อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา

๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๙–๔๐๔56 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทโส

รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สญฺญากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สงฺขารกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิญฺญาณกฺขนฺเธน เย ธมฺมา มนายตเนน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

จกฺขฺวายตเนน เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตเนน เย ธมฺมา จกฺขุธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุยา เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ มโนธาตุยา เย ธมฺมา มโนวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา สมุทยสจฺเจน เย ธมฺมา มคฺคสจฺเจน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

นิโรธสจฺเจน เย ธมฺมา จกฺขุนฺทฺริเยน เย ธมฺมา ฯเปฯ กายินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อิตฺถินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปุริสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ทุกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โสมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โทมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุเปกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สทฺธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิริยินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สมาธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญาตาวินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อวิชฺชาย เย ธมฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน เย ธมฺมา ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เวทนาปจฺจยา ตณฺหาย เย ธมฺมา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาเนน เย ธมฺมา กมฺมภเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

รูปภเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อสญฺญาภเวน เย ธมฺมา เอกโวการภเวน เย ธมฺมา ปริเทเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อรูปภเวน เย ธมฺมา เนวสญฺญานาสญฺญาภเวน เย ธมฺมา จตุโวการภเวน เย ธมฺมา โสเกน เย ธมฺมา ทุกฺเขน เย ธมฺมา โทมนสฺเสน เย ธมฺมา อุปายาเสน เย ธมฺมา สติปฏฺฐาเนน เย ธมฺมา สมฺมปฺปธาเนน เย ธมฺมา อิทฺธิปาเทน เย ธมฺมา ฌาเนน เย ธมฺมา อปฺปมญฺญาย เย ธมฺมา ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ เย ธมฺมา ปญฺจหิ พเลหิ เย ธมฺมา สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ เย ธมฺมา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ผสฺเสน เย ธมฺมา เวทนาย เย ธมฺมา สญฺญาย เย ธมฺมา เจตนาย เย ธมฺมา จิตฺเตน เย ธมฺมา มนสิกาเรน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อธิโมกฺเขน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อกุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

วิปาเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

วิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปาทินฺนานุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สวิตกฺกสวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺกาวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อเสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มหคฺคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปฺปมาเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปณีเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ปริตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

มหคฺคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา หีเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺมตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคาธิปตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปฺปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อตีตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนาคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา พหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว สเหตุเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุเกหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว เหตุสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น เหตูหิ สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปฺปจฺจเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺขเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สนิทสฺสเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา รูปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

โลกุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว สาสเวหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว อาสวสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สญฺโญชเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา คนฺเถหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โอเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โยเคหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นีวรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ เจว ปรามฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺเตหิ อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เจตสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุปาทาธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปาทินฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุปาทาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิเลสิเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิลิฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ

สปฺปีติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

น กามาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปริยาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

รูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อรูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยฺยานิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เต ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ วิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ ----------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๑๐. ทสมนัย ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๕๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากรูปขันธ์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ มนายตนะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุ-ธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโน-วิญญาณธาตุ สมุทยสัจ มัคคสัจ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากนิโรธสัจ จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส

ข้อ ๓๕๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากมนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๕๙

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์โทมนัสสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๐

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอุเปกขินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๑

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย สภาว-ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๒

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพ สภาวธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากรูปภพ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๓

ข้อ ๓๖๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอสัญญาภพ เอกโวการภพ ปริเทวะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุ-โวการภพ โสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธานอิทธิบาท ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗อริยมรรคมีองค์ ๘ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิตมนสิการ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๖๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอธิโมกข์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจาก สภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๑. ติกะ ๑. ติกะ

ข้อ ๓๖๙

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๐

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๑

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๒

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นวิบาก สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม เหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๑. ติกะ

ข้อ ๓๗๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

ข้อ ๓๗๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๗๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาว-ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๗๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่ วิปปยุตจากธาตุ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๑. ติกะ

ข้อ ๓๗๙

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๐

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาว-ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๑

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๒

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมชั้นประณีต สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๘๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ สภาว- ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๑. ติกะ

ข้อ ๓๘๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาว-ธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

ข้อ ๓๘๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๘๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ สภาว-ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๒. ทุกะ ๒. ทุกะ

ข้อ ๓๘๙

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาว-ธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๙๐

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่เห็นได้ สภาวธรรมที่กระทบได้ สภาวธรรมที่เป็นรูป สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๙๑

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๙๒

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรม เหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๒. ทุกะ

ข้อ ๓๙๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๙๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส สภาว-ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๙๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๙๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ สภาวธรรม ที่เป็นจิต สภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็น สมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อม กับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๒. ทุกะ

ข้อ ๓๙๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาว-ธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๙๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

ข้อ ๓๙๙

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๐

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม เหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่ วิปปยุตจากธาตุ ๖

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] ๑๐. วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๒. ทุกะ

ข้อ ๔๐๑

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๒

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๓

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีวิตก สภาวธรรมที่ไม่มีวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑

ข้อ ๔๐๔

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๕

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๖

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาว- ธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๐. ทสมนัย] รวมทบธรรมที่ไม่ได้ในทสมนัย ๑๒๓ บท สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๔๐๗

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๔๐๘

สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่ เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรม ที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ สภาวธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และ วิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน รวมบทธรรมที่ไม่ได้ในทสมนัย ๑๒๓ บท ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ ทุกขสัจ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ สฬายตนะ ๑ นามรูป ๑ ภพใหญ่ ๔ ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ ในติกะ ๑๙ บท ในโคจฉกะ ๕๐ บท ในจูฬันตรทุกะ ๘ บท ในมหันตรทุกะ ๑๕ บท ต่อจากนั้นอีก ๑๘ บท (ในปิฏฐิทุกะ) บทธรรม ๑๒๓ บทนี้ไม่ได้ในทสมนัย วิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทสที่ ๑๐ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๐๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส

บัดนี้ เพื่อจำแนก วิปปยุตเตน วิปปยุตตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใดมีรูปขันธ์เป็นต้น ที่พระองค์ยกขึ้นแสดงไว้ในนิทเทสแห่งสัมปโยควิปปโยคะ ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละทรงยกขึ้นแสดงในคำปุจฉาทั้งปวง.

ส่วนบททั้งหลายที่มาโดยลำดับแห่งบทอื่น ก็เพราะท่านรวมคำวิสัชนาอันเป็นทำนองเดียวกันไว้. บรรดาปัญหาเหล่านั้น บทใดยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา บทนั้นวิปปยุตด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการจำแนกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. ด้วยว่า ธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น วิปปยุตด้วยรูปขันธ์ และรูปขันธ์ก็วิปปยุตด้วยธรรมเหล่านั้น.

สำหรับนิพพานมีคติอย่างสุขุมรูปนั่นแหละ. รูปขันธ์นั้นวิปปยุตด้วยนามขันธ์ ๔ ด้วยมนายตนะ ๑ ด้วยวิญญาณธาตุ ๗ และด้วยธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นบางอย่างในธัมมายตนะและธัมมธาตุ.

ในบททั้งปวงก็นัยนี้แล.

จบอรรถกถาวิปปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา