อธิบายวิวาทาธิกรณ์
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร อธิบายวิวาทาธิกรณ์
ถามว่า วิวาทาธิกรณ์ มีอนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ ไหม? ตอบว่า วิวาทาธิกรณ์ ไม่มีอนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ แต่เพราะ วิวาทาธิกรณ์เป็นปัจจัย อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ ย่อมมีได้. เปรียบเหมือน อะไร. เปรียบเหมือน ภิกษุทั้งหลายในพระธรรมวินัยนี้ วิวาทกันว่า นี้เป็นธรรม นี้ไม่เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้ไม่เป็นวินัย นี้พระตถาคตตรัสภาษิตไว้ นี้พระตถาคตไม่ได้ตรัสภาษิตไว้ นี้พระตถาคตทรงประพฤติมา นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงประพฤติมา นี้พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงบัญญัติไว้ นี้เป็นอาบัติ นี้ไม่เป็นอาบัติ นี้เป็นอาบัติเบา นี้เป็นอาบัติหนัก นี้เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ นี้เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ นี้เป็นอาบัติชั่วหยาบ นี้เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาท การกล่าวต่างกัน การ กล่าวโดยประการอื่น การพูดเพื่อความกลัดกลุ้ม ความหมายมั่นในเรื่องนั้น อันใด นี้ เรียกว่า วิวาทาธิกรณ์. สงฆ์วิวาทกันในวิวาทาธิกรณ์ จัดเป็นวิวาทาธิกรณ์. เมื่อวิวาทกัน ย่อมโจท จัดเป็นอนุวาทาธิกรณ์. เมื่อโจท ย่อมต้องอาบัติ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์. สงฆ์ทำกรรมตามอาบัติ นั้น จัดเป็นกิจจาธิกรณ์. เพราะวิวาทาธิกรณ์เป็นปัจจัย อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจา- *ธิกรณ์ ย่อมมีอย่างนี้. อธิบายอนุวาทาธิกรณ์
วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ วิวาทาธิกรณํ น โหติ อนุวาทาธิกรณํ น โหติ อาปตฺตาธิกรณํ น โหติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ อปิจ วิวาทาธิกรณปจฺจยา โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ ยถา กถํ วิย ฯ อิธ ภิกฺขู วิวทนฺติ ธมฺโมติ วา อธมฺโมติ วา ฯเปฯ ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ วา อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ วา ยํ ตตฺถ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท นานาวาโท อญฺญถาวาโท วิปจฺจตาย โวหาโร เมธกํ อิทํ วุจฺจติ วิวาทาธิกรณํ ฯ วิวาทาธิกรเณ สงฺโฆ วิวทติ วิวาทาธิกรณํ ฯ วิวทมาโน อนุวทติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อนุวทมาโน อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ ตาย อาปตฺติยา สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ เอวํ วิวาทาธิกรณปจฺจยา โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ
ถามว่า อนุวาทาธิกรณ์ มีอาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ ไหม? ตอบว่า อนุวาทาธิกรณ์ ไม่มีอาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์. แต่เพราะ อนุวาทาธิกรณ์เป็นปัจจัย อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ ย่อมมีได้. เปรียบเหมือน อะไร. เปรียบเหมือนภิกษุทั้งหลายในพระธรรมวินัยนี้ โจทภิกษุด้วยศีลวิบัติ อาจารวิบัติ ทิฏฐิ วิบัติ หรืออาชีววิบัติ การโจท การกล่าวหา การฟ้องร้อง การประท้วง ความเป็นผู้คล้อยตาม การทำความอุตสาหะโจท การตามเพิ่มกำลังให้ ในเรื่องนั้น อันใด นี้ เรียกว่าอนุวาทาธิกรณ์. สงฆ์ย่อมวิวาทกันในอนุวาทาธิกรณ์ จัดเป็นวิวาทาธิกรณ์. เมื่อวิวาท ย่อมโจท จัด เป็นอนุวาทาธิกรณ์. เมื่อโจท ย่อมต้องอาบัติ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์. สงฆ์ทำกรรมตามอาบัตินั้น จัดเป็นกิจจาธิกรณ์. เพราะอนุวาทาธิกรณ์เป็นปัจจัย อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ ย่อมมีอย่างนี้. อธิบายอาปัตตาธิกรณ์
อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ ฯ อนุวาทาธิกรณํ น โหติ อาปตฺตาธิกรณํ น โหติ กิจฺจาธิกรณํ น โหติ วิวาทาธิกรณํ ฯ อปิจ อนุวาทาธิกรณปจฺจยา โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ ฯ ยถา กถํ วิย ฯ อิธ ภิกฺขู ภิกฺขุํ อนุวทนฺติ สีลวิปตฺติยา วา อาจารวิปตฺติยา วา ทิฏฺฐิวิปตฺติยา วา อาชีววิปตฺติยา วา โย ตตฺถ อนุวาโท อนุวทนา อนุลฺลปนา อนุภณนา อนุสมฺปวงฺกตา อพฺภุสฺสหนตา อนุพลปฺปทานํ อิทํ วุจฺจติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อนุวาทาธิกรเณ สงฺโฆ วิวทติ วิวาทาธิกรณํ ฯ วิวทมาโน อนุวทติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อนุวทมาโน อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ ตาย อาปตฺติยา สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ เอวํ อนุวาทาธิกรณปจฺจยา โหติ อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ ฯ
ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์ มีกิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ ไหม? ตอบว่า อาปัตตาธิกรณ์ ไม่มีกิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์. แต่เพราะ อาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ ย่อมมีได้. เปรียบเหมือน อะไร? เปรียบเหมือน กองอาบัติทั้ง ๕ ชื่ออาปัตตาธิกรณ์ กองอาบัติทั้ง ๗ ชื่ออาปัตตาธิกรณ์ นี้เรียกว่า อาปัตตาธิกรณ์. สงฆ์ย่อมวิวาทกันในอาปัตตาธิกรณ์ จัดเป็นวิวาทาธิกรณ์. เมื่อวิวาทย่อมโจท จัดเป็น อนุวาทาธิกรณ์. เมื่อโจท ย่อมต้องอาบัติ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์. สงฆ์ทำกรรมตามอาบัตินั้น จัดเป็นกิจจาธิกรณ์. เพราะอาปัตตาธิกรณ์เป็นปัจจัย กิจจาธิกรณ์ วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ ย่อมมีอย่างนี้. อธิบายกิจจาธิกรณ์
อาปตฺตาธิกรณํ โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อาปตฺตาธิกรณํ น โหติ กิจฺจาธิกรณํ น โหติ วิวาทาธิกรณํ น โหติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อปิจ อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ ยถา กถํ วิย ฯ ปญฺจปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ สตฺตปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ อิทํ วุจฺจติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ อาปตฺตาธิกรเณ สงฺโฆ วิวทติ วิวาทาธิกรณํ ฯ วิวทมาโน อนุวทติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อนุวทมาโน อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ ตาย อาปตฺติยา สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ เอวํ อาปตฺตาธิกรณปจฺจยา โหติ กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ
ถามว่า กิจจาธิกรณ์ มีวิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ ไหม? ตอบว่า กิจจาธิกรณ์ ไม่มีวิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์. แต่เพราะ กิจจาธิกรณ์เป็นปัจจัย วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ ย่อมมีได้. เปรียบเหมือน อะไร? เปรียบเหมือนความมีแห่งกิจ ความมีแห่งกรณียะสงฆ์อันใด คือ อปโลกนกรรม ญัตติ- *กรรม ญัตติทุติยกรรม ญัตติจตุตถกรรม นี้เรียกว่ากิจจาธิกรณ์. สงฆ์ย่อมวิวาทกันในกิจจาธิกรณ์ จัดเป็นวิวาทาธิกรณ์. เมื่อวิวาท ย่อมโจท จัดเป็น อนุวาทาธิกรณ์. เมื่อโจท ย่อมต้องอาบัติ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์. สงฆ์ทำกรรมตามอาบัตินั้น จัดเป็นกิจจาธิกรณ์. เพราะกิจจาธิกรณ์เป็นปัจจัย วิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ ย่อมมีอย่างนี้. อธิบายสมถะ
กิจฺจาธิกรณํ โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ กิจฺจาธิกรณํ น โหติ วิวาทาธิกรณํ น โหติ อนุวาทาธิกรณํ น โหติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ อปิจ กิจฺจาธิกรณปจฺจยา โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ ยถา กถํ วิย ฯ ยา สงฺฆสฺส กิจฺจยตา กรณียตา อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมํ อิทํ วุจฺจติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ กิจฺจาธิกรเณ สงฺโฆ วิวทติ วิวาทาธิกรณํ ฯ วิวทมาโน อนุวทติ อนุวาทาธิกรณํ ฯ อนุวทมาโน อาปตฺตึ อาปชฺชติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ ตาย อาปตฺติยา สงฺโฆ กมฺมํ กโรติ กิจฺจาธิกรณํ ฯ เอวํ กิจฺจาธิกรณปจฺจยา โหติ วิวาทาธิกรณํ โหติ อนุวาทาธิกรณํ โหติ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ
สติวินัยมีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด สติวินัยมี ในที่นั้น. อมูฬหวินัยมีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด อมูฬหวินัยมีในที่ นั้น. ปฏิญญาตกรณะมีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด ปฏิญญาตกรณะมี ในที่นั้น. เยภุยยสิกามีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด เยภุยยสิกามีในที่ นั้น. ตัสสปาปิยสิกามีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด ตัสสปาปิยสิกามี ในที่นั้น, ติณวัตถารกะมีในที่ใด สัมมุขาวินัยมีในที่นั้น สัมมุขาวินัยมีในที่ใด ติณวัตถารกะมี ในที่นั้น.
ยตฺถ สติวินโย ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ สติวินโย ฯ ยตฺถ อมูฬฺหวินโย ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ อมูฬฺหวินโย ฯ ยตฺถ ปฏิญฺญาตกรณํ ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ยตฺถ เยภุยฺยสิกา ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ เยภุยฺยสิกา ฯ ยตฺถ ตสฺสปาปิยสิกา ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ ตสฺสปาปิยสิกา ฯ ยตฺถ ติณวตฺถารโก ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ยตฺถ สมฺมุขาวินโย ตตฺถ ติณวตฺถารโก ฯ