คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

กัตถปัญญัติวาร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๘–๒๒พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร๑๕ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร สังฆาทิเสสกัณฑ์ กัตถปัญญัติวาร

พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ ณ ที่ไหน? ทรงปรารภใคร? เพราะเรื่อง อะไร? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถ- *บัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ? บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับเนื่องใน อุเทศไหน? มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร? บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน? บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน? บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ย่อมเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน เท่าไร? บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน? บรรดาสมถะ ๗ ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็น อภิวินัย? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์? อะไรเป็นวิบัติ? อะไรเป็นสมบัติ? อะไรเป็นข้อปฏิบัติ? พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ เพราะทรงอาศัยอำนาจ ประโยชน์เท่าไร? พวกไหนศึกษา? พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว? สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร? พวกไหนย่อมทรงไว้? เป็นถ้อยคำของใคร? ใครนำมา? คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ อตฺถิ ตตฺถ ปญฺญตฺติ อนุปฺปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ปเทสปญฺญตฺติ สาธารณปญฺญตฺติ อสาธารณปญฺญตฺติ เอกโตปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺติ ฯ ปญฺจนฺนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสานํ กตฺโถคธํ กตฺถ ปริยาปนฺนํ กตเมน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กตมา วิปตฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตโม อาปตฺติกฺขนฺโธ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ โก ตตฺถ วินโย โก ตตฺถ อภิวินโย กึ ตตฺถ ปาติโมกฺขํ กึ ตตฺถ อธิปาติโมกฺขํ กา วิปตฺติ กา สมฺปตฺติ กา ปฏิปตฺติ ฯ กติ อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส ปญฺญตฺโต ฯ เก สิกฺขนฺติ ฯ เก สิกฺขิตสิกฺขา ฯ กตฺถ ฐิตํ ฯ เก ธาเรนฺติ ฯ กสฺส วจนํ ฯ เกนาภฏนฺติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระเสยยสกะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระเสยยสกะพยายามปล่อยอสุจิด้วยมือ. ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ หรือ? ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น. ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ? ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ. ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ? ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ. ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ? ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ. ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน? ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน. ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร? ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๓. ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน? ต. เป็นศีลวิบัติ. ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน? ต. เป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส. ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น ย่อมเกิดด้วย สมุฏฐานเท่าไร? ต. ย่อมเกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา. ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร? ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์. ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร? ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑. ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย? ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย. ถ. ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในสังฆาทิเสสสิกขาบท ที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์? ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์. ถ. อะไรเป็นวิบัติ? ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ. ถ. อะไรเป็นสมบัติ? ต. ความสังวรเป็นสมบัติ. ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ? ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้ว ศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ. ถ. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ เพราะทรง อาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร? ต. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ เพราะทรง อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิด ในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะ อันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่ เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑. ถ. พวกไหนศึกษา? ต. พระเสขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว? ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว. ถ. ตั้งอยู่ในใคร? ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล. ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้? ต. สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อม ทรงไว้. ถ. เป็นถ้อยคำของใคร? ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า. ถ. ใครนำมา? ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา. รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัย พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะ รวมเป็น ๕ ทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่า ชมพู อันมีสิริ. แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎก ไว้ในเกาะตามปัณณิ. คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๒

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ เสยฺยสกํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา เสยฺยสโก หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ อตฺถิ ตตฺถ ปญฺญตฺติ อนุปฺปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺตีติ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ตสฺมึ นตฺถิ ฯ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ปเทสปญฺญตฺตีติ ฯ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ฯ สาธารณปญฺญตฺติ อสาธารณปญฺญตฺตีติ ฯ อสาธารณปญฺญตฺติ ฯ เอกโตปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺตีติ ฯ เอกโตปญฺญตฺติ ฯ ปญฺจนฺนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสานํ กตฺโถคธํ กตฺถ ปริยาปนฺนนฺติ ฯ นิทาโนคธํ นิทานปริยาปนฺนํ ฯ กตเมน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ ฯ ตติเยน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กตมา วิปตฺตีติ ฯ สีลวิปตฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตโม อาปตฺติกฺขนฺโธติ ฯ สงฺฆาทิเสสาปตฺติกฺขนฺโธ ฯ {๙.๑} ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาตีติ ฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณนฺติ ฯ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ฯ โก ตตฺถ วินโย โก ตตฺถ อภิวินโยติ ฯ ปญฺญตฺติ วินโย วิภตฺติ อภิวินโย ฯ กึ ตตฺถ ปาติโมกฺขํ กึ ตตฺถ อธิปาติโมกฺขนฺติ ฯ ปญฺญตฺติ ปาติโมกฺขํ วิภตฺติ อธิปาติโมกฺขํ ฯ กา วิปตฺตีติ ฯ อสํวโร วิปตฺติ ฯ กา สมฺปตฺตีติ ฯ สํวโร สมฺปตฺติ ฯ กา ปฏิปตฺตีติ ฯ น เอวรูปํ กริสฺสามีติ ยาวชีวํ อาปาณโกฏิกํ สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ฯ กติ อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส ปญฺญตฺโตติ ฯ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ โมเจนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส ปญฺญตฺโต สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย ฯ เก สิกฺขนฺตีติ ฯ เสกฺขา จ ปุถุชฺชนกลฺยาณกา จ สิกฺขนฺติ ฯ เก สิกฺขิตสิกฺขาติ ฯ อรหนฺโต สิกฺขิตสิกฺขา ฯ กตฺถ ฐิตนฺติ ฯ สิกฺขากาเมสุ ฐิตํ ฯ เก ธาเรนฺตีติ ฯ เยสํ วตฺตติ เต ธาเรนฺติ ฯ กสฺส วจนนฺติ ฯ ภควโต วจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ เกนาภฏนฺติ ฯ ปรมฺปราภฏํ ฯ อุปาลิ ทาสโก เจว โสณโก สิคฺคโว ตถา โมคฺคลีปุตฺเตน ปญฺจมา เอเต ชมฺพุสิริวฺหเย ฯ ตโต มหินฺโท อิฏฺฏิโย อุตฺติโย เจว สมฺพโล ฯเปฯ เอเต นาคา มหาปญฺญา วินยญฺญู มคฺคโกวิทา วินยํ ทีเป ปกาเสสุํ ปิฏกํ ตมฺพปณฺณิยาติ ฯ

๑๐

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีถึงความเคล้าคลึงด้วยกายกับมาตุคาม. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๓

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน มาตุคาเมน สทฺธึ กายสํสคฺคํ สมาปชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อุทายึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อุทายิ มาตุคาเมน สทฺธึ กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯเปฯ

๑๑

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้พูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีพูดเคาะมาตุคาม ด้วยวาจาชั่วหยาบ. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางที เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และ จิต ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๔

มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ โอภาสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อุทายึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อุทายิ มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหิ โอภาสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๒

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกาม ในสำนักมาตุคาม ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายี กล่าวคุณแห่งการบำเรอตนด้วยกามในสำนักมาตุคาม มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๕

มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อุทายึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อุทายิ มาตุคามสฺส สนฺติเก อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ อภาสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๓

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ถึงความเป็นผู้เที่ยวชักสื่อ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีถึงความเป็นผู้เที่ยวชักสื่อ. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่วาจา มิใช่กาย มิใช่จิต บางทีเกิดแต่ กายกับวาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางที่เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๖

สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อุทายึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อุทายิ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ฉหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต สมุฏฺฐาติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา วาจโต สมุฏฺฐาติ น กายโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐาติ น จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๔

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ให้ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุชาวเมืองอาฬวี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกเมืองอาฬวีให้ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗

สญฺญาจิกาย กุฏึ การาเปนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ อาฬวิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อาฬวิเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อาฬวิกา ภิกฺขู สญฺญาจิกาย กุฏึ การาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ฉหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาต ฯเปฯ

๑๕

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ให้ทำวิหารใหญ่ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครโกสัมพี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระฉันนะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะแผ้วถางพื้นที่วิหาร ได้สั่งให้ตัดต้นไม้ที่เขาสมมติว่า เป็นเจดีย์ต้นหนึ่ง. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘

มหลฺลกํ วิหารํ การาเปนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา ฉนฺโน วิหารวตฺถุํ โสเธนฺโต อญฺญตรํ เจติยรุกฺขํ เฉทาเปสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ฉหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๖

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ตามกำจัดภิกษุ ด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิกอันหามูลมิได้ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระเมตติยะ และพระภุมมชกะตามกำจัดท่านพระทัพพมัลลบุตร ด้วย ธรรมมีโทษถึงปาราชิกอันหามูลมิได้. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙

ภิกฺขุํ อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๗

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ถือเอาเอกเทศบางอย่างแห่งอธิกรณ์อันเป็นเรื่องอื่น ให้เป็น เพียงเลศ ตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมอันมีโทษถึงปาราชิก ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระเมตติยะและพระภุมมชกะ ถือเอาเอกเทศบางอย่างแห่งอธิกรณ์ อันเป็นเรื่องอื่น ให้เป็นเพียงเลศ ตามกำจัดท่านพระทัพพมัลลบุตรด้วยธรรมอันมีโทษถึงปาราชิก. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐

ภิกฺขุํ อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺส กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทาย ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺส กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทาย ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๘

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ผู้ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสกว่าจะ ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระเทวทัต. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระเทวทัต ตะเกียกตะกายเพื่อทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกัน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแก่ตาย วาจา กับจิต ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๑

สงฺฆเภทกสฺส ภิกฺขุโน ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ เทวทตฺตํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เทวทตฺโต สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑๙

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่พวกภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ผู้ไม่สละกรรมเพราะ สวดสมนุภาสกว่าจะครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูป ได้ประพฤติตามพระเทวทัตผู้ตะเกียกตะกายเพื่อทำลาย สงฆ์. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กาย วาจา กับจิต ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบท ที่ ๑๒

เภทานุวตฺตกานํ ภิกฺขูนํ ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตานํ สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขู เทวทตฺตสฺส สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺตสฺส อนุวตฺตกา อเหสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๒๐

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ว่ายาก ไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสกว่าจะครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครโกสัมพี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระฉันนะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะ อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่โดยชอบธรรม ได้ทำตน ให้เป็นผู้อันใครๆ ว่ากล่าวไม่ได้. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กาย วาจา กับจิต ... คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๓

ทุพฺพจสฺส ภิกฺขุโน ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา ฉนฺโน ภิกฺขูหิ สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน อตฺตานํ อวจนียํ อกาสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๒๑

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุล ไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสกว่าจะ ครบ ๓ จบ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุพวกพระอัสสชิ และพระปุนัพพสุกะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรม แล้วกลับหาว่า ภิกษุทั้งหลายถึงความพอใจ ถึงความขัดเคือง ถึงความหลง ถึงความกลัว. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กาย วาจา กับจิต ... สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท จบ หัวข้อประจำกัณฑ์

กุลทูสกสฺส ภิกฺขุโน ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส กตฺถ ปญฺญตฺโตติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺโต ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อสฺสชิปุนพฺพสุเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา ภิกฺขู ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ เตรส สงฺฆาทิเสสา นิฏฺฐิตา ฯ ------------- ตสฺสุทฺทานํ

๒๒

สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท คือ ปล่อยน้ำสุกกะ ๑ เคล้าคลึง กาย ๑ วาจา ชั่วหยาบ ๑ บำเรอตนด้วยกาม ๑ เที่ยวชักสื่อ ๑ สร้างกุฎี ๑ สร้างวิหาร ๑ ปาราชิกาบัติไม่มี มูล ๑ อ้างเลศบางอย่าง ๑ ทำลายสงฆ์ ๑ ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ๑ ว่ายาก ๑ ประทุษ- *ร้ายสกุล ๑ -----------------------------------------------------

วิสฏฺฐิ กายสํสคฺโค ทุฏฺฐุลฺลํ อตฺตกามตํ สญฺจริตฺตํ กุฏี เจว วิหาโร จ อมูลกํ กิญฺจิ เทสญฺจ เภโท จ ตเถว อนุวตฺตกา ทุพฺพจํ กุลทูสญฺจ สงฺฆาทิเสสเตรสาติ ฯ ------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย