คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๘

ข้ออื่นในเล่มนี้

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์๑. สุกกวิสัฏฐิสิกขาบท รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ๒. กายสังสัคคสิกขาบท ๓. ทุฏฐุลลวาจาสิกขาบท ๔. อัตตกามปาริจริยสิกขาบท ๕. สัญจริตตสิกขาบท ๖. กุฏิการสิกขาบท ๗. วิหารการสิกขาบท ๘. ปฐมทุฏฐโทสสิกขาบท ๙. ทุติยทุฏฐโทสสิกขาบท ๑๐. สังฆเภทสิกขาบท ๑๑. สังฆเภทานุวัตตกสิกขาบท ๑๒. ทุพพจสิกขาบท ๑๓. กุลทูสกสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์๑. ปฐมอนิยตสิกขาบท รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ๒. ทุติยอนิยตสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในอนิยตกัณฑ์๑. กฐินวรรค(จีวรวรรค) รวมสิกขาบทที่มีในกฐินวรรค๒. โกสิยวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโกสิยวรรค๓. ปัตตวรรค รวมสิกขาบทที่มีในปัตตวรรค๑. มุสาวาทวรรค รวมสิกขาบทที่มีในมุสาวาทวรรค๒. ภูตคามวรรค รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรค๓. โอวาทวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโอวาทวรรค๔. โภชนวรรค รวมสิกขาบทที่มีในโภชนวรรค๕. อเจลกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในอเจลกวรรค๖. สุราปานวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสุราปานวรรค๗. สัปปาณกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสัปปาณกวรรค๘. สหธัมมิกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในสหธัมมิกวรรค๙. ราชวรรค(รตนวรรค) รวมสิกขาบทที่มีในราชวรรค รวมวรรคที่มีในปาจิตติยกัณฑ์๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท ๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท ๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาฏิเทสนียกัณฑ์๑. ปริมัณฑลวรรค๒. อุชชัคฆิกวรรค๓. ขัมภกตวรรค๔. ปิณฑปาตวรรค(สักกัจจวรรค)๕. กพฬวรรค๖. สุรุสุรุวรรค๗. ปาทุกวรรค รวมสิกขาบทที่มีในเสขิยกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์๕. ปาจิตติยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์๖. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยการระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม รวมวาระแรกที่มีในภิกขุวิภังค์ ๘ วาระ๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑาทิ คำถาม - คำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์เป็นต้น๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในเสขิยกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์ ๒. สังฆาทิเสสกัณฑาทิ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์เป็นต้น ๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวมปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ รายนามพระเถระผู้ทรงจำพระวินัยสืบกันมา ปาราชิกสิกขาบทที่ ๖ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๗ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๘ รวมสิกขาบทที่มีในปาราชิกกัณฑ์สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ ... ๑๐ รวมสิกขาบทที่มีในสังฆาทิเสสกัณฑ์สิกขาบทที่ ๑ ... สิกขาบทที่ ๑๒ รวมสิกขาบทที่มีในนิสสัคคิยกัณฑ์๑. ลสุณวรรค๒. รัตตันธการวรรค(อันธการวรรค)๓. นหานวรรค(นัคควรรค)๔. ตุวัฏฏวรรค๕. จิตตาคารวรรค๖. อารามวรรค๗. คัพภินีวรรค๘. กุมารีภูตวรรค๙. ฉัตตุปาหนวรรค รวมวรรคที่มีในปาจิตติยกัณฑ์คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบท รวมสิกขาบทที่มีในปาฏิเทสนียะกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์๓. นิสสัคคิยกัณฑ์ จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์๑. ลสุณวรรค ๒. รัตตันธการวรรค ๓. นหานวรรค(นัคควรรค) ๔. ตุวัฏฏวรรค ๕. จิตตาคารวรรค ๖. อารามวรรค ๗. คัพภินีวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวม๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ... ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ คำถาม - คำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์๑. ปาราชิกกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในปาราชิกกัณฑ์๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ จำนวนอาบัติในสังฆาทิเสสกัณฑ์ ... ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์๓. วิปัตติวาร วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ ๔. สังคหิตวาร วาระว่าด้วยจัดเข้ากองอาบัติ ๕. สมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐาน ๖. อธิกรณวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ ๗. สมถวาร วาระว่าด้วยระงับด้วยสมถะ ๘. สมุจจยวาร วาระว่าด้วยการสรุปรวมสมุฏฐาน ๑๓ ๑. ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน ๒. ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน ๓. สัญจริตตสมุฏฐาน ๔. สมนุภาสนาสมุฏฐาน ๕. กฐินสมุฏฐาน ๖. เอฬกโลมสมุฏฐาน ๗. ปทโสธัมมสมุฏฐาน ๘. อัทธานสมุฏฐาน ๙. เถยยสัตถสมุฏฐาน ๑๐. ธัมมเทสนาสมุฏฐาน ๑๑. ภูตาโรจนสมุฏฐาน ๑๒. โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน ๑๓. อนนุญญาตสมุฏฐานอาบัติ ๕ กองอาบัติ ๕ วินีตวัตถุ ๕ อาบัติ ๗ กองอาบัติ ๗ วินีตวัตถุ ๗ ความไม่เคารพ ๖ ความเคารพ ๖ วินีตวัตถุ ๖ วิบัติ ๔ สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖มูลเหตุแห่งวิวาท ๖ มูลเหตุแห่งการโจท ๖ สาราณียธรรม ๖ ประการ สังฆเภท ๑๘ ประการ อธิกรณ์ ๔ สมถะ ๗ หัวข้อประจำวาร๑. ฉอาปัตติสมุฏฐานวาร วาระว่าด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน๒. กตาปัตติวาร วาระว่าด้วยต้องอาบัติเท่าไร๓. อาปัตติสมุฏฐานคาถา ว่าด้วยคาถาแสดงสมุฏฐานแห่งอาบัติ๔. วิปัตติปัจจยวาร วาระว่าด้วยความวิบัติเป็นปัจจัย๕. อธิกรณปัจจยวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์เป็นปัจจัยสมถเภท ว่าด้วยประเภทแห่งสมถะ ๖. อธิกรณปริยายวาร วาระว่าด้วยการอธิบายอธิกรณ์๗. สาธารณวาร วาระว่าด้วยสมถะทั่วไป๘. ตัพภาคิยวาร วาระว่าด้วยเป็นส่วนนั้น๙. สมถาสมถัสสสาธารณวาร วาระว่าด้วยสมถะทั่วไปและไม่ทั่วไปแก่สมถะ๑๐. สมถาสมถัสสตัพภาคิยวาร วาระว่าด้วยสมถะเป็นส่วนนั้นแห่งสมถะ๑๑. สมถสัมมุขาวินยวาร วาระว่าด้วยสมถะคือสัมมุขาวินัย ๑๒. วินยวาร วาระว่าด้วยวินัย ๑๓. กุสลวาร วาระว่าด้วยเป็นกุศล ๑๔. ยัตถวารปุจฉาวาร วาระว่าด้วย ณ ที่ใดและวาระว่าด้วยการถาม ๑๕. สมถวารวิสัชชนาวาร วาระว่าด้วยเรื่องสมถะและวาระว่าด้วยการตอบ๑๖. สังสัฏฐวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์กับสมถะรวมกัน ๑๗. สัมมติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับ ๑๘. สัมมันตินสัมมันติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับและไม่ระงับ ๑๙. สมถาธิกรณวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒๐. สมุฏฐาเปติวาร วาระว่าด้วยอธิกรณ์ยังอธิกรณ์ให้เกิดขึ้น ๒๑. ภชติวาร วาระว่าด้วยจัดเป็นอธิกรณ์ไหน รวมวาระที่มีในสมถเภทคำถามและคำตอบเกี่ยวกับอาบัติ หัวข้อประจำวารว่าด้วยธรรมก่ออาบัติเป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้น ว่าด้วยวันอุโบสถ เป็นต้น ว่าด้วยปาราชิก เป็นต้น ว่าด้วยบุคคล ว่าด้วยปฏิกโกสนา เป็นต้น ว่าด้วยปลิโพธ เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๒ อย่าง เป็นต้น ว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ เป็นต้น ว่าด้วยบุคคลโง่เขลาและบัณฑิต เป็นต้น ว่าด้วยอาสวะ หัวข้อประจำวารว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระชนม์อยู่เป็นต้น ว่าด้วยวัตถุแห่งการโจท เป็นต้น ว่าด้วยภิกษุโง่เขลาและฉลาด เป็นต้น ว่าด้วยการปิด เป็นต้น ว่าด้วยอาพาธ เป็นต้น ว่าด้วยงดปาติโมกข์ เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติภายใน เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติด้วยอาการ ๓ อย่าง เป็นต้น ว่าด้วยข้อที่สงฆ์มุ่งหวัง เป็นต้น ว่าด้วยอุโบสถ เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยการต้องและออกจากอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยอนริยโวหาร เป็นต้น ว่าด้วยอาบัติปาราชิก ว่าด้วยบริขาร ว่าด้วยการต้องอาบัติและออกจากอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยการต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยพระอาคันตุกะ เป็นต้น ว่าด้วยสิกขาบทมีวัตถุต่างกัน เป็นต้น ว่าด้วยพระอุปัชฌาย์ต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยปัจจัยแห่งการขาดพรรษา เป็นต้น ว่าด้วยถือเอาทรัพย์ เป็นต้น ว่าด้วยบุคคลควรอภิวาท เป็นต้น ว่าด้วยต้องอาบัติในกาล เป็นต้น ว่าด้วยการโจท เป็นต้น ว่าด้วยภิกษุเป็นไข้ต้องอาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยงดปาติโมกข์ หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยองค์คุณของพระวินัยธร ว่าด้วยภิกษุอยู่ป่า เป็นต้น ว่าด้วยองค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสัย ว่าด้วยโทษในกรรมไม่น่าเลื่อมใส เป็นต้น ว่าด้วยพืชและผลไม้ ว่าด้วยวิสุทธิ ๕ ว่าด้วยอานิสงส์การทรงวินัย เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยความไม่เคารพเป็นต้น องค์ ๖ แห่งพระอุปัชฌาย์ ว่าด้วยการงดปาติโมกข์ หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาบัติเป็นต้น ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร ว่าด้วยอสัทธรรมและสัทธรรม หัวข้อประจำวารว่าด้วยอานิสงส์เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร ว่าด้วยอุพพาหิกาสมมติ เป็นต้น หัวข้อประจำวารว่าด้วยบุคคลเป็นต้น หัวข้อประจำวาร หัวข้อลำดับหมวดอุโปสถาทิปุจฉาวิสัชชนา คำถาม - คำตอบเรื่องอุโบสถ เป็นต้น อาทิมัชฌันตปุจฉนะ ว่าด้วยคำถามถึงเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด อาทิมัชฌันตวิสัชชนา ว่าด้วยคำตอบถึงเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดอัตถวสปกรณ์ ว่าด้วยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ ห้อข้อประจำเรื่อง๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท ว่าด้วยสิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร พระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา สิกขาบทบัญญัติ ๒. จตุวิบัติ ว่าด้วยวิบัติ ๔ สีลวิบัติ และอาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ ยาวตติยกสิกขาบท ๓. เฉทนกาทิ ว่าด้วยเฉทนกสิกขาบท เป็นต้น ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบท และเภทนกสิกขาบท เป็นต้น๔. อสาธารณาทิ ว่าด้วยอสาธารณสิกขาบท เป็นต้น จำนวนสิกขาบทของภิกษุ เป็นต้น ประเภทสิกขาบทของภิกษุ ประเภทสิกขาบทของภิกษุณี อสาธารณสิกขาบทของภิกษุ อสาธารณสิกขาบทของภิกษุณี สิกขาบทที่ไม่ทั่วไปแก่สองฝ่าย สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกัน อาบัติที่ระงับไม่ได้ อาบัติที่ระงับได้ ส่วนที่ทรงจำแนก อธิกรณ์วิเคราะห์ปาราชิก วิเคราะห์สังฆาทิเสส วิเคราะห์อนิยต วิเคราะห์ถุลลัจจัย วิเคราะห์นิสสัคคีย์ วิเคราะห์ปาจิตตีย์ วิเคราะห์ปาฏิเทสนียะ วิเคราะห์ทุกกฏ วิเคราะห์ทุพภาสิต วิเคราะห์เสขิยะ อุปมาอาบัติ และอนาบัติ หัวข้อประจำวารอธิกรณเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอธิกรณ์ ๑. อุกโกฏนเภทาทิ ว่าด้วยประเภทการรื้อฟื้น เป็นต้น ว่าด้วยการรื้อฟื้นอธิกรณ์ เป็นต้น ๒. อธิกรณนิทานาทิ ว่าด้วยนิทานแห่งอธิกรณ์ เป็นต้น ๓. อธิกรณมูลาทิ ว่าด้วยมูลเหตุอธิกรณ์ เป็นต้น ๔. อธิกรณปัจจยาปัตติ ว่าด้วยอาบัติมีอธิกรณ์เป็นปัจจัย ว่าด้วยอนุวาทาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยอาปัตตาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น ว่าด้วยกิจจาธิกรณ์เป็นอาบัติหรืออนาบัติ เป็นต้น๕. อธิกรณาธิปปายะ ว่าด้วยอธิบายอธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ ๖. ปุจฉาวาร ว่าด้วยวาระแห่งการถาม อธิบายสมถะว่าด้วยสมถะรวมกัน เป็นต้น๘. สังสัฏฐวาร ว่าด้วยวาระที่ว่าด้วยการรวมกัน ๙. สัตตสมถนิทาน ว่าด้วยนิทานแห่งสมถะ ๗ ว่าด้วยมูลเหตุ และสมุฏฐานแห่งสมถะ ๑๐. สัตตสมถนานัตถาทิ ว่าด้วยสมถะ ๗ มีอรรถต่างกัน เป็นต้น วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ หัวข้อประจำเรื่อง๑. โจทนาทิปุจฉาวิสัชชนา ว่าด้วยคำถาม และคำตอบการโจท เป็นต้น อลัชชีบุคคล ลัชชีบุคคล บุคคลผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม บุคคลผู้โจทก์เป็นธรรม คนโจทก์ผู้โง่เขลา คนโจทก์ผู้ฉลาด การโจท๑. อนุวิชชกอนุโยค ว่าด้วยข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ เปรียบเทียบอธิกรณ์ ข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ ๒. โจทกาทิปฏิปัตติ ว่าด้วยข้อปฏิบัติของโจทก์ เป็นต้น ว่าด้วยอุโบสถ เป็นต้น ๓. โจทกัสสอัตตฌาปนะ ว่าด้วยการเผาตนของภิกษุผู้เป็นโจทก์ หัวข้อประจำกัณฑ์๑. อนุวิชชกัสสปฏิปัตติ ว่าด้วยข้อปฏิบัติของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ ว่าด้วยประโยชน์แห่งสูตร เป็นต้น ประโยชน์แห่งวินัย เป็นต้น อนุโยควัตร(วัตรในการซักถาม) หัวข้อประจำเรื่องว่าด้วยการรู้วิบัติ ว่าด้วยการรู้อาบัติ ว่าด้วยการรู้นิทาน ว่าด้วยการรู้อาการ ว่าด้วยการรู้คำต้นและคำหลัง ว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ ว่าด้วยการรู้กรรม ว่าด้วยการรู้อธิกรณ์ ว่าด้วยการรู้สมถะว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะชอบ ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะชัง ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะหลง ว่าด้วยไม่ลำเอียงเพราะกลัว นิคมคาถาไม่ถึงฉันทาคติ ไม่ถึงโทสาคติ ไม่ถึงโมหาคติ ไม่ถึงภยาคติ นิคมคาถา๔. สัญญาปนียาทิ ว่าด้วยการชี้แจง เป็นต้น ว่าด้วยการพิจารณา ว่าด้วยการเพ่งเล็ง ว่าด้วยการเลื่อมใส ๕. ปรปักขาทิอวชานนะ ว่าด้วยการดูหมิ่นฝ่ายอื่น เป็นต้น ว่าด้วยดูหมิ่นภิกษุมีสุตะน้อย ว่าด้วยดูหมิ่นภิกษุผู้อ่อนพรรษากว่า ว่าด้วยไม่พึงพูดเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ว่าด้วยธรรมวินัยสัตถุศาสน์ ๖. อนุวิชชกัสสอนุโยคะ ว่าด้วยข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์เปรียบเทียบอธิกรณ์ ๗. ปุจฉาวิภาค ว่าด้วยการจำแนกคำถาม หัวข้อประจำเรื่อง๑. กฐินอัตถตาทิ ว่าด้วยกรานกฐิน เป็นต้น ไม่ได้กรานกฐิน ได้กรานกฐิน เหตุกฐินไม่เป็นอันกราน อธิบายเหตุที่ไม่เป็นอันกรานบางข้อ เหตุกฐินเป็นอันกราน ธรรมที่เกิดพร้อมกัน ๒. กฐินอนันตรปัจจยาทิ ว่าด้วยอนันตรปัจจัยแห่งกฐิน เป็นต้น บุพพกรณ์เป็นปัจจัย การถอนผ้าเป็นปัจจัย การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย การกรานผ้าเป็นปัจจัย มาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัย ๓. ปุพพกรณนิทานาทิวิภาค ว่าด้วยการจำแนกนิทานแห่งบุพพกรณ์ เป็นต้น สงเคราะห์ธรรม มูลเหตุแห่งกฐิน เป็นต้น เบื้องต้นแห่งกฐิน องค์ของภิกษุผู้กรานกฐินการกรานกฐิน วัตถุวิบัติ เป็นต้น ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค ว่าด้วยการจำแนกข้อควรรู้มีกฐิน เป็นต้น ควรรู้กฐิน เป็นต้น อธิบายการกรานกฐิน ๕. ปุคคลัสเสวกฐินัตถาร ว่าด้วยบุคคลกรานกฐินเท่านั้น ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ว่าด้วยการแก้ปัญหาปลิโพธ การเดาะกฐิน การเดาะกฐินภายในสีมา เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่ององค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสัย องค์ของภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสัย ภิกษุที่ไม่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น ภิกษุที่พึงให้อุปสมบท เป็นต้น องค์ ๕ ของภิกษุผู้ถูกลงโทษ หัวข้อประจำวรรคคุณสมบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม องค์ของภิกษุผู้พูดในสงฆ์ อานิสงส์ในการเรียนวินัย หัวข้อประจำวรรคภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์ ภิกษุควรพูดในสงฆ์ หัวข้อประจำวรรคความเห็นที่ไม่ชอบธรรม ความเห็นที่ชอบธรรม การรับประเคนที่ใช้ไม่ได้ การรับประเคนที่ใช้ได้ ของที่ไม่เป็นเดน ของที่เป็นเดน การห้ามภัตร ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ไม่ควรทำโอกาส ควรทำโอกาส ไม่ควรสนทนาวินัย ควรสนทนาวินัย เหตุที่ถามปัญหา ๕ อย่าง การอวดอ้างมรรคผล วิสุทธิ โภชนะ ๕ หัวข้อประจำวรรคคุณสมบัติที่ผู้โจทก์พึงพิจารณา คุณสมบัติที่โจทก์พึงตั้งไว้ในตน โจทก์ควรใฝ่ใจถึงธรรม องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้ทำโอกาส องค์ของภิกษุผู้ควรให้ทำโอกาส องค์แห่งอธิกรณ์ที่ตนพึงรับ องค์ของภิกษุผู้มีอุปการะมาก องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรซักถาม หัวข้อประจำวรรคถืออยู่ป่า เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคมุสาวาท งดอุโบสถหรือปวารณา องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรให้คำซักถาม องค์ของภิกษุผู้ควรให้คำซักถาม ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๕ อย่าง เวร ๕ งดเว้นเวร ๕ ความเสื่อม ๕ สัมปทา ๕ หัวข้อประจำวรรคองค์สำหรับลงโทษ องค์สำหรับลงโทษภิกษุณี องค์ของภิกษุไม่ควรให้โอวาท องค์ของภิกษุผู้ไม่ควรสนทนาด้วย องค์ของภิกษุผู้ควรสนทนาด้วย หัวข้อประจำวรรคไม่แต่งตั้งด้วยอุพพาหิกา แต่งตั้งด้วยอุพพาหิกา องค์ของภิกษุผู้โง่เขลา องค์ของภิกษุผู้ฉลาด หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรระงับอธิกรณ์ องค์ของภิกษุผู้ควรระงับอธิกรณ์ สงฆ์แตกกัน สังฆราชี และสังฆเภท หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์มีโทษ หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษ หัวข้อประจำวรรคองค์ของภิกษุผู้อยู่ในอาวาส การชี้แจงพระวินัยไม่ชอบธรรม องค์ของภิกษุผู้แจกภัตร องค์ของภิกษุผู้แต่งตั้งเสนาสนะ เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคอานิสงส์กรานกฐิน โทษของการนอนลืมสติ อานิสงส์ของการนอนมีสติ บุคคลไม่ควรไหว้ บุคคลควรไหว้ ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้อ่อนกว่า หัวข้อประจำวรรค หัวข้อบอกวรรค๑. ปาราชิก ว่าด้วยอาบัติปาราชิก ๒. สังฆาทิเสส ว่าด้วยอาบัติสังฆาทิเสส เสขิยวัตร ๓. ปาราชิกาทิ ว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่อง๑. กายิกาทิอาปัตติ ว่าด้วยอาบัติทางกาย เป็นต้น ๒. เทสนาคามินิยาทิอาปัตติ ว่าด้วยอาบัติเป็นเทสนาคามินี เป็นต้น ๓. ปาจิตติยะ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน ๔. อวันทนียปุคคลาทิ ว่าด้วยบุคคลไม่ควรไหว้ เป็นต้น ๕. โสฬสกัมมาทิ ว่าด้วยกรรม ๑๖ อย่าง เป็นต้น๑. อวิปปวาสปัญหา ปัญหาว่าด้วยการไม่อยู่ปราศ ๒. ปาราชิกาทิปัญหา ปัญหาว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น ๓. ปาจิตติยาทิปัญหา ปัญหาว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่องกรรม ๔ วัตถุวิบัติ ญัตติวิบัติ อนุสาวนาวิบัติ สีมาวิบัติ บริษัทวิบัติ กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น อปโลกนกรรม เป็นต้น ฐานะแห่งอปโลกนกรรม ฐานะแห่งญัตติกรรม ฐานะแห่งญัตติทุติยกรรม ฐานะแห่งญัตติจตุตถกรรม กรรมอันสงฆ์จตุวรรคพึงทำ เป็นต้น๒. อัตถวสวรรค หมวดว่าด้วยอำนาจประโยชน์ทรงบัญญัติสิกขาบททรงบัญญัติปาติโมกข์ เป็นต้น๔. อปัญญัตเตปัญญัตตวรรค หมวดว่าด้วยทรงบัญญัติในเมื่อยังมิได้บัญญัติสังคหะ ๙ อย่าง ให้บอกเรื่อง พึงรู้วัตถุ เป็นต้น หัวข้อประจำวรรคปริโยสานคาถา

ศาสนา

๑. ลสุณวรรค ๒. รัตตันธการวรรค ๓. นหานวรรค(นัคควรรค) ๔. ตุวัฏฏวรรค ๕. จิตตาคารวรรค ๖. อารามวรรค ๗. คัพภินีวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๙ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ จำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค สิกขาบทที่ ๑

ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ถอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีใช้ฝ่ามือตบองค์กำเนิด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังตบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อตบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีใช้ท่อนยาง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ องคุลีเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๘๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๑. ลสุณวรรค ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีปรนนิบัติภิกษุผู้กำลังฉันด้วยน้ำดื่มหรือด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในระยะหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีออกปากขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดนภาย นอกฝา หรือภายนอกกำแพง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดน บนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ยืนอยู่ในที่ที่พอจะมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ลสุณวรรคที่ ๑ จบ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในเวลาค่ำคืนไม่มีประทีป ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในโอกาสที่กำบัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในที่แจ้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๑} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. รัตตันธการวรรค สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในถนน หรือตรอกตัน หรือทางสามแพร่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะแล้วจากไปโดยไม่ บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณชายคา ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลภายหลังฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาล ปู หรือใช้ให้ปูที่นอนโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน แล้วนั่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเพราะเข้าใจผิด เพราะใคร่ครวญผิดให้ผู้อื่นโพนทะนา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๒} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๓. นหานวรรค ๑. กำลังให้โพนทะนา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีสาปแช่งตนเอง หรือผู้อื่น ด้วยนรกหรือด้วยพรหมจรรย์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสาปแช่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสาปแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๒. ทุบตีตนแต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ ๓. นหานวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังอาบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. อาบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๓} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๓. นหานวรรค สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีเลาะ หรือใช้ให้เลาะจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ขวนขวายเพื่อให้เย็บ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีให้วาระผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิที่มีกำหนดระยะเวลา ๕ วัน ล่วงเลยไป ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อห่มแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีทำอันตรายแก่จีวรที่คณะจะพึงได้ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชกหรือแก่ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๔} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาลด้วยความหวังในจีวรที่เลื่อนลอย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ล่วงไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้ล่วงไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีคัดค้านการเดาะกฐินที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ นหานวรรคที่ ๓ จบ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณี ๒ รูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณี ๒ รูป ใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๕} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีจงใจก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังก่อ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อก่อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีไม่ดูแลช่วยเหลือ หรือไม่ใส่ใจมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลช่วยเหลือสหชีวินี ผู้ได้รับความลำบาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังฉุดลากออกไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อฉุดลากออกไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีผู้อยู่คลุกคลีไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายในรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๖} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายนอกรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ ๕. จิตตาคารวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีไปดูโรงละครหลวง หอจิตรกรรม สวนสาธารณะ อุทยาน หรือ สระโบกขรณี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ยืนในที่ที่มองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีใช้ตั่งยาวหรือแท่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๗} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค ๑. กำลังใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังกรอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อกรอแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีขอร้องอยู่ว่า “แม่เจ้า โปรดมาช่วยระงับอธิกรณ์นี้ด้วยเถิด” รับปากแล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยระงับ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีให้ของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชก หรือแก่ ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่ยอมสละ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๘} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๕. จิตตาคารวรรค ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีไม่สละ ที่พักแล้วหลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ พ้นเขตไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีเรียนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังเรียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีสอนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ไม่สละ คือไม่บอกมอบหมายให้ผู้อื่นช่วยดูแลรักษาที่พัก (วิ.อ. ๒/๑๐๐๘/๕๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๒๙๙} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๖. อารามวรรค ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีรู้อยู่เข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุโดยไม่บอก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าเขต ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังด่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีขึ้งเคียดบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบริภาษ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีผู้ได้รับนิมนต์แล้วบอกห้ามภัตตาหารแล้ว ฉันของเคี้ยวหรือของฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังหวง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อหวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๐} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๖. อารามวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ตั้งใจว่าจะจำพรรษาแล้วจัดแจงเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. พออรุณขึ้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยฐานะ ๓ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท หรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ถามโอวาทบ้าง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ ปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ใช้ให้บ่งฝีหรือบาดแผลที่เกิดในร่มผ้าอยู่กันสอง ต่อสองกับชาย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบ่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อารามวรรคที่ ๖ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๑} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๗. คัพภินีวรรค ๗. คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวมีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๒} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๗. คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้วไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้อนุเคราะห์ตลอด ๒ ปี ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้บวชให้ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้ว ไม่พาหลีกไป ไม่ให้พาหลีกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๓} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค ๘. กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๔} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีผู้อันสงฆ์กล่าวอยู่ว่า “แม่เจ้า ท่านอย่าบวชให้กุลธิดาเลย” รับคำแล้ว ภายหลังกลับบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบ่นว่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่เรา เราก็จะบวช ให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เราก็จะบวชให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชาย คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ดุร้าย ผู้ทำชาย ให้ระทมโศก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๕} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๘. กุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ที่มารดาบิดาหรือสามียังไม่ได้อนุญาต ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๑ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๒ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ๒ รูป ใน ๑ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูรายละเอียดใน วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๑๖๖-๑๑๖๗/๓๕๑-๓๕๒ (เชิงอรรถ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๖} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ๙. ฉัตตุปาหนวรรค ๙. ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุณีกั้นร่มและสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังโดยสารไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อโดยสารไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุณีใช้เครื่องประดับของสตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุณีสรงสนานด้วยของหอมและเครื่องย้อมผิว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๗} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๕. ปาฏิเทสนิยกัณฑ์ ๙. ฉัตตุปาหนวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุณีสรงสนานด้วยแป้งอบกลิ่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุณีใช้ภิกษุณีให้บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุณีใช้สิกขมานาบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุณีใช้สามเณรีบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุณีใช้หญิงคฤหัสถ์บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๑ ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนแล้วนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๓๐๘} พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุนีวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๕. ปาฏิเทสนิยกัณฑ์ ๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๒ ภิกษุณีถามปัญหาภิกษุที่ตนยังไม่ได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังถาม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่เขตรั้ว ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ ขุททกสิกขาบท จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้