คำถามและคำตอบในมุสาวาทวรรคที่ ๑
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร ปาจิตติยกัณฑ์ คำถามและคำตอบในมุสาวาทวรรคที่ ๑
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ในเพราะสัมปชานมุสาวาท ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระหัตถกศากยบุตร. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระหัตถกศากยบุตร เจรจากับพวกเดียรถีย์กล่าวปฏิเสธแล้วรับ กล่าวรับแล้วปฏิเสธ. มีบัญญัติ ๑. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ...
ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ หตฺถกํ สกฺยปุตฺตํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ หตฺถโก สกฺยปุตฺโต ติตฺถิเยหิ สทฺธึ สลฺลปนฺโต อวชานิตฺวา ปฏิชานิ ปฏิชานิตฺวา อวชานิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ในเพราะโอมสวาท ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์ทะเลาะกับพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ด่าภิกษุผู้มีศีลเป็น ที่รัก. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
โอมสวาเท ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เปสเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ภณฺฑนฺตา เปสเล ภิกฺขู โอมสึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ในเพราะส่อเสียดภิกษุ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์เก็บเอาคำส่อเสียด ไปบอกแก่ภิกษุผู้หมางกัน เกิด ทะเลาะกัน ถึงการวิวาทกัน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
ภิกฺขุเปสุญฺเญ ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ เปสุญฺญํ อุปสํหรึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้สอนธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์สอนธรรมแก่อุบาสกอุบาสิกาว่าพร้อมกัน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือ บางที เกิดแต่วาจา มิใช่กาย มิใช่จิต บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย ...
อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุปาสเก ปทโส ธมฺมํ วาเจสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา วาจโต สมุฏฺฐาติ น กายโต น จิตฺตโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบันยิ่งกว่า ๒-๓ คืน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูป สำเร็จการนอนร่วมกับอนุปสัมบัน. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏ- *ฐาน ๒ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ...
อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สห เสยฺยํ กปฺเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ อาฬวิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺเนน สห เสยฺยํ กปฺเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต สมุฏฺฐาติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุ ผู้สำเร็จการนอนร่วมกับมาตุคาม ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภ? ต. ทรงปรารภท่านพระอนุรุทธะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอนุรุทธะนอนร่วมกับมาตุคาม. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือน เอฬกโลมสิกขาบท) ...
มาตุคาเมน สห เสยฺยํ กปฺเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อนุรุทฺโธ มาตุคาเมน สห เสยฺยํ กปฺเปสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ (เอฬกโลมเก) ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้แสดงธรรมแก่มาตุคามยิ่งกว่า ๕-๖ คำ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านอุทายีแสดงธรรมแก่มาตุคาม. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๒ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏ- *ฐาน ๒ (เหมือนปทโสธัมมสิกขาบท) ...
มาตุคามสฺส อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ อุทายึ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา อุทายิ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสสิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เทฺว อนุปฺปญฺญตฺติโย ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ (ปทโส ธมฺเม) ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้บอกอุตตริมนุสสธรรมอันมีจริงแก่อนุปสัมบัน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา พรรณนาคุณแห่งอุตตริมนุสสธรรมของ กันและกัน แก่พวกคฤหัสถ์. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่วาจา มิใช่กาย มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับ วาจา มิใช่จิต ...
อนุปสมฺปนฺนสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ ภูตํ อาโรเจนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ วคฺคุมุทาตีริยา ภิกฺขู คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต สมุฏฺฐาติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา วาจโต สมุฏฺฐาติ น กายโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ วาจโต จ สมุฏฺฐาติ น จิตฺตโต ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์บอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ (เหมือนอทินนาทานสิกขาบท) ...
ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ภิกฺขุสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อนุปสมฺปนฺนสฺส อาโรเจสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ (อทินฺนาทานสมุฏฺฐาเน) ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ขุดดิน ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุพวกเมืองอาฬวี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกเมืองอาฬวีขุดดิน. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ... มุสาวาทวรรค ที่ ๑ จบ. หัวข้อประจำวรรค
ปฐวึ ขนนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ อาฬวิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อาฬวิเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อาฬวิกา ภิกฺขู ปฐวึ ขนึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ มุสาวาทวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ
พูดเท็จ ๑ ด่า ๑ ส่อเสียด ๑ สอนว่าพร้อมกัน ๑ นอน ๒ แสดงธรรม ๑ บอกอุตตริมนุสสธรรม ๑ อาบัติชั่วหยาบ ๑ ขุดดิน ๑
มุสาโอมสเปสุญฺญํ ปทโส เทฺว นิปชฺชนา เทสนาโรจนา เจว ทุฏฺฐุลฺลํ ปฐวีขเนติ ฯ ------------