานนท์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจักทำอุโบสถ จักทำสังฆกรรม แยกจากพระผู้มี พระภาค แยกจากภิกษุสงฆ์ ครั้นท่านพระอานนท์เที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ แล้ว เวลาปัจฉาภัตร กลับจากบิณฑบาตเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคม นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วจึงกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า เมื่อเช้านี้ ข้าพระพุทธเจ้านุ่งอันตรวาสก ถือบาตร และจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ พระเทวทัตพบข้าพระพุทธเจ้ากำลังเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ แล้วเข้ามาหา ข้าพระพุทธเจ้า ครั้นแล้วกล่าวว่า ท่านอานนท์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจักทำ อุโบสถ จักทำสังฆกรรม แยกจากพระผู้มีพระภาค แยกจากภิกษุสงฆ์ วันนี้ พระเทวทัตจักทำลายสงฆ์ พระพุทธเจ้าข้า ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเรื่องนั้นแล้ว ทรงเปล่งอุทานในเวลา นั้น ว่าดังนี้:-

ความดี คนดีทำง่าย ความดี คนชั่วทำยาก ความชั่ว คนชั่วทำง่าย แต่อารยชน ทำความชั่วได้ยาก ฯ ทุติยภาณวาร จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย