ศาสนา · พระวินัยปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๘ · ปริวาร
คำถามและคำตอบปาจิตติยกัณฑ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คำถามและคำตอบปาจิตติยกัณฑ์ มุสาวาทวรรคที่ ๑
สมฺปชานมุสา ภาสนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ สมฺปชานมุสา ภาสนฺโต ปญฺจ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ภิกฺขุํ อมูลเกน ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหาติ ภณติ ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส นปฺปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺโต อิมา ปญฺจ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ
ถามว่า ภิกษุกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่าภิกษุกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ ต้องอาบัติ ๕ คือ ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความปรารถนาลามกครอบงำ กล่าวอวดอุตต- *ริมนุสสธรรมอันไม่มีอยู่ ไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก อันไม่มีมูล ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑ ภิกษุกล่าวว่า ภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่าน ภิกษุนั้นเป็น พระอรหันต์ เมื่อผู้ฟังเข้าใจความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ไม่เข้าใจความ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เป็น ปาจิตตีย์ในเพราะสัมปชานมุสาวาท ๑ ภิกษุกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่ ต้องอาบัติ ๕ เหล่านี้.
โอมสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุปสมฺปนฺนํ โอมสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส อนุปสมฺปนฺนํ โอมสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุด่า ต้องอาบัติ ๒ คือ ด่าอุปสัมบัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ด่าอนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
เปสุญฺญํ อุปสํหรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส อนุปสมฺปนฺนสฺส เปสุญฺญํ อุปสํหรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ภิกษุกล่าวคำส่อเสียด ต้องอาบัติ ๒ คือ กล่าวคำส่อเสียดแก่อุปสัมบัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ กล่าวคำส่อเสียดแก่อนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.
อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วาเจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบันโดยว่าพร้อมกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ สอนให้ว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑.
อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันเกิน ๒-๓ คืน ต้องอาบัติ ๒ คือ นอน เป็นอาบัติทุกกฏในประโยค ๑ นอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตุคาเมน สหเสยฺยํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสำเร็จการนอนร่วมกับมาตุคาม ต้องอาบัติ ๒ คือ นอนเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ นอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตุคามสฺส อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทเสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุแสดงธรรมแก่มาตุคามเกินกว่า ๕-๖ คำ ต้องอาบัติ ๒ คือ แสดง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑.
อนุปสมฺปนฺนสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ ภูตํ อาโรเจนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาโรเจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาโรจิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริงแก่อนุปสันบัน ต้องอาบัติ ๒ คือ บอก เป็นทุกกฏในประโยค ๑ บอกแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาโรเจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาโรจิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน ต้องอาบัติ ๒ คือ บอก เป็นทุกกฏในประโยค ๑ บอกแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปฐวึ ขนนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขนติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปหาเร ปหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ มุสาวาทวคฺโค ปฐโม ฯ
ภิกษุขุดดิน ต้องอาบัติ ๒ คือ ขุด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ทุกๆ คราวที่ขุด ๑. มุสาวาทวรรคที่ ๑ จบ. ----------------------------------------------------- ภูตคามวรรคที่ ๒
ภูตคามํ ปาเตนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปาเตติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปหาเร ปหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุพรากภูตคาม ต้องอาบัติ ๒ คือ พราก เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ต้อง อาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คราวที่พราก ๑.
อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อนาโรปิเต อญฺญวาทเก อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อาโรปิเต อญฺญวาทเก อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุกลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อน ต้องอาบัติ ๒ คือ เมื่อสงฆ์ยังไม่ยก อัญญวาทกกรรม กลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เมื่อสงฆ์ยกอัญญวาทก- *กรรมแล้ว กลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อนต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ อุชฺฌาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุชฺฌาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุชฺฌาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุโพนทะนาภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ โพนทะนาเป็นทุกกฏในประโยค ๑ โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺฆิกํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา ภิสึ วา โกจฺฉํ วา อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุวางเตียงก็ดี ตั่งก็ดี ฟูกก็ดี เก้าอี้ก็ดี อันเป็นของสงฆ์ในที่แจ้งแล้วไม่ เก็บ ไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย ต้องอาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าเลยเลฑฑุบาตไป ๑ ก้าว ต้องอาบัติ ทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าเลยเลฑฑุบาตไป ๒ ก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺฆิเก วิหาเร เสยฺยํ สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุปูที่นอนในวิหารเป็นของสงฆ์แล้วไม่เก็บ ไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย ต้อง อาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าเลยเครื่องล้อมไป ๑ ก้าว ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าเลยเครื่องล้อมไป ๒ ก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺฆิเก วิหาเร ชานํ ปุพฺพูปคตํ ภิกฺขุํ อนูปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ สำเร็จการนอนเบียดเสียดภิกษุผู้เข้าไปก่อนในวิหารของสงฆ์ ต้อง อาบัติ ๒ คือ นอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ นอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ กุปิโต อนตฺตมโน สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิกฺกฑฺฒติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิกฺกฑฺฒิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุโกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุจากวิหารของสงฆ์ ต้องอาบัติ ๒ คือ ฉุดคร่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ฉุดคร่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺฆิเก วิหาเร อุปริ เวหาสกุฏิยา อาหจฺจปาทกํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา อภินิสีทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภินิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภินิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุนั่งทับเตียงก็ดี ตั่งก็ดี อันมีเท้าเสียบในกุฎีมีร้านในวิหารเป็นของสงฆ์ ต้องอาบัติ ๒ คือ นั่งทับ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ นั่งทับแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ทฺวิตฺติปริยาเย อธิฏฺฐหิตฺวา ตทุตฺตรึ อธิฏฺฐหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อธิฏฺเฐติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อธิฏฺฐิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุอำนวยให้พอก ๒-๓ ชั้น แล้วอำนวยยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ อำนวย เป็นทุกกฏในประโยค ๑ อำนวยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺจนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สิญฺจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สิญฺจิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ภูตคามวคฺโค ทุติโย ฯ
ภิกษุรู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ รดหญ้าก็ดี ดินก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังรด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ รดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ภูตคามวรรคที่ ๒ จบ. ----------------------------------------------------- โอวาทวรรคที่ ๓
อสมฺมโต ภิกฺขุนิโย โอวทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โอวทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โอวทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไม่ได้รับสมมติสั่งสอนภิกษุณี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังสั่งสอน เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ สั่งสอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อตฺถงฺคเต สุริเย ภิกฺขุนิโย โอวทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โอวทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โอวทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสั่งสอนพวกภิกษุณี เมื่อพระอาทิตย์อัสดงแล้ว ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลัง สั่งสอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ สั่งสอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตฺวา ภิกฺขุนิโย โอวทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โอวทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โอวทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุเข้าไปสู่ที่อาศัยของภิกษุณีแล้ว สั่งสอนพวกภิกษุณี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังสั่งสอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ สั่งสอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อามิสเหตุ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย โอวทนฺตีติ ภณนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภณติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ภณิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุกล่าวว่า พวกภิกษุสั่งสอนพวกภิกษุณี เพราะเหตุอามิสต้องอาบัติ ๒ ๒ คือกำลังกล่าว เป็นทุกกฏในประโยค ๑ กล่าวแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ เทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ ให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา จีวรํ สิพฺเพนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สิพฺเพติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาราปเถ อาราปเถ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุเย็บจีวรของภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเย็บ เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ รอยเย็บ ๑.
ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุชักชวนภิกษุณีเดินทางไกลด้วยกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเดิน เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ เดินแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธาย เอกํ นาวํ อภิรูหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภิรูหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภิรูเฬฺห อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุชักชวนภิกษุณีลงเรือลำเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังลงเป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ลงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ ภิกฺขุนีปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ ฉันบิณฑบาตอันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย ต้องอาบัติ ๒ คือ รับ ด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
ภิกฺขุนิยา สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ โอวาทวคฺโค ตติโย ฯ
ภิกษุรูปเดียวสำเร็จการนั่งในที่ลับกับภิกษุณีผู้เดียว ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. โอวาทวรรคที่ ๓ จบ. ----------------------------------------------------- โภชนวรรคที่ ๔
ตทุตฺตรึ อาวสถปิณฺฑํ ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันอาหารในโรงทานยิ่งกว่าครั้งหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่า จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
คณโภชนํ ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันเป็นหมู่ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
ปรมฺปรโภชนํ ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันโภชนะทีหลัง ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติ ทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
ทฺวิตฺติปตฺตปูเร ปูเว ปฏิคฺคเหตฺวา ตทุตฺตรึ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิคฺคณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิคฺคหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรับขนมเต็ม ๒-๓ บาตรแล้ว รับยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลัง รับ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ รับแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภุตฺตาวี ปวาริโต อนติริตฺตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันเสร็จ ห้ามภัตเสียแล้ว ฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี อันมิใช่เดน ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
ภิกฺขุํ ภุตฺตาวึ ปวาริตํ อนติริตฺเตน ขาทนีเยน วา โภชนีเยน วา อภิหฏฺฐุํ ปวาเรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ตสฺส วจเนน ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส โภชนปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุนำของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี อันมิใช่เดนไปล่อภิกษุผู้ฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้วให้ฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือ ภิกษุรับด้วยตั้งใจว่าจักเคี้ยว จักฉัน ตามคำของภิกษุนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ฉันเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี ในเวลาวิกาล ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วย ตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
สนฺนิธิการกํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี ซึ่งรับประเคนไว้ค้างคืน ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือ รับ ด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.
อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ โภชนวคฺโค จตุตฺโถ ฯ
ภิกษุกลืนกินอาหารที่เขายังไม่ได้ให้ ล่วงช่องปาก ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วย ตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑. โภชนวรรคที่ ๔ จบ ----------------------------------------------------- อเจลกวรรคที่ ๕
อเจลกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี แก่อเจลกก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี ด้วยมือ ของตน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ เอหาวุโส คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามาติ ตสฺส ทาเปตฺวา วา อทาเปตฺวา วา อุยฺโยเชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุยฺโยเชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุยฺโยชิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุชวนภิกษุว่า มาเถิด คุณ เราจักเข้าไปสู่บ้าน หรือนิคมเพื่อบิณฑบาต ด้วยกัน แล้วให้เขาถวายก็ดี ไม่ให้ถวายก็ดี แก่เธอ แล้วส่งกลับไป ต้องอาบัติ ๒ คือ ส่งไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ส่งไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สโภชเน กุเล อนุปขชฺช นิสชฺชํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสำเร็จการนั่งแทรกแซงในสโภชนสกุล ต้องอาบัติ ๒ คือ นั่ง เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตุคาเมน สทฺธึ รโห ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน นิสชฺชํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุสำเร็จการนั่งในที่ลับ คือ ในอาสนะกำบังกับมาตุคามต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตุคาเมน สทฺธึ เอโก เอกาย รโห นิสชฺชํ กปฺเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุผู้เดียวสำเร็จการนั่งในที่ลับกับมาตุคามผู้เดียว ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลัง นั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ อุมฺมารํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรับนิมนต์แล้ว มีภัตรอยู่ ไม่บอกลาภิกษุซึ่งมีอยู่ ถึงความเป็นผู้เที่ยวไป ในสกุลทั้งหลาย ก่อนเวลาฉันก็ดี หลังเวลาฉันก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าเลยธรณีประตู ๑ ก้าว ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าเลย ๒ ก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ตทุตฺตรึ เภสชฺชํ วิญฺญาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิญฺญาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุขอเภสัชยิ่งกว่าที่เขาปวารณาไว้ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังขอ เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ขอแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อุยฺยุตฺตํ เสนํ ทสฺสนาย คจฺฉนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ยตฺถ ฐิโต ปสฺสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไปเพื่อดูกองทัพซึ่งยกออกไปแล้ว ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไป ต้อง อาบัติทุกกฏ ๑ อยู่ ณ ที่ใดมองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อติเรกติรตฺตํ เสนาย วสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุอยู่ในกองทัพเกินกว่า ๓ คืน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังอยู่เป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ อยู่แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อุยฺโยธิกํ คจฺฉนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ยตฺถ ฐิโต ปสฺสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อเจลกวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ภิกษุไปสู่สนามรบ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ อยู่ ณ ที่ใดมองเห็นได้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. อเจลกวรรคที่ ๕ จบ ----------------------------------------------------- สุราเมรยวรรคที่ ๖
มชฺชํ ปิวนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปิวิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุดื่มน้ำเมา ต้องอาบัติ ๒ คือ รับด้วยตั้งใจว่าจักดื่ม ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกคราวที่ดื่ม ๑.
ภิกฺขุํ องฺคุลิปโตทเกน หาเสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หาเสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ หาสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุใช้นิ้วมือจี้ภิกษุให้หัวเราะ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้หัวเราะเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ ให้หัวเราะแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อุทเก กีฬนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เหฏฺฐาโคปฺผเก อุทเก กีฬติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อุปริโคปฺผเก อุทเก กีฬติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุเล่นในน้ำ ต้องอาบัติ ๒ คือ เล่นในน้ำใต้ข้อเท้า ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เล่นในน้ำเหนือข้อเท้า ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อนาทริยํ กโรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุทำความไม่เอื้อเฟื้อ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ ภึสาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภึสาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ภึสาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุหลอนภิกษุให้กลัว ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังหลอนให้กลัว เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ หลอนให้กลัวแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
โชตึ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมาทหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมาทหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุก่อไฟผิง ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังผิง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ผิงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
โอเรนฑฺฒมาสํ นฺหายนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ยังไม่ถึงกึ่งเดือนภิกษุอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังอาบเป็นทุกกฏในประโยค ๑ อาบแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อนาทยิตฺวา ติณฺณํ ทุพฺพณฺณกรณานํ อญฺญตรํ ทุพฺพณฺณกรณํ นวํ จีวรํ ปริภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไม่ถือเอาวัตถุทำให้เสียสี ๓ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้จีวรใหม่ ต้อง อาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา สิกฺขมานาย วา สามเณรสฺส วา สามเณริยา วา สามํ จีวรํ วิกปฺเปตฺวา อปจฺจุทฺธารกํ ปริภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุวิกัปจีวรเอง แก่ภิกษุก็ดี แก่ภิกษุณีก็ดี แก่สิกขมานาก็ดี แก่สามเณร ก็ดี แก่สามเณรีก็ดี ไม่ให้เขาถอนก่อน ใช้ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุ ปตฺตํ วา จีวรํ วา นิสีทนํ วา สูจิฆรํ วา กายพนฺธนํ วา อปนิเธนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อปนิเธติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อปนิธิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สุราเมรยวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ
ภิกษุซ่อนบาตรก็ดี จีวรก็ดี ผ้าปูนั่งก็ดี กล่องเข็มก็ดี ประคตเอวก็ดี ของ ภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังซ่อน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ซ่อนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. สุราเมรยวรรคที่ ๖ จบ ----------------------------------------------------- สัปปาณกวรรคที่ ๗
สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปนฺโต จตสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ อโนทิสฺส โอปาตํ ขนติ โย โกจิ ปปติตฺวา มริสฺสตีติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส มนุสฺโส ตสฺมึ ปปติตฺวา มรติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺส ยกฺโข วา เปโต วา ติรจฺฉานคตมนุสฺสวิคฺคโห วา ตสฺมึ ปปติตฺวา มรติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ติรจฺฉานคโต ตสฺมึ ปปติตฺวา มรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส สญฺจิจฺจ ปาณํ ชีวิตา โวโรเปนฺโต อิมา จตสฺโส อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ
ถามว่า ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ให้ตาย ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ให้ตาย ต้องอาบัติ ๔ คือ ขุดบ่อไม่เจาะจงว่า ผู้ใดผู้หนึ่ง จักตกตาย ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ มนุษย์ตกลงในบ่อนั้นตาย ต้องอาบัติปาราชิก ๑ ยักษ์ก็ดี เปรต ก็ดี ดิรัจฉานก็ดี มีร่างกายดุจมนุษย์ก็ดี ตกลงในบ่อนั้นตาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย ๑ ดิรัจฉาน ตกลงในบ่อนั้นตาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ให้ตาย ต้องอาบัติ ๔ เหล่านี้
ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปริภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ บริโภคน้ำมีตัวสัตว์ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบริโภค เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ บริโภคแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ ยถาธมฺมํ นีหตาธิกรณํ ปุนกมฺมาย อุกฺโกเฏนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุกฺโกเฏติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุกฺโกฏิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ ฟื้นอธิกรณ์ที่ทำเสร็จแล้วตามธรรม เพื่อทำอีก ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังฟื้น เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ฟื้นแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุสฺส ชานํ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ปฏิจฺฉาเทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรู้อยู่ ปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุ ต้องอาบัติ ๑ คือ ปาจิตตีย์.
ชานํ อูนวีสติวสฺสํ ปุคฺคลํ อุปสมฺปาเทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุปสมฺปาเทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุปสมฺปาทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ ให้บุคคลมีอายุหย่อน ๒๐ ปีอุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลัง ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ เถยฺยสตฺเถน สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ชักชวนแล้ว เดินทางไกลสายเดียวกันกับพวกพ่อค้าผู้เป็นโจร ต้อง อาบัติ ๒ คือ กำลังเดินทาง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เดินทางแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มาตุคาเมน สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุชักชวนแล้ว เดินทางไกลสายเดียวกันกับมาตุคาม ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเดินทาง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เดินทางแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า เมื่อสวดสมนุภาสน์จบหนที่ ๓ ต้องอาบัติ ๒ คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจา ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ ตถาวาทินา ภิกฺขุนา อกฏานุธมฺเมน ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสฏฺเฐน สทฺธึ สมฺภุญฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมฺภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมฺภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุรู้อยู่ กินร่วมกับภิกษุผู้กล่าวอย่างนั้น มีธรรมอันสมควรยังไม่ได้ทำ ยังไม่ได้สละทิฏฐินั้น ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังกินร่วม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ กินร่วมแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ ตถานาสิสํ สมณุทฺเทสํ อุปลาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุปลาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุปลาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม ฯ
ภิกษุรู้อยู่ เกลี้ยกล่อมสมณุทเทส ผู้ถูกสงฆ์นาสนะแล้วอย่างนั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเกลี้ยกล่อม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เกลี้ยกล่อมแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. สัปปาณกวรรคที่ ๗ จบ ----------------------------------------------------- สหธรรมมิกวรรคที่ ๘
ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน น ตาวาหํ อาวุโส เอตสฺมึ สิกฺขาปเท สิกฺขิสฺสามิ ยาว นญฺญํ ภิกฺขุํ พฺยตฺตํ วินยธรํ ปริปุจฺฉามีติ ภณนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภณติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ภณิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุอันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่โดยชอบธรรม กล่าวว่า แน่ะเธอฉันจักยังไม่ ศึกษาในสิกขาบทนี้ จนกว่าจะได้ถามภิกษุอื่นผู้ฉลาด ผู้ทรงวินัย ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังพูด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ พูดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
วินยํ วิวณฺเณนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิวณฺเณติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิวณฺณิเต อาปตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุก่นวินัย ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังก่น เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ก่นแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
โมเหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อนาโรปิเต โมเห โมเหติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อาโรปิเต โมเห โมเหติ อาปตฺติ ปาจิตฺติปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุแสร้งทำหลง ต้องอาบัติ ๒ คือ เมื่อความหลงอันภิกษุทั้งหลายยังไม่ ยกขึ้นประกาศ ทำหลง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เมื่อความหลงอันภิกษุทั้งหลายยกขึ้นประกาศแล้ว ทำหลง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุ กุปิโต อนตฺตมโน ปหารํ เทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปหรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปหเฏ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุโกรธ ขัดใจ ให้ประหารแก่ภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังประหาร เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ประหารแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑
ภิกฺขุสฺส กุปิโต อนตฺตมโน ตลสตฺติกํ อุคฺคิรนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุคฺคิรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุคฺคิริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุโกรธ ขัดใจ เงื้อหอกคือฝ่ามือแก่ภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเงื้อ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เงื้อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุํ อมูลเกน สงฺฆาทิเสเสน อนุทฺธํเสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อนุทฺธํเสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อนุทฺธํสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุกำจัดภิกษุด้วยอาบัติสังฆาทิเสสหามูลมิได้ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังกำจัด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ กำจัดแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขุสฺส สญฺจิจฺจ กุกฺกุจฺจํ อุปทหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุปทหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุปทหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุแกล้งก่อความรำคาญแก่ภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังก่อ เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ก่อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ อุปสฺสุตึ ติฏฺฐนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โสสฺสามีติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ยตฺถ ฐิโต สุณาติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
เมื่อภิกษุทั้งหลายเกิดบาดหมางกัน เกิดทะเลาะกัน ถึงการวิวาทกัน ภิกษุ ยืนแอบฟัง ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไปด้วยตั้งใจว่าจักฟัง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ยืนที่ใดได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ธมฺมิกานํ กมฺมานํ ฉนฺทํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขียติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ขียิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ฉันทะเพื่อกรรมอันเป็นธรรมแล้ว ถึงธรรมคือความบ่นว่าในภายหลัง ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่นว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ บ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สงฺเฆ วินิจฺฉยกถาย วตฺตมานาย ฉนฺนํ อทตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริสาย หตฺถปาสํ อวิชหนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส วิชหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
เมื่อเรื่องอันจะพึงวินิจฉัยยังเป็นไปอยู่ในสงฆ์ ภิกษุไม่ให้ฉันทะ แล้วลุกจาก อาสนะหลีกไปเสีย ต้องอาบัติ ๒ คือ เมื่อยังไม่ละหัตถบาสแห่งบริษัท ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ละแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สมคฺเคน สงฺเฆน จีวรํ ทตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขียติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ขียิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุกับสงฆ์ผู้พร้อมเพียงกัน ให้จีวร แล้วภายหลังถึงธรรมคือ ความบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่นว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ บ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ ปุคฺคลสฺส ปริณาเมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริณาเมติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริณามิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺฐโม ฯ
ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไปจะถวายสงฆ์มาเพื่อบุคคล ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังน้อมมา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ น้อมมาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. สหธรรมิกวรรคที่ ๘ จบ ----------------------------------------------------- ราชวรรคที่ ๙
ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิโต รญฺโญ อนฺเตปุรํ ปวิสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ อุมฺมารํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไม่ได้รับบอกก่อน เข้าไปสู่ภายในพระตำหนักหลวง ต้องอาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าที่ ๑ ล่วงธรณีประตู ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
รตนํ อุคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ คหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุเก็บรัตนะ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเก็บ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เก็บ แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา วิกาเล คามํ ปวิสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ ปวิสนฺโต อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุไม่บอกลาภิกษุที่มีอยู่ แล้วเข้าไปสู่บ้านในเวลาวิกาล ต้องอาบัติ ๒ คือ เข้าไปสู่ที่ล้อมเลย ๑ ก้าว ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เลย ๒ ก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
อฏฺฐิมยํ วา ทนฺตมยํ วา วิสาณมยํ วา สูจิฆรํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำกล่องเข็ม แล้วด้วยกระดูกก็ดี แล้วด้วยงาก็ดี แล้วด้วยเขาก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปมาณาติกฺกนฺตํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำเตียงก็ดี ตั่งก็ดี เกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
มญฺจํ วา ปีฐํ วา ตูโลนทฺธํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำเตียงก็ดี ตั่งก็ดี เป็นของหุ้มนุ่น ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปมาณาติกฺกนฺตํ นิสีทนํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำผ้าสำหรับปูนั่ง เกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปมาณาติกฺกนฺตํ กณฺฑุปฏิจฺฉาทึ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำผ้าปิดฝี เกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ให้ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
ปมาณาติกฺกนฺตํ วสฺสิกสาฏิกํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
ภิกษุให้ทำผ้าอาบน้ำฝน เกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.
สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ จีวรํ การาเปนฺโต อิมา เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ ราชวคฺโค นวโม ฯ ขุทฺทกา นิฏฺฐิตา ฯ
ถามว่า ภิกษุให้ทำจีวรมีประมาณเท่าจีวรพระสุคตต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุให้ทำจีวร มีประมาณเท่าจีวรพระสุคต ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑. ภิกษุให้ทำจีวรมีประมาณเท่าจีวรพระสุคต ต้องอาบัติ ๒ เหล่านี้ ราชวรรคที่ ๙ จบ ขุททกสิกขาบท จบ -----------------------------------------------------