ศาสนา · พระวินัยปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๘ · ปริวาร
คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ปาจิตติยกัณฑ์ คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑
ลสุณํ ขาทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขาทิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้อง อาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
สมฺพาเธ โลมํ สํหราเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สํหราเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สํหราปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ถอน เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ ให้ถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ตลฆาตกํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้ของลับกระทบกัน ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชตุมฏฺฐกํ อาทิยนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาทิยติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยง ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อติเรกทฺวงฺคุลปพฺพปรมํ อุทกสุทฺธิกํ อาทิยนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาทิยติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ ข้อองคุลีเป็นอย่างยิ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุสฺส ภุญฺชนฺตสฺส ปานีเยน วา วิธูปเนน วา อุปติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุณีบำรุงภิกษุผู้กำลังฉัน ด้วยน้ำฉัน ด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
อามกธญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีขอข้าวเปลือกสดมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือรับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกคำกลืน ๑.
อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา ติโรกุฑฺเฑ ฉฑฺเฑนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฉฑฺเฑติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ฉฑฺฑิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี น้ำลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดี ที่ภายนอกฝา ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังเท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา หริเต ฉฑฺเฑนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฉฑฺเฑติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ฉฑฺฑิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี น้ำลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดี บนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังเทเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ๑.
นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ วา สุณาติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ลสุณวคฺโค ปฐโม ฯ
ภิกษุณีไปดูฟ้อนรำก็ดี ขับร้องก็ดี ประโคมก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ยืนอยู่ในที่ใดมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ลสุณวรรคที่ ๑ จบ ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในรัตตันธการวรรคที่ ๒
รตฺตนฺธกาเร อปฺปทีเป ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในเวลาค่ำคืน ไม่มีประทีปส่องหนึ่งต่อหนึ่งต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาสต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
ปฏิจฺฉนฺเน โอกาเส ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในโอกาสอันกำบังหนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืน อยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
อชฺโฌกาเส ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในที่แจ้ง หนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ใน หัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
รถิกาย วา พฺยูเห วา สิงฺฆาตเก วา ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษ ในถนนก็ดี ในตรอกตันก็ดี ในทางสามแพร่งก็ดี หนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
ปุเรภตฺตํ กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา อาสเน นิสีทิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ อโนวสฺสกํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาเช้า นั่งบนอาสนะแล้ว ไม่บอกลาเจ้าของ กลับไป ต้องอาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าที่ ๑ ล่วงพ้นชายคาไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าที่ ๒ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ๑.
ปจฺฉาภตฺตํ กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา อาสเน นิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาหลังภัตตกาล ไม่บอกเจ้าของแล้วนั่งบนอาสนะ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนั่งแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
วิกาเล กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา เสยฺยํ สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา อภินิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภินิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภินิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาวิกาล ไม่บอกเจ้าของ ลาดเองก็ดี ให้ลาดก็ดี ซึ่งที่นอน แล้วขึ้นนั่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ขึ้นนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อขึ้นนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ อุชฺฌาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุชฺฌาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุชฺฌาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้ภิกษุณีรูปอื่นโพนทะนา ด้วยเรื่องที่ถือผิด เข้าใจผิด ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้โพนทะนา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้โพนทะนาแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อตฺตานํ วา ปรํ วา นิรเยน วา พฺรหฺมจริเยน วา อภิสปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภิสปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภิสปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีแช่งตนก็ดี ผู้อื่นก็ดี ด้วยนรกก็ดี ด้วยพรหมจรรย์ก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังแช่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อตฺตานํ วธิตฺวา วธิตฺวา โรทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วธติ โรทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส วธติ น โรทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ รตฺตนฺธการวคฺโค ทุติโย ฯ
ภิกษุณีประหัตประหารตนแล้ว ร้องไห้ ต้องอาบัติ ๒ คือประหัตประหาร แล้วร้องไห้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ประหัตประหาร แต่ไม่ร้องไห้ต้องอาบัติทุกกฏ ๑. รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในนหานวรรคที่ ๓
นคฺคา นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังอาบ เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปมาณาติกฺกนฺตํ อุทกสาฏิกํ การาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำฝนเกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อให้ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนิยา จีวรํ วิสิพฺเพตฺวา วา วิสิพฺพาเปตฺวา วา เนว สิพฺเพนฺตี น สิพฺพาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีเลาะเองก็ดี ให้ผู้อื่นเลาะก็ดี ซึ่งจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ทำ การขวนขวายเพื่อให้เย็บ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
ปญฺจาหิกํ สงฺฆาฏิวารํ อติกฺกาเมนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิ อันมีกำหนด ๕ วัน ให้เกินไปต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
จีวรสงฺกมนียํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้จีวรสับเปลี่ยน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
คณสฺส จีวรลาภํ อนฺตรายํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีทำลาภคือจีวรของหมู่ให้เป็นอันตราย ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ธมฺมิกํ จีวรวิภงฺคํ ปฏิพาหนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิพาหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิพาหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีห้ามการแจกจีวร อันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลัง ห้าม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อาคาริกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สมณจีวรํ เทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้านก็ดี ปริพาชกก็ดี ปริพาชิกาก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ทุพฺพลจีวรปจฺจาสาย จีวรกาลสมยํ อติกฺกาเมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อติกฺกาเมติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อติกฺกามิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไป ด้วยหวังจะได้จีวรอันไม่แน่นอน ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ล่วงไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ล่วงไปแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ธมฺมิกํ กฐินุทฺธารํ ปฏิพาหนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิพาหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิพาหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ นฺหานวคฺโค ตติโย ฯ
ภิกษุณีห้ามการเดาะกฐิน อันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังห้าม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. นหานวรรคที่ ๓ จบ ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในตุวัฏฏวรรคที่ ๔
เทฺว ภิกฺขุนิโย เอกมญฺเจ ตุวฏฺเฏนฺติโย เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ นิปชฺชนฺติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีสองรูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนอน เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
เทฺว ภิกฺขุนิโย เอกตฺถรณปาปุรณา ตุวฏฺเฏนฺติโย เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ นิปชฺชนฺติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณี ๒ รูป มีเครื่องลาดและผ้าห่มผืนเดียวกันนอน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีแกล้งทำความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณี ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐนฺตี น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีไม่บำรุงสหชีวินีผู้ได้รับทุกข์ ทั้งไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นบำรุง ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.
ภิกฺขุนิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิกฺกฑฺฒติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิกฺกฑฺฒิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้ที่อาศัยแก่ภิกษุณีแล้ว โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าออก ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังฉุดคร่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อฉุดคร่าออกแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สํสฏฺฐา ภิกฺขุนี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีผู้คลุกคลีไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ต้องอาบัติ ๒ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อนฺโตรฏฺเฐ สาสงฺกสมฺมเต สปฺปฏิภเย อสตฺถิกา จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไม่มีพวกเกวียนเป็นเพื่อน เที่ยวจาริกภายในแว่นแคว้น ซึ่งรู้กันว่า เป็นที่มีรังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเดิน ไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ติโรรฏฺเฐ สาสงฺกสมฺมเต สปฺปฏิภเย อสตฺถิกา จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไม่มีพวกเกวียนเป็นเพื่อน เที่ยวจาริกภายนอกแว่นแคว้น ซึ่งรู้กันว่า เป็นที่มีรังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเดิน ไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อนฺโตวสฺสํ จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเที่ยวจาริกภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไปเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
วสฺสํ วุตฺถา ภิกฺขุนี จาริกํ น ปกฺกมนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ ตุวฏฺฏวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกไปสู่จาริก ต้องอาบัติตัวหนึ่งคือ ปาจิตตีย์. ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในจิตตาคารวรรคที่ ๕
ราชาคารํ วา จิตฺตาคารํ วา อารามํ วา อุยฺยานํ วา โปกฺขรณึ วา ทสฺสนาย คจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไปชมโรงละครหลวงก็ดี โรงประกวดภาพก็ดี สถานที่หย่อนใจก็ดี อุทยานก็ดี สระโบกขรณีก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ยืนอยู่ใน ที่ใดมองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อาสนฺทึ วา ปลฺลงฺกํ วา ปริภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้สอยอาสันทิก็ดี บัลลังก์ก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้สอย เป็นทุก กฏในประโยค ๑ เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สุตฺตํ กนฺตนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กนฺตติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุชฺชวุชฺชเว อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังกรอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ม้วนไปๆ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
คิหิเวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังทำเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนิยา เอหยฺเย อิมํ อธิกรณํ วูปสเมหีติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา เนว วูปสเมนฺตี น วูปสมาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวว่า มาเถิด แม่เจ้า ขอจงช่วยระงับอธิกรณ์นี้ รับคำ ว่า ดีละ แล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้ระงับ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
อาคาริกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีให้ของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี แก่ชาวบ้านก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ ปริพาชิกาก็ดี ด้วยมือของตน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้ แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อาวสถจีวรํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไม่สละผ้าอาศัยแล้วใช้เสียเอง ต้องอาบัติ ๒ คือใช้สอย เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อาวสถํ อนิสฺสชิชิตฺวา จาริกํ ปกฺกมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไม่มอบหมายที่อยู่แล้วหลีกไปสู่จาริก ต้องอาบัติ ๒ คือเดินล่วงที่ ล้อมก้าวหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมสองก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ติรจฺฉานวิชฺชํ ปริยาปุณนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริยาปุณาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีเรียนติรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเรียนเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑.
ติรจฺฉานวิชฺชํ วาเจนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วาเจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ จิตฺตาคารวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ภิกษุณีบอกติรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบอกเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑. จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในอารามวรรคที่ ๖
ชานํ สภิกฺขุกํ อารามํ อนาปุจฺฉา ปวิสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีรู้อยู่ ไม่บอกกล่าวก่อนเข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินล่วงที่ล้อมก้าวหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมสองก้าวต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ อกฺโกสนฺตี ปริภาสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อกฺโกสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อกฺโกสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ ด่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
จณฺฑีกตา คณํ ปริภาสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภาสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภาสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีแค้นเคืองบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ คือ บริภาษ เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
นิมนฺติตา วา ปวาริตา วา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีอันทายกนิมนต์แล้ว หรือห้ามภัตรแล้ว ฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยตั้งใจจักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน ๑.
กุลํ มจฺฉรายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ มจฺฉรายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ มจฺฉริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ คือ หวง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อ หวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อภิกฺขุเก อาวาเส วสฺสํ วสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วสฺสํ วสิสฺสามีติ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปติ ปริเวณํ สมฺมชฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส สห อรุณุคฺคมนา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ จัดแจงเสนาสนะ จัดตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณด้วยตั้งใจจะจำพรรษา ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ พร้อมกับอรุณขึ้น ๑.
วสฺสํ วุตฺถา ภิกฺขุนี อุภโตสงฺเฆ ตีหิ ฐาเนหิ นปฺปวาเรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีจำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยสถาน ๓ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
โอวาทาย วา สํวาสาย วา น คจฺฉนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีไม่ไปเพื่อรับโอวาท หรือเพื่อร่วมสังฆกรรม ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
อุโปสถมฺปิ น ปุจฺฉนฺตี โอวาทมฺปิ น ยาจนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถก็ดี ไม่ขอโอวาทก็ดี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.
ปสาเข ชาตํ คณฺฑํ วา รุหิตํ วา อนปโลเกตฺวา สงฺฆํ วา คณํ วา ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา เภทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เภทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ภินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อารามวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ
ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ให้บุรุษผ่าฝีก็ดี บาดแผลก็ดี ซึ่งเกิดที่แง้มขา ตัวต่อตัวร่วมกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ผ่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อผ่าแล้ว ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ๑. อารามวรรคที่ ๖ จบ. ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในคัพภินีวรรคที่ ๗
คพฺภินึ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสตรีมีครรภ์ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปายนฺตึ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสตรีแม่ลูกอ่อนให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีสิกขายังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปี ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สิกฺขมานํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปี แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อูนทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๑๒ ปี ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปีแล้ว แต่มีสิกขายังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ คือให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ๑.
ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปี มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่สมมติให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สหชีวินึ วุฏฺฐาเปตฺวา เทฺว วสฺสานิ เนว อนุคฺคณฺหนฺตี นานุคฺคหาเปนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณียังสหชีวินีให้บวชแล้ว ไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้ผู้อื่นอนุเคราะห์ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
วุฏฺฐาปิตํ ปวตฺตินึ เทฺว วสฺสานิ นานุพนฺธนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้ให้อุปสมบท ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
สหชีวินึ วุฏฺฐาเปตฺวา เนว วูปกาเสนฺตี น วูปกาสาเปนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ คพฺภินีวคฺโค สตฺตโม ฯ
ภิกษุณียังสหชีวินีให้อุปสมบทแล้ว ไม่พาหลีกไปเอง ไม่ยังผู้อื่นให้พาหลีก ไป ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์. คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ. ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘
อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสามเณรีที่เป็นเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ให้อุปสมบท ต้อง อาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสามเณรีที่เป็นเด็กหญิงมีอายุครบ ๒๐ ปีแล้ว แต่มีสิกขายังไม่ได้ ศึกษาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปี ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุก กฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสามเณรีผู้มีอายุครบ ๒๐ ปี มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อูนทฺวาทสวสฺสา วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีมีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสา สงฺเฆน อสมฺมตา วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ให้อุปสมบท ต้อง อาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขียติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ขียิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวอยู่ว่า อย่าเพ่อก่อน แม่คุณ ท่านอย่ายังสิกขมานา ให้อุปสมบท รับคำว่า ดีละ แล้วถึงธรรมคือความบ่นว่าในภายหลังต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่น ว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สิกฺขมานํ สเจ เม ตฺวํ อยฺเย จีวรํ ทสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺตี น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักให้จีวรแก่เราๆ จะให้ท่าน อุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
สิกฺขมานํ สเจ มํ ตฺวํ อยฺเย เทฺว วสฺสานิ อนุพนฺธิสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺตี น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เรา จักให้ท่านอุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้อง อาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.
ปุริสสํสฏฺฐํ กุมารกสํสฏฺฐํ จณฺฑึ โสกาวสฺสํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาผู้เกี่ยวข้องด้วยบุรุษ ผู้คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ผู้ดุร้าย ยัง ชายให้ระทมโศก ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อ ให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตาปิตูหิ วา สามิเกน วา อนนุญฺญาตํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาผู้อันมารดาบิดา หรือสามียังไม่อนุญาต ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ๑.
ปาริวาสิกจฺฉนฺททาเนน สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวช ด้วยการให้ฉันทะค้างคราว ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชทุกปี ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
เอกํ วสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ กุมารีภูตวคฺโค อฏฺฐโม ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชปีละ ๒ รูป ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ. ----------------------------------------------------- คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙
ฉตฺตุปาหนํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้ร่มและรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ยาเนน ยายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ยายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ยายิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีไปด้วยยาน ต้องอาบัติ ๒ คือ ไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อ ไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺฆาณึ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อิตฺถาลงฺการํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
คนฺธวณฺณเกน นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีอาบน้ำปรุงเครื่องประเทืองผิว ต้องอาบัติ ๒ คือ อาบ เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
วาสิตเกน ปิญฺญาเกน นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีอาบน้ำปรุงกำยานเป็นเครื่องอบ ต้องอาบัติ ๒ คือ อาบเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนิยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังภิกษุณีให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวด เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สิกฺขมานาย อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสิกขมานาให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวด เป็น ทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สามเณริยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ คิหินิยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ภิกฺขุสฺส ปุรโต อนาปุจฺฉา อาสเน นิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณียังสามเณรีให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวดเป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ภิกษุณียังหญิงคฤหัสถ์ให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวดเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ภิกษุณีไม่ขอโอกาส นั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ นั่งเป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อโนกาสกตํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปุจฺฉติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปุจฺฉิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุณีถามปัญหากะภิกษุผู้ที่ตนยังมิได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ คือ ถาม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ฉตฺตุปาหนวคฺโค นวโม ฯ นววคฺคา ขุทฺทกา นิฏฺฐิตา ฯ
ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่หนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่สอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ. ขุททกสิกขาบท ๙ วรรค จบ -----------------------------------------------------