คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๘ · ปริวาร

ข้ออื่นในเล่มนี้

กัตถปัญญัติวารที่ ๑กัตถปัญญัติวารกัตถปัญญัติวารคำถามและคำตอบในกฐินวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในโกสิยวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในปัตตวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในมุสาวาทวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในภูตคามวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในโอวาทวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในโภชนวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในอเจลกวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในสุราเมรยวรรคที่ ๖คำถามและคำตอบในสัปปาณกวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในสหธรรมมิกวรรคที่ ๘คำถามและคำตอบในราชวรรคที่ ๙คำถามและคำตอบในสิกขาบทที่ ๑คำถามและคำตอบในปริมัณฑลวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในอุชชัคฆิกวรรคที่ ๒คำถามและคำตอบในขัมภกตวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในปีณฑปาตวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในกพฬวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในสุรุสุรุวรรคที่ ๖คำถามและคำตอบในปาทุกาวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในปาราชิกกัณฑ์คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์คำถามและคำตอบปาจิตติยกัณฑ์คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์คำถามและคำตอบในเสขิยกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓คำถามและคำตอบในปาราชิก ๔ สิกขาบทคำถามและคำตอบในสังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบทคำถามและคำตอบในเสขิยวัตรคำถามและคำตอบอาบัติในปาราชิกกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓กัตถปัญญัติวารที่ ๑คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบทคำถามและคำตอบในนิสสคคิยปาจิตตีย์ ๑๒ สิกขาบทคำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในรัตตันธการวรรค ที่ ๒คำถามและคำตอบในนหานวรรคที่ ๓คำถามและคำตอบในตุวัฏฏวรรคที่ ๔คำถามและคำตอบในจิตตาคารวรรคที่ ๕คำถามและคำตอบในอารามวรรค ที่ ๖คำถามและคำตอบในคัพภินีวรรคที่ ๗คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบทคำถามและคำตอบในปาราชิกคำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสคำถามและคำตอบในนิสสัคคิยปาจิตตีย์คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์วิปัตติวารที่ ๓ปาราชิกสังฆาทิเสสปาราชิกสังฆาทิเสสวิปัตติวารที่ ๓ย่อหัวข้อสมุฏฐานอาบัติเป็นต้นมูลแห่งการวิวาท ๖สมุฏฐานวารแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๑กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒อาปัตติสมุฏฐานคาถาวิปัตติปัจจยวารที่ ๔อธิกรณปัจจยวาร ที่ ๕ปริยายวาร ที่ ๖สาธารณวารที่ ๗ตัพภาคิยวารที่ ๘วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไปแก่สมถะวารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะสมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑สังสัฏฐวารที่ ๑๖คำถามและคำตอบเกี่ยวกับอาบัติว่าด้วยธรรมก่ออาบัติเป็นต้นว่าด้วยสัญญาวิโมกข์เป็นต้นว่าด้วยพระผู้มีพระภาคทรงพระชนม์อยู่เป็นต้นว่าด้วยการต้องและออกจากอาบัติเป็นต้นว่าด้วยอาบัติเป็นต้นว่าด้วยความไม่เคารพเป็นต้นว่าด้วยอาบัติเป็นต้นว่าด้วยอานิสงส์เป็นต้นว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้นว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้นว่าด้วยบุคคลเป็นต้นอุโปสถกรรมเป็นต้นอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหาสิกขาบทที่ไม่ทั่วไปแก่สองฝ่าย สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกัน…วิเคราะห์ปาราชิกว่าด้วยอธิกรณ์ ๔ อย่างเป็นต้นอธิบายวิวาทาธิกรณ์ว่าด้วยสมถะรวมกัน เป็นต้นว่าด้วยสมถะรวมกันเรื่องโจทเป็นต้นข้อซักถามของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงครามว่าด้วยการรู้วัตถุ ว่าด้วยการรู้วิบัติ ว่าด้วยการรู้อาบัติ ว่าด้วยการรู้นิทาน…ว่าด้วยไม่ถึงฉันทาคติไม่ถึงฉันทาคติว่าด้วยให้เข้าใจเปรียบเทียบอธิกรณ์ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้นการกรานกฐินท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าองค์ของภิกษุที่ไม่ควรระงับกรรมภิกษุไม่ควรพูดในสงฆ์การทำความเห็นแย้งที่ไม่เป็นธรรมหน้าที่ของโจทก์ถืออยู่ป่าเป็นต้นมุสาวาทองค์สำหรับลงโทษไม่สมมติด้วยอุพพาหิกาองค์ของภิกษุผู้ไม่ควรระงับอธิกรณ์ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์มีโทษภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่มีโทษองค์ของภิกษุเจ้าอาวาสอานิสงส์กรานกฐินภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้นอาบัติทางกายเป็นต้นเสทโมจนคาถากรรม ๔ทรงบัญญัติสิกขาบททรงบัญญัติปาติโมกข์เป็นต้นปัญญัติวรรค ที่ ๔สังคหะ ๙ อย่างคาถาส่งท้าย

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๑๒–๖๒๔พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร๑๓ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘

ข้อ ๖๑๒

อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูป ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๒๐ ปีให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๑๓

ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตลิกฺขํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยัง ไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ กาลฝน ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูป ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ กาลฝน ให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๑๔

ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้ศึกษา สิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ กาลฝนแล้ว แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติ ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูป ยังสามเณรีผู้เป็นเด็กหญิงมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้ ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ กาลฝนแล้ว แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๑๕

อูนทฺวาทสวสฺสาย วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อูนทฺวาทสวสฺสา วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้มีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูป มีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๑๖

ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสาย สงฺเฆน อสมฺมตาย วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสา สงฺเฆน อสมฺมตา วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้มีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูปมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๑๗

อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานาย สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ จณฺฑกาลึ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ จณฺฑกาลี ภิกฺขุนี อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีอันภิกษุณีสงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า ท่านยังไม่ควรให้บวช ก่อน รับคำว่า ชอบแล้ว ภายหลังถึงธรรมคือบ่นว่า ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีจัณฑกาลี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีจัณฑกาลี อันภิกษุณีสงฆ์กล่าวอยู่ว่า ดูกรแม่เจ้า ท่านยังไม่ ควรให้บวชก่อน รับคำว่า ชอบแล้ว ภายหลังถึงธรรมคือบ่นว่า. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓

ข้อ ๖๑๘

สิกฺขมานํ สเจ เม ตฺวํ อยฺเย จีวรํ ทสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺติยา น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สิกฺขมานํ สเจ เม ตฺวํ อยฺเย จีวรํ ทสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปสิ น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ อกาสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ธุรนิกฺเขเป) ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้กล่าวกะสิกขมานาว่า ดูกรแม่เจ้า ถ้าท่านจักให้จีวรแก่เรา เราจักยังท่านให้อุปสมบทตามปรารถนา ภิกษุณีนั้นไม่มีอันตราย ภายหลังไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำ การขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวกะสิกขมานาว่า ดูกรแม่เจ้า ถ้าท่านจักให้จีวร แก่เรา เราจักยังท่านให้อุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้ อุปสมบท. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

ข้อ ๖๑๙

สิกฺขมานํ สเจ มํ ตฺวํ อยฺเย เทฺว วสฺสานิ อนุพนฺธิสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺติยา น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี สิกฺขมานํ สเจ มํ ตฺวํ อยฺเย เทฺว วสฺสานิ อนุพนฺธิสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปสิ น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ อกาสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ (ธุรนิกฺเขเป) ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้กล่าวกะสิกขมานาว่า ดูกรแม่เจ้า ถ้าท่านจักติดตามเราไป ตลอด ๒ ปี เราจักยังท่านให้อุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวาย เพื่อให้อุปสมบท ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวกะสิกขมานาว่า ดูกรแม่เจ้า ถ้าท่านจักติดตาม เราไปตลอด ๒ ปี เราจักยังท่านให้อุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการ ขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง (เหมือนธุรนิกเขปสิกขาบท).

ข้อ ๖๒๐

ปุริสสํสฏฺฐํ กุมารกสํสฏฺฐํ จณฺฑึ โสกาวสฺสํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ปุริสสํสฏฺฐํ กุมารกสํสฏฺฐํ จณฺฑึ โสกาวสฺสํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสิกขมานาผู้เกี่ยวข้องด้วยบุรุษ ผู้คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ผู้ดุร้าย ผู้ยังชายให้ระทมโศก ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทา ยังสิกขมานาผู้เกี่ยวข้องด้วยบุรุษ ผู้คลุกคลีกับเด็ก หนุ่ม ผู้ดุร้าย ผู้ยังชายให้ระทมโศก ให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๒๑

มาตาปิตูหิ วา สามิเกน วา อนนุญฺญาตํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี มาตาปิตูหิปิ สามิเกนปิ อนนุญฺญาตํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ จตูหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา วาจโต สมุฏฺฐาติ น กายโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐาติ น จิตฺตโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสิกขมานาอันมารดาบิดาหรือสามียังไม่อนุญาต ให้บวช ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทา ยังสิกขมานาอันมารดาบิดาหรือสามียังไม่อนุญาต ให้บวช. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ คือ บางทีเกิดแต่วาจา ไม่ใช่กาย ไม่ใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา ไม่ใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่ วาจากับจิต ไม่ใช่กาย ๑ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา และจิต ๑.

ข้อ ๖๒๒

ปาริวาสิกจฺฉนฺททาเนน สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ปาริวาสิกจฺฉนฺททาเนน สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสิกขมานาให้บวชด้วยให้ฉันทะค้างคราว ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีถุลลนันทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีถุลลนันทายังสิกขมานาให้บวช ด้วยให้ฉันทะค้างคราว. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๒๓

อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสิกขมานาให้บวชทุกกาลฝน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูป ยังสิกขมานาให้บวชทุกกาลฝน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓.

ข้อ ๖๒๔

เอกํ วสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปนฺติยา ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย เอกํ วสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ กุมารีภูตวคฺโค อฏฺฐโม ฯ

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุณีผู้ยังสิกขมานาให้บวชปีละ ๒ รูป ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุณีหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีหลายรูปยังสิกขมานาให้บวชปีละ ๒ รูป. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓. กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย