ถืออยู่ป่าเป็นต้น
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ธุดงควรรคที่ ๖ ถืออยู่ป่าเป็นต้น
อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่ามีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่านี้มี ๕ จำพวก. ๕ จำพวก อะไรบ้าง? คือ:- ๑. เพราะเป็นผู้เขลา งมงาย จึงถืออยู่ป่า ๒. เป็นผู้มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ จึงถืออยู่ป่า ๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถืออยู่ป่า ๔. เพราะเข้าใจว่า พระพุทธเจ้า สาวกของพระพุทธเจ้า สรรเสริญ จึงถืออยู่ป่า ๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา ความเงียบสงัด และเพราะอาศัย ความเป็นแห่งการอยู่ป่ามีประโยชน์ ด้วยความปฏิบัติงามนี้ จึงถืออยู่ป่า ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่ามี ๕ จำพวก นี้แล. อุ. ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาต มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือผ้าบังสุกุล มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่โคนไม้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าช้า มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ในที่แจ้ง มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือทรงผ้า ๓ ผืน มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือเที่ยวตามแถว มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือการนั่ง มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้ มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือนั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียว มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือการห้ามภัตรที่เขานำมาถวายเมื่อภายหลัง มีเท่าไรหนอแล พระพุทธ เจ้าข้า? ... อุ. ภิกษุผู้ถือการฉันเฉพาะในบาตร มีเท่าไรหนอแล พระพุทธเจ้าข้า? พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรนี้มี ๕ จำพวก. ๕ จำพวกอะไรบ้าง? คือ:- ๑. เพราะเป็นผู้เขลา งมงาย จึงถือฉันเฉพาะในบาตร ๒. เพราะผู้มีความปรารถนาลามก อันความปรารถนาครอบงำ จึงถือฉันเฉพาะในบาตร ๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถือฉันเฉพาะในบาตร ๔. เพราะเข้าใจว่า พระพุทธเจ้า สาวกของพระพุทธเจ้าสรรเสริญ จึงถือฉันเฉพาะ ในบาตร ๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ขัดเกลา ความเงียบสงัด และอาศัยความ เป็นแห่งการฉันเฉพาะในบาตร มีประโยชน์ด้วยความปฏิบัติงามนี้ จึงถึงฉันเฉพาะในบาตร ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรมี ๕ จำพวก นี้แล. ธุดงควรรคที่ ๖ จบ ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำวรรค
กติ นุ โข ภนฺเต อารญฺญกาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ อารญฺญกา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อารญฺญโก โหติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อารญฺญโก โหติ อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อารญฺญโก โหติ วณฺณิโต พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหีติ อารญฺญโก โหติ อปิจ อปฺปิจฺฉญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย อารญฺญโก โหติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ อารญฺญกาติ ฯ กติ นุ โข ภนฺเต ปิณฺฑปาติกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต ปํสุกูลิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต รุกฺขมูลิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต โสสานิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต อพฺโภกาสิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต เตจีวริกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต สปทานจาริกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต เนสชฺชิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต ยถาสนฺถติกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต เอกาสนิกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต ขลุปจฺฉาภตฺติกาติ ... กติ นุ โข ภนฺเต ปตฺตปิณฺฑิกาติ ฯ ปญฺจิเม อุปาลิ ปตฺตปิณฺฑิกา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ วณฺณิโต พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหีติ ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ อปิจ อปฺปิจฺฉญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ ฯ อิเม โข อุปาลิ ปญฺจ ปตฺตปิณฺฑิกาติ ฯ ธูตงฺควคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ ตสฺสุทฺทานํ
ถืออยู่ป่า ๑ ถือเที่ยวบิณฑบาต ๑ ถือทรงผ้าบังสุกุล ๑ ถืออยู่โคนไม้ ๑ ถืออยู่ป่าช้าเป็นที่ครบห้า ๑ ถืออยู่ในที่กลางแจ้ง ๑ ถือทรงผ้า ๓ ผืน ๑ ถือเที่ยวตามแถว ๑ ถือการนั่ง ๑ ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้ ๑ ถือนั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียว ๑ ถือห้ามภัตรที่ เขานำมาถวายเมื่อภายหลัง ๑ ถือฉันเฉพาะในบาตร ๑. -----------------------------------------------------
อารญฺญโก ปิณฺฑิปํสุ รุกฺขสุสานปญฺจมํ อพฺโภเตจีวรญฺเจว สปทานเนสชฺชิกา สนฺถเตกาสนญฺเจว ขลุปจฺฉาปตฺตปิณฺฑิกาติ ฯ