คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

กรรม ๔

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๓๔๐–๑๓๕๘พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร๑๙ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ปัญจวรรค กรรมวรรคที่ ๑ กรรม ๔

ปญฺจ วคฺคา

๑๓๔๐

กรรม ๔ อย่าง คือ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑. ถามว่า กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการเท่าไร? ตอบว่า กรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมวิบัติโดยอาการ ๕ คือ โดยวัตถุ ๑ โดยญัตติ ๑ โดยอนุสาวนา ๑ โดยสีมา ๑ โดยบริษัท ๑. วัตถุวิบัติ

จตฺตาริ กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ กตีหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ ปญฺจหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุโต วา ญตฺติโต วา อนุสฺสาวนโต วา สีมโต วา ปริสโต วา ฯ

๑๓๔๑

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุอย่างนี้คือ กรรมที่ควรทำพร้อมหน้า แต่สงฆ์ทำลับ- *หลัง ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรสอบถามก่อนทำ แต่สงฆ์ไม่สอบถามก่อนทำ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ กรรมที่ควรทำตามปฏิญญา แต่สงฆ์ไม่ทำตามปฏิญญา ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติ โดยวัตถุ สงฆ์ให้อมูฬหวินัย แก่ภิกษุผู้ควรสติวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำตัสสปาปิยสิกากรรม แก่ภิกษุผู้ควรอมูฬหวินัย ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำตัชชนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรตัสสปาปิยสิกากรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำนิยสกรรม แก่ภิกษุผู้ควรตัชชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดย วัตถุ สงฆ์ทำปัพพาชนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรนิยสกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดย วัตถุ สงฆ์ทำปฏิสารณียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรปัพพาชนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุกเขปนียกรรม แก่ภิกษุผู้ควรปฏิสารณียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติ โดยวัตถุ สงฆ์ให้ปริวาส แก่ภิกษุผู้ควรอุกเขปนียกรรม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ชักภิกษุผู้ควรปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้มานัตแก่ภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์อัพภานภิกษุผู้ควรมานัต ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ภิกษุผู้ควรอัพภานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ทำอุโบสถในวันมิใช่อุโบสถ ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ปวารณาในวันมิใช่ปวารณา ชื่อว่ากรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ. ญัตติวิบัติ

กถํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ สมฺมุขากรณียํ กมฺมํ อสมฺมุขา กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิปุจฺฉากรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิปุจฺฉา กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิญฺญาย กรณียํ กมฺมํ อปฺปฏิญฺญาย กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ สติวินยารหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อมูฬฺหวินยารหสฺส ตสฺสปาปิยสิกากมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ตสฺสปาปิยสิกากมฺมารหสฺส ตชฺชนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ตชฺชนียกมฺมารหสฺส นิยสฺสกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ นิยสฺสกมฺมารหสฺส ปพฺพาชนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปพฺพาชนียกมฺมารหสฺส ปฏิสารณียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปฏิสารณียกมฺมารหสฺส อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อุกฺเขปนียกมฺมารหสฺส ปริวาสํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปริวาสารหํ มูลาย ปฏิกสฺสติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มูลาย ปฏิกสฺสนารหสฺส มานตฺตํ เทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มานตฺตารหํ อพฺเภติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อพฺภานารหํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อนุโปสเถ อุโปสถํ กโรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อปวารณาย ปวาเรติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เอวํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๒

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ นี้. อนุสาวนาวิบัติ

กถํ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ ญตฺตึ น ปรามสติ ปจฺฉา วา ญตฺตึ ฐเปติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๓

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งญัตติ ๕. สวดในกาลไม่ควร กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ นี้. สีมาวิบัติ

กถํ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ สาวนํ หาเปติ อกาเล วา สาเวติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๔

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ:- ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในนที ๘. สมมติสีมาในสมุทร ๙. สมมติสีมาในชาตสระ ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้. บริษัทวิบัติ

กถํ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ อติขุทฺทกํ สีมํ สมฺมนฺนติ อิติมหตึ สีมํ สมฺมนฺนติ ขณฺฑนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ ฉายานิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ อนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ พหิสีเม ฐิโต สีมํ สมฺมนฺนติ นทิยา สีมํ สมฺมนฺนติ สมุทฺเท สีมํ สมฺมนฺนติ ชาตสฺสเร สีมํ สมฺมนฺนติ สีมาย สีมํ สมฺภินฺทติ สีมาย สีมํ อชฺโฌตฺถรติ ฯ อิเมหิ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๕

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัทด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ:- ๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอยังไม่มา, ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา, ภิกษุอยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน. ๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน. กรรมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ นี้. ----------------------------------------------------- กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น

กถํ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ฯ อิเมหิ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๖

ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และ ไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอก นั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่ เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ นอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควร ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ นอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควร ฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม. กรรม ๔

จตุวคฺคกรเณ กมฺเม จตฺตาโร ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ปญฺจ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ทส ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม วีสติ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ

๑๓๔๗

กรรม ๔ คือ ๑. อปโลกนกรรม ๒. ญัตติกรรม ๓. ญัตติทุติยกรรม ๔. ญัตติจตุตถกรรม. ถามว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการเท่าไร? ตอบว่า กรรม ๔ นี้ ย่อมวิบัติ โดยอาการ ๕ คือ:- ๑. โดยวัตถุ ๒. โดยญัตติ ๓. โดยอนุสาวนา ๔. โดยสีมา ๕. โดยบริษัท วัตถุวิบัติ

จตฺตาริ กมฺมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ กตีหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ ฯ อิมานิ จตฺตาริ กมฺมานิ ปญฺจหากาเรหิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุโต วา ญตฺติโต วา อนุสฺสาวนโต วา สีมโต วา ปริสโต วา ฯ

๑๓๔๘

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ อย่างไร? ตอบว่า สงฆ์ให้บัณเฑาะก์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนไถยสังวาสอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้เข้ารีตเดียรถีย์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้ดิรัจฉานอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่ามารดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าบิดาอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ฆ่าพระอรหันต์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ทำลายสงฆ์อุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้ยังพระโลหิตห้ออุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้สองเพศอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ สงฆ์ให้คนผู้มีอายุหย่อน ๒๐ ปีอุปสมบท ชื่อว่ากรรมเป็นอธรรม วิบัติโดยวัตถุ อย่างนี้ กรรมย่อมวิบัติโดยวัตถุ. ญัตติวิบัติ

กถํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปณฺฑกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เถยฺยสํวาสกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ติตฺถิยปกฺกนฺตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ติรจฺฉานคตํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ มาตุฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ปิตุฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อรหนฺตฆาตกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ ภิกฺขุนีทูสกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ สงฺฆเภทกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ โลหิตุปฺปาทกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อุภโตพฺยญฺชนกํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทติ วตฺถุวิปนฺนํ อธมฺมกมฺมํ ฯ เอวํ วตฺถุโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๔๙

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ อย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ไม่ระบุญัตติ ๕. ตั้งญัตติภายหลัง กรรมย่อมวิบัติโดยญัตติ ด้วยอาการ ๕ นี้. อนุสาวนาวิบัติ

กถํ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ ญตฺตึ น ปรามสติ ปจฺฉา วา ญตฺตึ ฐเปติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ ญตฺติโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๕๐

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนาอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ คือ:- ๑. ไม่ระบุวัตถุ ๒. ไม่ระบุสงฆ์ ๓. ไม่ระบุบุคคล ๔. ทิ้งญัตติ ๕. สวดในกาลไม่ควร กรรมย่อมวิบัติโดยอนุสาวนา ด้วยอาการ ๕ นี้. สีมาวิบัติ

กถํ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ วตฺถุํ น ปรามสติ สงฺฆํ น ปรามสติ ปุคฺคลํ น ปรามสติ สาวนํ หาเปติ อกาเล วา สาเวติ ฯ อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อนุสฺสาวนโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๕๑

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมาอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่าง คือ:- ๑. สมมติสีมาเล็กเกิน ๒. สมมติสีมาใหญ่เกิน ๓. สมมติสีมามีนิมิตขาด ๔. สมมติสีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๕. สมมติสีมาไม่มีนิมิต ๖. ภิกษุอยู่ภายนอกสีมาสมมติสีมา ๗. สมมติสีมาในนที ๘. สมมติสีมาในสมุทร ๙. สมมติสีมาในชาตสระ ๑๐. คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา ๑๑. ทับสีมาด้วยสีมา กรรมย่อมวิบัติโดยสีมา ด้วยอาการ ๑๑ อย่างนี้. บริษัทวิบัติ

กถํ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ อติขุทฺทกํ สีมํ สมฺมนฺนติ อติมหตึ สีมํ สมฺมนฺนติ ขณฺฑนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ ฉายานิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ อนิมิตฺตํ สีมํ สมฺมนฺนติ พหิสีเม ฐิโต สีมํ สมฺมนฺนติ นทิยา สีมํ สมฺมนฺนติ สมุทฺเท สีมํ สมฺมนฺนติ ชาตสฺสเร สีมํ สมฺมนฺนติ สีมาย สีมํ สมฺภินฺทติ สีมาย สีมํ อชฺโฌตฺถรติ ฯ อิเมหิ เอกาทสหากาเรหิ สีมโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๕๒

ถามว่า กรรมย่อมวิบัติ โดยบริษัทอย่างไร? ตอบว่า กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ อย่าง คือ:- ๑. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๒. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ มาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๓. ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๔. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๕. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๖. ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๗. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ ยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๘. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวก เธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๙. ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอ มาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๐. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอยังไม่มา ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๑. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว แต่ไม่นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ๑๒. ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุทั้งหลายที่เข้ากรรม มีจำนวนเท่าไร พวกเธอมาแล้ว นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน กรรมย่อมวิบัติโดยบริษัท ด้วยอาการ ๑๒ นี้. อปโลกนกรรมเป็นต้น

กถํ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ จตุวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อนาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา เต อาคตา โหนฺติ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อาหโฏ โหติ สมฺมุขีภูตา ปฏิกฺโกสนฺติ ฯ อิเมหิ ทฺวาทสหากาเรหิ ปริสโต กมฺมานิ วิปชฺชนฺติ ฯ

๑๓๕๓

ถามว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติ- *ทุติยกรรมถึงฐานะเท่าไร? ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะเท่าไร? ตอบว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ อย่าง ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ อย่าง ญัตติ ทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ อย่าง ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ อย่าง. ฐานะแห่งอปโลกนกรรม

อปโลกนกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติทุติยกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กติ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ อปโลกนกมฺมํ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติกมฺมํ นว ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติทุติยกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ

๑๓๕๔

ถามว่า อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณ นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ ทั้งกรรมลักษณะเป็น คำรบ ๕ อปโลกนกรรมถึงฐานะ ๕ นี้. ฐานะแห่งญัตติกรรม

อปโลกนกมฺมํ กตมานิ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ ภณฺฑุกมฺมํ พฺรหฺมทณฺฑํ กมฺมลกฺขณญฺเญว ปญฺจมํ ฯ อปโลกนกมฺมํ อิมานิ ปญฺจ ฐานานิ คจฺฉติ ฯ

๑๓๕๕

ถามว่า ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับ การเลื่อนปวารณาออกไป ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๙ ญัตติกรรมถึงฐานะ ๙ นี้. ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม

ญตฺติกมฺมํ กตมานิ นว ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ อุโปสถํ ปวารณํ สมฺมตึ ทานํ ปฏิคฺคหํ ปจฺจุกฺกฑฺฒนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว นวมํ ฯ ญตฺติกมฺมํ อิมานิ นว ฐานานิ คจฺฉติ ฯ

๑๓๕๖

ถามว่า ญัตติทุติยกรรม ถึงฐานะ ๗ อย่าง เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอน การแสดง ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติทุติยกรรมถึงฐานะ ๗ นี้. ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม

ญตฺติทุติยกมฺมํ กตมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมตึ ทานํ อุทฺธรณํ เทสนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว สตฺตมํ ฯ ญตฺติทุติยกมฺมํ อิมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ

๑๓๕๗

ถามว่า ญัตติจตุตถกรรม ถึงฐานะ ๗ อย่าง เป็นไฉน? ตอบว่า โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะ สมนุภาสน์ ทั้งกรรมลักษณะเป็นคำรบ ๗ ญัตติจตุตถกรรมถึงฐานะ ๗ นี้. กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำเป็นต้น

ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ กตมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ โอสารณํ นิสฺสารณํ สมฺมตึ ทานํ นิคฺคหํ สมนุภาสนํ กมฺมลกฺขณญฺเญว สตฺตมํ ฯ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ อิมานิ สตฺต ฐานานิ คจฺฉติ ฯ

๑๓๕๘

ในกรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๔ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และ ไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๕ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตะนอกนั้น เป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่ เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๑๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะนอก นั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม ในกรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ภิกษุปกตัตตะ ๒๐ รูป เป็นผู้เข้ากรรม ปกตัตตะ นอกนั้นเป็นผู้ควรฉันทะ สงฆ์ทำกรรมแก่ภิกษุใด ภิกษุนั้นไม่ใช่เป็นผู้เข้ากรรม และไม่ควรฉันทะ แต่เป็นผู้ควรกรรม. กรรมวรรคที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------

จตุวคฺคกรเณ กมฺเม จตฺตาโร ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ ปญฺจวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ ทสวคฺคกรเณ กมฺเม ฯเปฯ วีสติวคฺคกรเณ กมฺเม วีสติ ภิกฺขู ปกตตฺตา กมฺมปฺปตฺตา อวเสสา ปกตตฺตา ฉนฺทารหา ยสฺส สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ โส เนว กมฺมปฺปตฺโต นปิ ฉนฺทารโห อปิจ กมฺมารโห ฯ กมฺมวคฺโค นิฏฺฐิโต ปฐโม ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย