เสทโมจนคาถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร เสทโมจนคาถา
เสทโมจนคาถา
บุคคลไม่มีสังวาสกับภิกษุและภิกษุณี การสมโภคบางอย่าง อันภิกษุและภิกษุณีย่อม ไม่ได้ในบุคคลนั้น ไม่ต้องอาบัติ เพราะไม่อยู่ปราศ ปัญหาข้อนี้ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อสํวาโส ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหิ จ สมฺโภโค เอกจฺโจ ตหึ น ลพฺภติ อวิปฺปวาเสน อนาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ครุภัณฑ์ ๕ อย่าง อันพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสว่า ไม่เป็นอาบัติ แก่ ภิกษุผู้จำหน่าย ผู้ใช้สอย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อวิสฺสชฺชิตํ อเวภงฺคิยํ ปญฺจ วุตฺตา มเหสินา วิสฺสชฺชนฺตสฺส ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ข้าพเจ้าไม่กล่าวถึง บุคคล ๑๐ จำพวก เว้นบุคคล ๑๑ จำพวกเสีย ภิกษุไหว้ผู้แก่กว่า ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ทส ปุคฺคเล น วทามิ เอกาทส วิวชฺชิย วุฑฺฒํ วนฺทนฺตสฺส อาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่ใช่ผู้ถูกยกวัตร ไม่ใช่ผู้อยู่ปริวาส ไม่ใช่ผู้ทำลายสงฆ์ และไม่ใช่ผู้หลีกไปเข้า รีด ตั้งอยู่ในภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกัน ไฉนจึงไม่ทั่วไปแก่สิกขา ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาด ทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น อุกฺขิตฺตโก น จ ปน ปาริวาสิโก น สงฺฆภินฺโน น จ ปน ปกฺขสงฺกนฺโต สมานสํวาสกภูมิยา ฐิโต กถํ นุ สิกฺขาย อสาธารโณ สิยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลเข้าถึงธรรม ไต่ถามกุศลที่ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่ผู้เป็นอยู่ ไม่ใช่ผู้ตาย ไม่ใช่ผู้นิพพาน ท่านผู้รู้ทั้งหลายเรียกบุคคลนั้นว่าอย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย คิดกันแล้ว.
อุเปติ ธมฺมํ ปริปุจฺฉมาโน กุสลํ อตฺถุปสญฺหิตํ น ชีวติ น มโต น นิพฺพุโต ฯ ตํ ปุคฺคลํ กตมํ วทนฺติ พุทฺธา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่พูดถึงอวัยวะเหนือรากขวัญขึ้นไป เว้นอวัยวะใต้สะดือลงมา ภิกษุพึงต้องอาบัติ ปาราชิกเพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัยได้อย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุพฺภกฺขเก น วทามิ อโธนาภึ วิวชฺชิย เมถุนธมฺมปจฺจยา กถํ ปาราชิโก สิยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ไม่ได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินประมาณ มีผู้จองไว้ หาชานรอบมิได้ ไม่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรติ อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกนฺตํ สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อนาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ให้สงฆ์แสดงพื้นที่แล้วได้ประมาณ ไม่มีผู้จอง มีชาน รอบ แต่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่ประพฤติประโยคอะไรทางกาย และไม่พูดกะคนอื่นๆ ด้วยวาจา แต่ต้องอาบัติหนัก ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความขาด ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น กายิกํ กิญฺจิ ปโยคมาจเร น จาปิ วาจาย ปเร ภเณยฺย อาปชฺเชยฺย ครุกํ เฉชฺชวตฺถุํ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
สัตบุรุษ ไม่ทำความชั่วอะไรทางกายและทางวาจา แม้ทางใจผู้นั้นถูกสงฆ์นาสนะแล้ว ชื่อว่าถูกนาสนะด้วยดี เพราะเหตุไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น กายิกํ วาจสิกญฺจ กิญฺจิ มนสาปิ สนฺโต น กเรยฺย ปาปํ โส นาสิโต กินฺติ สุนาสิโต ภเว ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่เจรจากับมนุษย์ไรๆ ด้วยวาจา และไม่กล่าวถ้อยคำกะผู้อื่น แต่ต้องอาบัติทาง วาจา มิใช่ทางกาย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อนาลปนฺโต มนุเชน เกนจิ วาจา คิรํ โน จ ปเร ภเณยฺย อาปชฺเชยฺย วาจสิกํ น กายิกํ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
สิกขาบท อันพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพรรณนาไว้แล้ว สังฆาทิเสส ๔ สิกขาบท ภิกษุณีต้องทั้งหมด ด้วยประโยคเดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สิกฺขาปทา พุทฺธวเรน วณฺณิตา สงฺฆาทิเสสา จตุโร ภเวยฺยุํ อาปชฺเชยฺย เอกปฺปโยเคน สพฺเพ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณี ๒ รูป อุปสมบทแต่สงฆ์ฝ่ายเดียว ภิกษุรับจีวรแต่มือของภิกษุณี ๒ รูป ต้อง อาบัติต่างกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุโภ เอกโต อุปสมฺปนฺนา อุภินฺนํ หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย สิยา อาปตฺติโย นานา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุ ๔ รูปชวนกันไปลักครุภัณฑ์ ๓ รูป เป็นปาราชิก รูป ๑ ไม่เป็นปาราชิก ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
จตุโร ชนา สํวิธาย ครุภณฺฑํ อวหรุํ ตโย ปาราชิกา เอโก น ปาราชิโก ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
สตรีอยู่ข้างใน ภิกษุอยู่ข้างนอก ช่องไม่มีในเรือนนั้น ภิกษุจะพึงต้องอาบัติปาราชิก เพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัยได้อย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้วฯ
อิตฺถี จ อพฺภนฺตเร สิยา ภิกฺขุ จ พหิทฺธา สิยา ฉิทฺทํ ตสฺมึ ฆเร นตฺถิ เมถุนธมฺมปจฺจยา กถํ ปาราชิโก สิยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุรับประเคนน้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย และเนยใสด้วยตนเองแล้วเก็บไว้ เมื่อยังไม่ ล่วงสัปดาห์ เมื่อปัจจัยมีอยู่ฉัน ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
เตลํ มธุํ ผาณิตญฺจาปิ สปฺปึ สามํ คเหตฺวาน นิกฺขิเปยฺย อวีติวตฺเต สตฺตาเห สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ อาบัติสุทธิกปาจิตตีย์ ภิกษุต้องพร้อมกัน ปัญหาข้อนี้ ท่าน ผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
นิสฺสคฺคิเยน อาปตฺติ สุทฺธเกน ปาจิตฺติยํ อาปชฺชนฺตสฺส เอกโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุ ๒๐ รูป มาประชุมกันสำคัญว่าพร้อมเพรียงจึงทำกรรม ภิกษุอยู่ในที่ ๑๒ โยชน์ พึงยังกรรมนั้นให้เสียได้เพราะปัจจัยคือเป็นวรรค ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขู สิยา วีสติยา สมาคตา กมฺมํ กเรยฺยุํ สมคฺคสญฺญิโน ภิกฺขุ สิยา ทฺวาทสโยชเน ฐิโต กมฺมญฺจ ตํ กุปฺเปยฺย วคฺคปจฺจยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุต้องครุกาบัติล้วน ๖๔ ที่ทำคืนได้ ด้วยอาการเพียงย่างเท้า และด้วยกล่าววาจา คราวเดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ปทวีติหารมตฺเตน วาจาย ภณิเตน จ สพฺพานิ ครุกานิ สปฺปฏิกมฺมานิ จตุสฏฺฐิ อาปตฺติโย อาปชฺเชยฺย เอกโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุนุ่งผ้าอันตรวาสก ห่มผ้าสังฆาฏิ ๒ ชั้น ผ้าทั้งหมดนั้นเป็นนิสสัคคีย์ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
นิวตฺโถ อนฺตรวาสเกน ทิคุณํ สงฺฆาฏึ ปารุโต สพฺพานิ ตานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ ฯ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ญัตติก็ไม่ใช่ กรรมวาจาก็ไม่เชิง และพระชินเจ้า ก็ไม่ได้ตรัสว่า เอหิภิกขุแม้สรณคมน์ ก็ไม่มีแก่เธอ แต่อุปสัมปทาของเธอไม่เสีย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น จาปิ ญตฺติ น จ ปน กมฺมวาจา น เจหิภิกฺขูติ ชิโน อโวจ สรณคมนมฺปิ น ตสฺส อตฺถิ อุปสมฺปทา จสฺส อกุปฺปา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลผู้โฉดเขลา ฆ่าสตรีซึ่งมิใช่มารดา และฆ่าบุรุษซึ่งมิใช่บิดา ฆ่าบุคคลผู้มิใช่อริยะ แต่ต้องอนันตริยกรรมเพราะเหตุนั้น ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อิตฺถึ หเน น มาตรํ ปุริสญฺจ น ปิตรํ หเน หเนยฺย อนริยํ มนฺโท เตน จานนฺตรํ ผุเส ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลผู้โฉดเขลา ฆ่าสตรีผู้เป็นมารดา ฆ่าบุรุษผู้เป็นบิดา ครั้นฆ่าบิดามารดาแล้ว แต่ไม่ต้องอนันตริยกรรมเพราะโทษนั้น ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อิตฺถึ หเน จ มาตรํ ปุริสญฺจ ปิตรํ หเน มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา น เตนานนฺตรํ ผุเส ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่โจท ไม่สอบสวน แล้วทำกรรมแก่บุคคลผู้อยู่ลับหลัง และกรรมที่ทำแล้วเป็น อันทำชอบแล้ว ทั้งการกสงฆ์ไม่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อโจทยิตฺวา อสารยิตฺวา อสมฺมุขีภูตสฺส กเรยฺย กมฺมํ กตญฺจ กมฺมํ สุกตํ ภเวยฺย การโก จ สงฺโฆ อนาปตฺติโก สิยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุโจท สอบสวนแล้ว ทำกรรมแก่บุคคลผู้อยู่ต่อหน้า และกรรมที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำ ทั้งการกสงฆ์ก็ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
โจทยิตฺวา สารยิตฺวา สมฺมุขีภูตสฺส กเรยฺย กมฺมํ กตญฺจ กมฺมํ อกตํ ภเวยฺย การโก จ สงฺโฆ สาปตฺติโก สิยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุตัด ต้องอาบัติก็มี ไม่ต้องอาบัติก็มี ภิกษุปิดต้องอาบัติก็มี ไม่ต้องอาบัติก็มี ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ฉินฺทนฺตสฺส อาปตฺติ ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ ฉาเทนฺตสฺส อาปตฺติ ฉาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุพูดจริง ต้องอาบัติหนัก พูดเท็จต้องอาบัติเบา พูดเท็จต้องอาบัติหนัก และพูด จริงต้องอาบัติเบา ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สจฺจํ ภณนฺโต ครุกํ มุสา จ ลหุ ภาสโต มุสา ภณนฺโต ครุกํ สจฺจญฺจ ลหุ ภาสโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุบริโภคจีวรที่อธิษฐานแล้ว ย้อมด้วยน้ำย้อมแล้ว แม้กัปปะก็ทำแล้วยังต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อธิฏฺฐิตํ รชนาย รตฺตํ กปฺปกตํปิ สนฺตํ ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
เมื่อพระอาทิตย์อัสดงแล้ว ภิกษุฉันเนื้อ เธอไม่ใช่ผู้วิกลจริต ไม่ใช่ผู้มีจิตฟุ้งซ่าน และไม่ใช่ผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา แต่เธอไม่ต้องอาบัติ ก็ธรรมข้อนั้น พระสุคตทรงแสดง แล้ว ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อตฺถงฺคเต สุริเย ภิกฺขุ มํสานิ ขาทติ น อุมฺมตฺตโก น จ ปน ขิตฺตจิตฺโต น จาปิ โส เวทนฏฺโฏ ภเวยฺย น จสฺส โหติ อาปตฺติ โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
เธอไม่ใช่ผู้มีจิตกำหนัด และไม่ใช่ผู้มีไถยจิต และแม้ผู้อื่นเธอก็ไม่ได้คิดจะฆ่า ความ ขาดย่อมมีแก่เธอผู้ให้จับสลาก เป็นอาบัติถุลลัจจัยแก่ภิกษุผู้จับ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย คิดกันแล้ว.
น รตฺตจิตฺโต น จ ปน เถยฺยจิตฺโต น จาปิ โส ปรํ มรณาย เจตยิ สลากํ เทนฺตสฺส โหติ เฉชฺชํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่ใช่เสนาสนะป่าที่รู้กันว่ามีความรังเกียจ และไม่ใช่สงฆ์ให้สมมติ ทั้งกฐินเธอไม่ได้ กราน เธอเก็บจีวรไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วไปตั้งกึ่งโยชน์เมื่ออรุณขึ้น เธอนั่นแหละไม่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น จาปิ อารญฺญกํ สาสงฺกสมฺมตํ น จาปิ สงฺเฆน สมฺมติ ทินฺนา น จสฺส กฐินํ อตฺถตํ ตตฺเถว จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา คจฺเฉยฺย อฑฺฒโยชนํ ตสฺเสว อรุณํ อุคฺคจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัติทั้งมวลที่เป็นไปทางกาย มิใช่ทางวาจา ต่างวัตถุกัน ภิกษุต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
กายิกานิ น วาจสิกานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัติทั้งมวลที่เป็นไปทางวาจา มิใช่ทางกายต่างวัตถุกัน ภิกษุต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
วาจสิกานิ น กายิกานิ สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่เสพเมถุนนั้นในสตรี ๓ จำพวก บุรุษ ๓ จำพวก คนไม่ประเสริฐ ๓ จำพวก และ บัณเทาะก์ ๓ จำพวก และไม่ประพฤติเมถุนในอวัยวะที่ปรากฏ แต่ความขาดย่อมมีเพราะ เมถุนธรรมเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ติสฺสิตฺถิโย เมถุนํ ตํ น เสเว ตโย ปุริเส ตโย จ อนริยปณฺฑเก น จาจเร เมถุนํ พฺยญฺชนสฺมึ เฉชฺชํ สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ขอจีวรกะมารดา และไม่ได้น้อมลาภไปเพื่อสงฆ์ เพราะเหตุไร ภิกษุนั้นจึงต้องอาบัติ แต่ไม่ต้องอาบัติเพราะบุคคลผู้เป็นญาติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
มาตรํ จีวรํ ยาเจ โน จ สงฺฆสฺส ปริณตํ เกนสฺส โหติ อาปตฺติ อนาปตฺติ จ ญาตเก ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ผู้โกรธ ย่อมให้สงฆ์ยินดี ผู้โกรธ ย่อมถูกสงฆ์ติเตียน ก็ธรรมที่เป็นเหตุให้สงฆ์ สรรเสริญผู้โกรธนั้น ชื่ออะไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
กุทฺโธ อาราธโก โหติ กุทฺโธ โหติ ครหิโย อถ โก นาม โส ธมฺโม เยน กุทฺโธ ปสํสิโย ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ผู้แช่มชื่น ย่อมให้สงฆ์ยินดี ผู้แช่มชื่น ย่อมถูกสงฆ์ติเตียน ก็ธรรมที่เป็นเหตุให้สงฆ์ ติเตียนผู้แช่มชื่นนั้นชื่ออะไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ตุฏฺโฐ อาราธโก โหติ ตุฏฺโฐ โหติ ครหิโย อถ โก นาม โส ธมฺโม เยน ตุฏฺโฐ ครหิโย ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ และทุกกฏ ในขณะ เดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สงฺฆาทิเสสํ ถุลฺลจฺจยํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺย เอกโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ทั้งสองมีอายุครบ ๒๐ ปี ทั้งสองมีอุปัชฌาย์คนเดียวกัน มีอาจารย์คนเดียวกัน มีกรรม วาจาอันเดียวกัน รูปหนึ่งเป็นอุปสัมบัน รูปหนึ่งเป็นอนุปสัมบัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย คิดกันแล้ว.
อุโภ ปริปุณฺณวีสติวสฺสา อุภินฺนํ เอกุปชฺฌาโย เอกาจริโย เอกา กมฺมวาจา เอโก อุปสมฺปนฺโน เอโก อนุปสมฺปนฺโน ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ผ้าที่ไม่ได้ทำกัปปะ และไม่ได้ย้อมด้วยน้ำย้อม ภิกษุปรารถนา พึงแสวงหามานุ่งห่ม และเธอไม่ต้องอาบัติ ก็ธรรมอันนั้น พระสุคตทรงแสดงแล้ว ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย คิดกันแล้ว.
อกปฺปกตํ นปิ รชนาย รตฺตํ เตน นิวตฺโถ เยน กามํ วเชยฺย น จสฺส โหติ อาปตฺติ โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณีไม่ให้ ไม่รับ การรับไม่มีด้วยเหตุนั้น แต่ต้องอาบัติหนัก มิใช่อาบัติเบา และการต้องนั้น เพราะการบริโภคเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น เทติ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ ปฏิคฺคโห เตน น วิชฺชติ อาปชฺชติ ครุกํ น ลหุกํ ตญฺจ ปริโภคปจฺจยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณีไม่ให้ ไม่รับ การรับไม่มีด้วยเหตุนั้น แต่ต้องอาบัติเบา ไม่ใช่อาบัติหนัก และการต้องนั้น เพราะการบริโภคเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น เทติ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ ปฏิคฺคโห เตน น วิชฺชติ อาปชฺชติ ลหุกํ น ครุกํ ตญฺจ ปริโภคปจฺจยา ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณีต้องอาบัติหนักมีส่วนเหลือ ปกปิดไว้ เพราะอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ไม่ใช่ภิกษุณี ก็ไม่ต้องโทษ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว. เสทโมจนคาถา จบ. ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำเรื่อง
อาปชฺชติ ครุกํ สาวเสสํ ฉาเทติ อนาทริยํ ปฏิจฺจ น ภิกฺขุนี โน จ ผุเสยฺย วชฺชํ ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ เสทโมจนคาถา นิฏฺฐิตา ฯ ตสฺสุทฺทานํ
ไม่มีสังวาส ไม่จำหน่าย บุคคล ๑๐ ไม่ใช่ผู้ถูกยกวัตร เข้าถึงธรรม อวัยวะเหนือรากขวัญ ต่อนั้น ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ๒ สิกขาบท ไม่ประพฤติประโยคทาง กาย แต่ต้องอาบัติหนัก ไม่ทำความชั่วทางกายแต่ถูกสงฆ์นาสนะชอบแล้ว ไม่เจรจา สิกขาบท ชน ๒ คน และชน ๔ คน สตรี น้ำมัน นิสสัคคีย์ ภิกษุ ย่างเท้าเดิน นุ่งผ้า ไม่ใช่ญัตติ ฆ่าสตรีมิใช่มารดา ฆ่าบุรุษมิใช่บิดา ไม่โจท โจท ตัด พูดจริง ผ้าที่อธิษฐาน พระอาทิตย์ อัสดงแล้ว ไม่กำหนัด มิใช่เสนาสนะป่า อาบัติทางกาย ทางวาจา สตรี ๓ พวก มารดาโกรธ ให้ยินดี แช่มชื่น ต้องสังฆาทิเสส สองคน ผ้าไม่ได้ทำกัปปะ ไม่ให้ต้องอาบัติหนัก คาถาที่ คิดจนเหงื่อไหล เป็นปัญหาที่ท่านผู้รู้ให้แจ่มแจ้งแล้วแล. หัวข้อประจำเรื่อง จบ. -----------------------------------------------------
อสํวาโส อวิสฺสชฺชิ ทส จ อนุกฺขิตฺตโก อุเปติ ธมฺมํ อุพฺภกฺขํ ตโต สญฺญาจิกา จ เทฺว น กายิกญฺจ ครุกํ น กายิกํ สุนาสิตํ อนาลปนฺโต สิกฺขา จ อุโภ จ จตุโร ชนา อิตฺถี เตลญฺจ นิสฺสคฺคิ ภิกฺขู จ ปทวีติโย นิวตฺโถ จ น จ ญตฺติ น มาตรํ ปิตรํ หเน อโจทยิตฺวา โจทยิตฺวา ฉินฺทนฺตํ สจฺจเมว จ อธิฏฺฐิตญฺจตฺถงฺคเต น รตฺตํ น จารญฺญกํ กายิกา วาจสิกา จ ติสฺสิตฺถี จาปิ มาตรํ กุทฺโธ อาราธโก ตุฏฺโฐ สงฺฆาทิเสสกา อุโภ อกปฺปกตํ น เทติ น เทตาปชฺชเต ครุํ เสทโมจนิกา คาถา ปญฺหา วิญฺญูวิภาวิตาติ ฯ --------------