คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

ท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๐๑๖–๑๐๒๓พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร๘ ข้อ๒ ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คาถาสังคณิกะ ท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา

คาถาสงฺคณิกํ

๑๐๑๖

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านห่มผ้าเฉวียงบ่า ประนมมือดูเหมือน มีความมุ่ง มา ณ สถานที่นี้ เพื่อประสงค์อะไร? ท่านพระอุบาลีกราบทูลว่า สิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่ อุเทศทุกวันอุโบสถ สิกขาบทเหล่านั้น มีเท่าไร? ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครกี่แห่ง? พ. ปัญญาของท่านดี ท่านสอบถามโดยแยบคาย เพราะฉะนั้นเราจักบอกแก่ท่าน ตามที่ท่านเป็นผู้ฉลาดถาม. สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถสิกขาบทเหล่านั้น มี ๓๕๐ สิกขาบท ตถาคตบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่ง.

เอกํสํ จีวรํ กตฺวา ปคฺคณฺหิตฺวาน อญฺชลึ อาสึสมานรูโป ว กิสฺส ตฺวํ อิธมาคโต ฯ ทฺวีสุ วินเยสุ ปญฺญตฺตา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ กติ เต สิกฺขาปทา โหนฺติ กตีสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ ภทฺทโก เต อุมฺมงฺโค โยนิโส ปริปุจฺฉสิ ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ กุสโล ตถา ฯ ทฺวีสุ วินเยสุ ปญฺญตฺตา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ อฑฺฒุฑฺฒสตานิ เต โหนฺติ สตฺตสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ

๑๐๑๗

อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่งๆ ไหนบ้าง? ของพระองค์ได้โปรด แจ้งพระนคร ๗ แห่งนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้าๆ ได้ฟังทางแห่งพระดำรัสของพระองค์แล้ว จะปฏิบัติ ข้อนั้นจะพึงมีเพื่อความเกื้อกูลแก่พวกข้าพระพุทธเจ้า. พ. สิกขาบทเหล่านั้น บัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี ๑ พระนครราชคฤห์ ๑ พระนครสาวัตถี ๑ พระนครอาฬวี ๑ พระนครโกสัมพี ๑ สักกชนบท ๑ ภัคคชนบท ๑. สิกขาบทบัญญัติ

กตเมสุ สตฺตสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ อิงฺฆ เม ตฺวํ พฺยากร นํ ฯ ตว วจนปถํ นิสามยิตฺวา ปฏิปชฺเชม หิตาย โน สิยา ฯ เวสาลิยา ราชคเห สาวตฺถิยา จ อาฬวิยา โกสมฺพิยา จ สกฺเกสุ ภคฺเคสุ เจว ปญฺญตฺตา ฯ

๑๐๑๘

อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี มีเท่าไร? ณ พระนคร ราชคฤห์ มีเท่าไร? ณ พระนครสาวัตถี มีเท่าไร? ณ พระนครอาฬวี มีเท่าไร? ณ พระนครโกสัมพี มีเท่าไร? ณ สักกชนบท มีเท่าไร? ณ ภัคคชนบท มีเท่าไร? พระองค์อันข้าพระพุทธเจ้าทูลถามแล้ว ขอได้โปรด ตอบข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า. พ. สิกขาบทที่บัญญัติไว้ ในพระนครเวสาลีมี ๑๐ สิกขาบท. ในพระนครราชคฤห์มี ๒๑ สิกขาบท. ในพระนครสาวัตถี รวมทั้งหมด มี ๒๙๔ สิกขาบท. ในพระนครอาฬวี มี ๖ สิกขาบท. ในพระนครโกสัมพี มี ๘ สิกขาบท. ในสักกชนบทมี ๘ สิกขาบท. ในภัคคชนบท. มี ๓ สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดได้บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี ท่านจงฟัง สิกขาบทเหล่านั้นตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฆ่ามนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มี จริง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทรงอติเรกจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยหล่อสันถัตด้วย ขนเจียมดำล้วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภัตรทีหลัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม้ชำระฟัน ๑ สิกขาบทว่า ด้วยให้ของเคี้ยวของฉันแก่อเจลก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีด่าภิกษุ ๑ รวม สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี เป็น ๑๐ สิกขาบท สิกขาบทเหล่าใดที่บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ ท่านจงฟังสิกขาบท เหล่านั้น ตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของ ไม่ได้ให้ ณ พระนครราชคฤห์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดภิกษุรวม ๒ สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์และประพฤติตามรวม ๒, สิกขาบทว่าด้วยรับ อันตรวาสก ๑, สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนรูปิยะ ๑, สิกขาบทว่าด้วยขอ ด้าย ๑, สิกขาบทว่าด้วยบ่นว่า ๑, สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณี แนะให้เขาถวาย ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาหารในโรงทาน ๑ สิกขาบทว่าด้วย ฉันหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวไปใน สกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุไม่ครบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้จีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณียืนสั่งเสีย ๑ สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวยอดเขา ๑ สิกขาบทว่าด้วยจาริก ๑ สิกขาบท เหล่านี้บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ รวมกับการให้ฉันทะในกรรมนั้น แหละ เป็น ๒๑ สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครสาวัตถี ท่านจงฟังสิกขาบท เหล่านั้น ตามที่กล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ ของภิกษุณี สังฆาทิเลส ๑๖ อนิยต ๒ นิสสัคคียะ ๒๔ สิกขาบทที่เรียกว่าขุททกสิกขาบทมี ๑๕๖ สิกขาบทที่ควรติเตียน ๑๐ สิกขาบทเสขิยวัตร ๗๒ สิกขาบท รวม สิกขาบททั้งหมดที่บัญญัติไว้ ในพระนครสาวัตถี ๒๙๔ สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครอาฬวี ท่านจงฟังสิกขาบท เหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ทำกุฎี ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำ สันถัตเจือไหม ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกับอนุปสัมบัน ๑ สิกขาบทว่า ด้วยขุดดิน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำมีตัว- สัตว์เอารดหญ้าหรือดิน ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๖ สิกขาบท บัญญัติไว้ ในพระนครอาฬวี. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครโกสัมพี ท่านจงฟัง สิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป สิกขาบทว่าด้วยให้ทำวิหารใหญ่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายากสอนยาก ๑ สิกขาบทว่าด้วยแกล้งพูดคำอื่น กลบเกลื่อน ๑ สิกขาบทว่าด้วยกรอบประตู ๑ สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุรา เมรัย ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยว่ากล่าวโดย ชอบธรรม ๑ รวมเป็น ๘ สิกขาบททั้งดื่มน้ำนม. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในสักกชนบท ท่านจงฟังสิกขาบท เหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ซักขนเจียม ๑ สิกขาบท ว่าด้วยบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยสั่งสอนภิกษุณีถึงที่ อยู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอเภสัช ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑ สิกขาบทว่าด้วยเสนาสนะป่า ๑ รวม ๖ สิกขาบทนี้บัญญัติไว้ ณ พระนคร กบิลพัสดุ์ สิกขาบทว่าด้วยทำความสะอาดด้วยน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วย ไม่รับโอวาท ๑ ตถาคตได้กล่าวไว้ในหมู่ภิกษุณี. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในภัคคชนบท ท่านจงฟังสิกขาบท เหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยติดไฟผิง ๑ สิกขาบทว่าด้วย มือเปื้อนอามิส ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวสุก ๑ สิกขาบท เหล่านั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๗ นิสสัคคิยะ ๘ ขุททกะ ๓๒ ปาฏิเทสนียะสิกขาบทที่น่าติ ๒ เสขิยวัตร ๓ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่า พันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ บัญญัติไว้ใน ๖ พระนคร รวม ๕๖ สิกขาบท ในพระนครสาวัตถี พระโคดมผู้มียศ บัญญัติไว้ทั้งหมดรวม ๒๙๔ สิกขาบท. ทรงพยากรณ์อาบัติหนักและอาบัติเบาเป็นต้น

กติ เวสาลิยา ปญฺญตฺตา กติ ราชคเห กตา สาวตฺถิยา กติ โหนฺติ กติ อาฬวิยา กตา กติ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา กติ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ กติ ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ ทสเวสาลิยา ปญฺญตฺตา เอกวีสา ราชคเห กตา ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา ฉ อาฬวิยา ปญฺญตฺตา อฏฺฐ โกสมฺพิยา กตา อฏฺฐ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ ตโย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ฯ เย เวสาลิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ เมถุนํ วิคฺคหุตฺตริ อติเรกญฺจ กาฬกํ ภูตํ ปรมฺปราภตฺตํ ทนฺตโปเณน อเจลโก ภิกฺขุนีสุ จ อกฺโกโส ทเสเต เวสาลิยา กตา ฯ เย ราชคเห ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ อทินฺนาทานํ ราชคเห เทฺว จ อนุทฺธํสนา เทฺวปิ จ เภทา อนฺตรวาสกํ รูปิยํ สุตฺตํ อุชฺฌาปนเกน จ ปาจิตปิณฺฑํ คณโภชนํ วิกาเล จาริตฺตํ นฺหานํ อูนวีส จีวรํ ทตฺวา โวสาสนฺตี เอเต ราชคเห กตา ฯ คิรคฺคจริยา ตตฺเถว ฉนฺททาเนน เอกวีสติ ฯ เย สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสา ภวนฺติ โสฬส อนิยตา เทฺว โหนฺติ นิสฺสคฺคิยา จตุวีสติ ฉปฺปญฺญาสสตญฺเจว ขุทฺทกานิ ปวุจฺจเร ทส คารยฺหา เทฺวสตฺตติ เสขิยา ฯ ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา ฯ เย อาฬวิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ กุฏิโกสิยเสยฺยา จ ขณเน คจฺฉ เทวเต สปฺปาณกญฺจ สิญฺจนฺติ ฉ เอเต อาฬวิยา กตา ฯ เย โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ มหาวิหาโร โทวจสฺสํ อญฺญํ ทฺวารํ สุราย จ อนาทริยํ สหธมฺโม จ ปโยปาเนน อฏฺฐมํ ฯ เย สกฺเกสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ เอฬกโลมานิ ปตฺโต จ โอวาโทปิ จ เภสชฺชํ สูจิ อารญฺญโก เจว ฉ เอเต กาปิลวตฺถเว ฯ อุทเก สุทฺธิยา โอวาโท ภิกฺขุนีสุ ปวุจฺจติ ฯ เย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพนฺติ สามิเสน สสิตฺถกํ ฯ ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ สตฺต นิสฺสคฺคิยานิ อฏฺฐ ทฺวตฺตึสติ จ ขุทฺทกา เทฺวคารยฺหา ตโย เสขา ฉปฺปญฺญาส ฉสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา โคตเมน ยสสฺสินา ฯ

๑๐๑๙

อุ. ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทูลถามปัญหาข้อใดกะพระองค์ พระองค์ได้ ทรงแก้ปัญหาข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทรงแก้ปัญหานั้นๆ โดยมิได้เป็น อย่างอื่น. ข้าพระพุทธเจ้า ขอทูลถามปัญหาข้ออื่นกะพระองค์ ขอพระองค์ โปรดตอบปัญหานั้นต่อไป. คือ อาบัติหนัก ๑ อาบัติเบา ๑ อาบัติมีส่วน เหลือ ๑ อาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ อาบัติชั่วหยาบ ๑ อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทเป็นยาวตติยกะ ๑ สิกขาบททั่วไป ๑ สิกขาบทไม่ทั่วไป ๑ สิกขาบทที่จำแนกไว้ระงับด้วยสมถะเหล่าใด ๑ ขอพระองค์ได้โปรดชี้แจง สิกขาบทนี้แม้ทั้งมวล. พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าจะฟังพระดำรัส ของพระองค์. พ. อาบัติหนักมี ๓๑ ศีลวิบัติและอาจารวิบัติในอาบัติหนักเหล่า- นั้น อาบัติปาราชิกที่ไม่มีส่วนเหลือมี ๘ อาบัติใดหนัก อาบัตินั้นชั่วหยาบ อาบัติใดชั่วหยาบ อาบัตินั้นเป็นศีลวิบัติ. อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสส เรียกชื่อว่าศีลวิบัติ. อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตติยะ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิตคือด่าประสงค์จะล้อเล่น อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาจารวิบัติ. ทิฏฐิวิบัติ

ยนฺตฺวํ อปุจฺฉิมฺหา อกิตฺตยี โน ตนฺตํ พฺยากตํ อนญฺญถา ฯ อญฺญนฺตํ ปุจฺฉาม ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ ครุกํ ลหุกํ จาปิ สาวเสสํ อนวเสสํ ทุฏฺฐุลฺลญฺจ อทุฏฺฐุลฺลํ เย จ ยาวตติยกา สาธารณํ อสาธารณํ วิปตฺติโย จ เยหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สพฺพานิ เปตานิ วิยากโรหิ ฯ หนฺท วากฺยํ สุโณม เต ฯ เอกตึสา เย ครุกา อฏฺเฐตฺถ อนวเสสา เย ครุกา เต ทุฏฺฐุลฺลา เย ทุฏฺฐุลฺลา สา สีลวิปตฺติ ฯ ปาราชิกํ สงฺฆาทิเสโส สีลวิปตฺตีติ วุจฺจติ ฯ ถุลฺลจฺจยํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ ทุพฺภาสิตํ โยจายํ อกฺโกสติ หสฺสาธิปฺปาโย ฯ อยํ สา อาจารวิปตฺติสมฺมตา ฯ

๑๐๒๐

บุคคลมีปัญญาเขลา อันโมหะครอบงำ ถูกอสัทธรรมรุมล้อมย่อมถือทิฏฐิ- วิบัติกล่าวตู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่าทิฏฐิวิบัติ. อาชีววิบัติ

วิปรีตทิฏฺฐึ คณฺหนฺติ อสทฺธมฺเมหิ ปุรกฺขตา อพฺภาจิกฺขนฺติ สมฺพุทฺธํ ทุปฺปญฺญา โมหปารุตา อยํ สา ทิฏฺฐิวิปตฺติสมฺมตา ฯ

๑๐๒๑

ภิกษุผู้ปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ ย่อมอวดอุตตริมนุสสธรรม อันไม่มีไม่เป็นจริง เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุถึงความเที่ยวชักสื่อ เพราะเหตุ อาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุกล่าวว่าภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่านภิกษุนั้นเป็นอรหันต์ เพราะ เหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุณีขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะเหตุ อาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะ เหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาชีววิบัติ. ยาวตติยกะสิกขาบท

อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหาติ ภณติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ ฯ อยํ สา อาชีววิปตฺติสมฺมตา ฯ

๑๐๒๒

ยาวตติยกะสิกขาบท ๑๑ นั้น ท่านจงฟัง ดังจะกล่าวต่อไป อุกขิตตานุวัตติก สิกขาบท ๑ ยาวตติยกะสิกขาบท ๘ อริฏฐสิกขาบท ๑ จัณฑกาลิสิกขาบท ๑ สิกขาบทเหล่านี้นั้นชื่อยาวตติยกะสิกขาบท. ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบทและเภทนกสิกขาบทเป็นต้น

เอกาทส ยาวตติยกา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา อฏฺฐ ยาวตติยกา อริฏฺโฐ จณฺฑกาลี จ อิเม เต ยาวตติยกา ฯ

๑๐๒๓

อุ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมีเท่าไร? สิกขาบทว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการ สมมติภิกษุมีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าเป็นความชอบ มีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร? สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ทรงบัญญัติว่ารู้อยู่ มีเท่าไร? พ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมี ๖ สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการ รื้อมี ๑ สิกขาบทที่ว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมี ๔ สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมี ๔ สิกขาบท ที่ว่าเป็นความชอบมี ๗ สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมี ๑๔ สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่ง พระราชาผู้สูงศักดิ์บัญญัติไว้ว่ารู้อยู่มี ๑๖.

กติ เฉทนกานิ กติ เภทนกานิ กติ อุทฺทาลนกานิ กติ อนญฺญปาจิตฺติยานิ กติ ภิกฺขุสมฺมติโย กติ สามีจิโย กติ ปรมานิ กติ ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ ฉ เฉทนกานิ เอกํ เภทนกํ เอกํ อุทฺทาลนกํ จตฺตาริ อนญฺญปาจิตฺติยานิ จตสฺโส ภิกฺขุสมฺมติโย สตฺต สามีจิโย จุทฺทส ปรมานิ โสฬส ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย