๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สงฺคหาสงฺคหปทนิทฺเทโส
๒รูปกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ รูปกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๓เวทนากฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ เวทนากฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๔สญฺญากฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ สญฺญากฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๕สงฺขารกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ สงฺขารกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๖วิญฺญาณกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๗รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘รูปกฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙รูปกฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐รูปกฺขนฺโธ จ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ ตีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ ตีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ รูปกฺขนฺโธ จ เวทนากฺขนฺโธ จ สญฺญากฺขนฺโธ จ สงฺขารกฺขนฺโธ จ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๗ปญฺจกฺขนฺธา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ ปญฺจกฺขนฺธา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๘จกฺขฺวายตนํ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ จกฺขฺวายตนํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๑๙โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๒๐มนายตนํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๒๑ธมฺมายตนํ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๒๒จกฺขฺวายตนญฺจ โสตายตนญฺจ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๓จกฺขฺวายตนญฺจ ฆานายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ ชิวฺหายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ กายายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ รูปายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ สทฺทายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ คนฺธายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ รสายตนญฺจ จกฺขฺวายตนญฺจ โผฏฺฐพฺพายตนญฺจ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๔จกฺขฺวายตนญฺจ มนายตนญฺจ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๕จกฺขฺวายตนญฺจ ธมฺมายตนญฺจ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๖ทฺวาทสายตนานิ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ ทฺวาทสายตนานิ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตานิ ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตานิ ฯ
๒๗จกฺขุธาตุ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ จกฺขุธาตุ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๘โสตธาตุ ฆานธาตุ ชิวฺหาธาตุ กายธาตุ รูปธาตุ สทฺทธาตุ คนฺธธาตุ รสธาตุ โผฏฺฐพฺพธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุ ฆานวิญฺญาณธาตุ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ กายวิญฺญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๒๙ธมฺมธาตุ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๐จกฺขุธาตุ จ โสตธาตุ จ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๑จกฺขุธาตุ จ ฆานธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ ชิวฺหาธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ กายธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ รูปธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ สทฺทธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ คนฺธธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ รสธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ โผฏฺฐพฺพธาตุ จ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๒จกฺขุธาตุ จ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๓จกฺขุธาตุ จ โสตวิญฺญาณธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ ฆานวิญฺญาณธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ กายวิญฺญาณธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ มโนธาตุ จ จกฺขุธาตุ จ มโนวิญฺญาณธาตุ จ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๔จกฺขุธาตุ จ ธมฺมธาตุ จ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๕อฏฺฐารส ธาตุโย กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ อฏฺฐารส ธาตุโย อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๓๖ทุกฺขสจฺจํ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ ทุกฺขสจฺจํ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๓๗สมุทยสจฺจํ มคฺคสจฺจํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๓๘นิโรธสจฺจํ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๓๙ทุกฺขสจฺจญฺจ สมุทยสจฺจญฺจ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๐ทุกฺขสจฺจญฺจ มคฺคสจฺจญฺจ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๑ทุกฺขสจฺจญฺจ นิโรธสจฺจญฺจ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๒ทุกฺขสจฺจญฺจ สมุทยสจฺจญฺจ มคฺคสจฺจญฺจ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๓ทุกฺขสจฺจญฺจ สมุทยสจฺจญฺจ นิโรธสจฺจญฺจ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๔ทุกฺขสจฺจญฺจ สมุทยสจฺจญฺจ มคฺคสจฺจญฺจ นิโรธสจฺจญฺจ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๔๕จตฺตาริ สจฺจานิ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ จตฺตาริ สจฺจานิ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตานิ ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตานิ ฯ
๔๖จกฺขุนฺทฺริยํ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ จกฺขุนฺทฺริยํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๔๗โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๔๘มนินฺทฺริยํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๔๙ชีวิตินฺทฺริยํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๕๐สุขินฺทฺริยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อญฺญินฺทฺริยํ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๕๑จกฺขุนฺทฺริยญฺจ โสตินฺทฺริยญฺจ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๒จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ฆานินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ชิวฺหินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ กายินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ปุริสินฺทฺริยญฺจ เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๓จกฺขุนฺทฺริยญฺจ มนินฺทฺริยญฺจ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๔จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๕จกฺขุนฺทฺริยญฺจ สุขินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ทุกฺขินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ โทมนสฺสินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ สทฺธินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ วิริยินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ สตินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ สมาธินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อญฺญินฺทฺริยญฺจ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อญฺญาตาวินฺทฺริยญฺจ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๖พาวีสตินฺทฺริยานิ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ พาวีสตินฺทฺริยานิ จตูหิ ขนฺเธหิ สตฺตหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตานิ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตานิ ฯ เอเกน ขนฺเธน ปญฺจหายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตานิ ฯ
๕๗อวิชฺชา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๕๙สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๖๐วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๖๑นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๖๒สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส ผสฺสปจฺจยา เวทนา เวทนาปจฺจยา ตณฺหา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ อุปาทานปจฺจยา กมฺมภโว เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๖๓อุปปตฺติภโว กามภโว สญฺญาภโว ปญฺจโวการภโว ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิโต ฯ
๖๔รูปภโว ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ปญฺจหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ สตฺตหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๖๕อรูปภโว เนวสญฺญานาสญฺญาภโว จตุโวการภโว จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๖๖อสญฺญาภโว เอกโวการภโว เอเกน ขนฺเธน ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๖๗ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ชรา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ มรณํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๖๘โสโก ปริเทโว ทุกฺขํ โทมนสฺสํ อุปายาโส สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๖๙อิทฺธิปาโท ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๗๐ฌานํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๗๑จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ผสฺโส เวทนา สญฺญา เจตนา อธิโมกฺโข มนสิกาโร เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิโต ฯ กตีหิ อสงฺคหิโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิโต ฯ
๗๒จิตฺตํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ ฯ กตีหิ อสงฺคหิตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตํ ฯ
๗๓กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๔อพฺยากตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๕สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๖อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๗วิปากา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๘วิปากธมฺมธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๗๙เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๐อุปาทินฺนุปาทานิยา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๘๑อนุปาทินฺนุปาทานิยา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สตฺตหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ ปญฺจหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๒อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิกา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๓อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๔สวิตกฺกสวิจารา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๕อวิตกฺกวิจารมตฺตา ธมฺมา ปีติสหคตา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๖อวิตกฺกาวิจารา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๘๗สุขสหคตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๘อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๘๙ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา อาจยคามิโน ธมฺมา อปจยคามิโน ธมฺมา เสกฺขา ธมฺมา อเสกฺขา ธมฺมา มหคฺคตา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๐เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา ธมฺมา เนวทสฺสเนน- นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา เนวาจยคามิโนนาปจยคามิโน ธมฺมา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจห ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๑ปริตฺตา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๒อปฺปมาณา ธมฺมา ปณีตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๓ปริตฺตารมฺมณา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๔มหคฺคตารมฺมณา ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมณา ธมฺมา หีนา ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยตา ธมฺมา สมฺมตฺตนิยตา ธมฺมา มคฺคารมฺมณา ธมฺมา มคฺคเหตุกา ธมฺมา มคฺคาธิปติโน ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๕มชฺฌิมา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๖อนิยตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๗อุปฺปนฺนา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๘อนุปฺปนฺนา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สตฺตหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ ปญฺจหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๙๙อุปฺปาทิโน ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๐อตีตา ธมฺมา อนาคตา ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมา อชฺฌตฺตา ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๑พหิทฺธา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๒อตีตารมฺมณา ธมฺมา อนาคตารมฺมณา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๓ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมณา ธมฺมา พหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๔สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๕อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน นวหายตเนหิ นวหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ตีหายตเนหิ นวหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๖อนิทสฺสนาปฺปฏิฆา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๗เหตู ธมฺมา เหตู เจว สเหตุกา จ ธมฺมา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๘น เหตู ธมฺมา อเหตุกา ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา น เหตู อเหตุกา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๐๙สเหตุกา ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา ธมฺมา สเหตุกา เจว น จ เหตู ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู ธมฺมา น เหตู สเหตุกา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๐สปฺปจฺจยา ธมฺมา สงฺขตา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๑อปฺปจฺจยา ธมฺมา อสงฺขตา ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๒สนิทสฺสนา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๓อนิทสฺสนา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๔สปฺปฏิฆา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๕อปฺปฏิฆา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๖รูปิโน ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๗อรูปิโน ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๘โลกิยา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๑๙โลกุตฺตรา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๐เกนจิ วิญฺเญยฺยา ธมฺมา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๑อาสวา ธมฺมา อาสวา เจว สาสวา จ ธมฺมา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๒โน อาสวา ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๓สาสวา ธมฺมา สาสวา เจว โน จ อาสวา ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตา สาสวา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๔อนาสวา ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตา อนาสวา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๕อาสวสมฺปยุตฺตา ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๖สญฺโญชนา ธมฺมา คนฺถา ธมฺมา โอฆา ธมฺมา โยคา ธมฺมา นีวรณา ธมฺมา ปรามาสา ธมฺมา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จ ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๗โน ปรามาสา ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๘ปรามฏฺฐา ธมฺมา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ปรามฏฺฐา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๒๙อปรามฏฺฐา ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา อปรามฏฺฐา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๐ปรามาสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๑สารมฺมณา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๒อนารมฺมณา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๓จิตฺตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๔โน จิตฺตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๕เจตสิกา ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺตา ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๖อเจตสิกา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๗จิตฺตวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา จิตฺตวิสํสฏฺฐา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๘จิตฺตสมุฏฺฐานา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ฉหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๓๙โน จิตฺตสมุฏฺฐานา ธมฺมา โน จิตฺตสหภุโน ธมฺมา โน จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๐จิตฺตสหภุโน ธมฺมา จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๑จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๒โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๓อชฺฌตฺติกา ธมฺมา ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ตีหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๔พาหิรา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ฉหายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ฉหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๕อุปาทา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๖โน อุปาทา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ตีหายตเนหิ นวหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ นวหายตเนหิ นวหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๗อุปาทินฺนา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๘อนุปาทินฺนา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สตฺตหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ ปญฺจหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๔๙อุปาทานา ธมฺมา กิเลสา ธมฺมา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จ ธมฺมา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จ ธมฺมา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๐โน กิเลสา ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐา ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๑สงฺกิเลสิกา ธมฺมา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺตา สงฺกิเลสิกา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๒อสงฺกิเลสิกา ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺตา อสงฺกิเลสิกา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๓สงฺกิลิฏฺฐา ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสา ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๔ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๕น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา น ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๖สวิตกฺกา ธมฺมา สวิจารา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๗อวิตกฺกา ธมฺมา อวิจารา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๘สปฺปีติกา ธมฺมา ปีติสหคตา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๕๙อปฺปีติกา ธมฺมา น ปีติสหคตา ธมฺมา น สุขสหคตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๐สุขสหคตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๑อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๒น อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๓กามาวจรา ธมฺมา ปริยาปนฺนา ธมฺมา สอุตฺตรา ธมฺมา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๔น กามาวจรา ธมฺมา อปริยาปนฺนา ธมฺมา อนุตฺตรา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๕รูปาวจรา ธมฺมา อรูปาวจรา ธมฺมา นิยฺยานิกา ธมฺมา นิยตา ธมฺมา สรณา ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
๑๖๖น รูปาวจรา ธมฺมา น อรูปาวจรา ธมฺมา อนิยฺยานิกา ธมฺมา อนิยตา ธมฺมา อรณา ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ อรณา ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ สงฺคหาสงฺคหปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์ ๑. ปฐมนัย ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์ เอกมูลกนัย
รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์
วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
รูปขันธ์และสัญญาขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
รูปขันธ์และสังขารขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
รูปขันธ์และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ ทุกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์ ติกมูลกนัย
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์อายตนะ และธาตุเท่าไร รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสังขารขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์อายตนะ และธาตุเท่าไร รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๒. อายตนะ
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ จตุกกมูลกนัย จบ ปัญจกมูลกนัย
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ขันธ์ ๕ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ขันธ์ ๕ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ปัญจกมูลกนัย จบ ๒. อายตนะ เอกมูลกนัย
จักขายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร จักขายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๒. อายตนะ
โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
มนายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
ธัมมายตนะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
จักขายตนะและโสตายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขายตนะและฆานายตนะ จักขายตนะและชิวหายตนะ จักขายตนะ และกายายตนะ จักขายตนะและรูปายตนะ จักขายตนะและสัททายตนะ จักขายตนะและคันธายตนะ จักขายตนะและรสายตนะ จักขายตนะและ โผฏฐัพพายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุ เท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา ๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๓. ธาตุ
จักขายตนะและมนายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
จักขายตนะและธัมมายตนะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖ทุกมูลกนัย จบ ทวาทสกนัย
อายตนะ ๑๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร อายตนะ ๑๒ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ทวาทสกนัย จบ ๓. ธาตุ เอกมูลกนัย
จักขุธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร จักขุธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา ๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๓. ธาตุ
โสตธาตุ ฆานธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ รูปธาตุ สัททธาตุ คันธธาตุรสธาตุ โผฏฐัพพธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆาน-วิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุมโนวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
ธัมมธาตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
จักขุธาตุและโสตธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุธาตุและฆานธาตุ จักขุธาตุและชิวหาธาตุ จักขุธาตุและกายธาตุจักขุธาตุและรูปธาตุ จักขุธาตุและสัททธาตุ จักขุธาตุและคันธธาตุจักขุธาตุและรสธาตุ จักขุธาตุและโผฏฐัพพธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุธาตุและจักขุวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ
จักขุธาตุและโสตวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและฆานวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและชิวหาวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและกายวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและมโนธาตุ จักขุธาตุและมโนวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุธาตุและธัมมธาตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖ทุกมูลกนัย จบ อัฏฐารสกนัย
ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ธาตุ ๑๘ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้อัฏฐารสกนัย จบ ๔. สัจจะ เอกมูลกนัย
ทุกขสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ทุกขสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ
สมุทยสัจและมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
นิโรธสัจสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์เหล่าไหนเลย แต่สงเคราะห์เข้าได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗เอกมูลกนัย จบ ทุกมูลกนัย
ทุกขสัจและสมุทยสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ทุกขสัจและมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ทุกขสัจและนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ ทุกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ ติกมูลกนัย
ทุกขสัจ สมุทยสัจ และมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ทุกขสัจ สมุทยสัจ และนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ติกมูลกนัย จบ จตุกกมูลกนัย
ทุกขสัจ สมุทยสัจ มัคคสัจ และนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สัจจะ ๔ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สัจจะ ๔ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ จตุกกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๕. อินทรีย์ ๕. อินทรีย์ เอกมูลกนัย
จักขุนทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร จักขุนทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
มนินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
ชีวิตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์สงเคราะห์ เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗ เอกมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๕. อินทรีย์ ทุกมูลกนัย
จักขุนทรีย์และโสตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุนทรีย์และฆานินทรีย์ จักขุนทรีย์และชิวหินทรีย์ จักขุนทรีย์และกายินทรีย์ จักขุนทรีย์และอิตถินทรีย์ จักขุนทรีย์และปุริสินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุนทรีย์และมนินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
จักขุนทรีย์และชีวิตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
จักขุนทรีย์และสุขินทรีย์ จักขุนทรีย์และทุกขินทรีย์ จักขุนทรีย์และ โสมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และโทมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และ อุเปกขินทรีย์ จักขุนทรีย์และสัทธินทรีย์ จักขุนทรีย์และวิริยินทรีย์ จักขุนทรีย์และสตินทรีย์ จักขุนทรีย์และสมาธินทรีย์ จักขุนทรีย์และ ปัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ จักขุนทรีย์ และอัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอัญญาตาวินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับ ขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖ ทุกมูลกนัย จบ พาวีสติมูลกนัย
อินทรีย์ ๒๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร อินทรีย์ ๒๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๗ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๕ และธาตุ ๕พาวีสติมูลกนัย จบ ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
อวิชชาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
วิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
นามรูปที่เกิดเพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สฬายตนะที่เกิดเพราะมีนามรูปเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖
ผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย ตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพที่เกิดเพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
อุปปัตติภพ กามภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑
รูปภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๕ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๗ และธาตุ ๑๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
อรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
อสัญญาภพ เอกโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
ชาติ ชรา มรณะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
อิทธิบาทสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
ฌานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
อัปปมัญญา ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการสงเคราะห์เข้าได้กับ ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
จิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑๗. ติกะ
สภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และธาตุ ๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
สภาวธรรมที่เป็นวิบากสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ และธาตุ ๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออก จากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสข-บุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน สภาวธรรม ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมชั้นประณีต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนสภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมชั้นกลางสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สภาวธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอน เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เกิดขึ้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สภาวธรรมที่เป็นอดีต สภาวธรรมที่เป็นอนาคต สภาวธรรมที่เป็น ปัจจุบัน สภาวธรรมที่เป็นภายในตน สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและ ภายนอกตนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๙และธาตุ ๙ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๓ และธาตุ ๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐ ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งสงเคราะห์ เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์เหล่าไหนเลย แต่สงเคราะห์เข้าได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่เห็นได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สภาวธรรมที่กระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นรูปสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้ สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของ อาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็น โอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็น ปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมที่เป็นจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิต เว้นธาตุที่ ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๖และธาตุ ๖ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒
สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตสภาวธรรมที่ไม่เป็นไปตามจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่เป็นไปตามจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ไม่ระคน กับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับ จิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นภายในตนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖
สภาวธรรมที่เป็นภายนอก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐และธาตุ ๑๐ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๓ และธาตุ ๙ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๙ และธาตุ ๙
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือสงเคราะห์เข้า ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๑ และธาตุ ๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕อายตนะ ๗ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับอายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง สภาว-ธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์ แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจารสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก สภาวธรรมที่ไม่มีวิจาร เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุง แต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ ธาตุ ๑๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑
สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่มีปีติ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุข เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒และธาตุ ๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออก จากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาว-ธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรม ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอน สภาว- ธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ สังคหาสังคหปทนิทเทสที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๓๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสังคหาสังคหปทนิทเทส อรรถกถาขันธปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจะแสดงมาติกาตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งไว้ ด้วยสามารถแห่งปัญจขันธ์เป็นต้น ประกอบกับบท นยมาติกา ทั้งหลาย มีคำว่า "สงฺคโห อสงฺคโห" เป็นอาทิ พระผู้มีพระภาคเจ้าเริ่มนิทเทสวาระโดยนัยเป็นต้นว่า "รูปกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ" ดังนี้.
บรรดามาติกาเหล่านั้น เพราะนยมุขมาติกา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งไว้ว่า "ตีหิ สงฺคโห" (คือการสงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ คือ โดยขันธ์ อายตนะและธาตุ)ตีหิ อสงฺคโห (คือการสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมทั้ง ๓) ด้วยนยมาติกาว่า "สงฺคโห อสงฺคโห" เป็นต้น ฉะนั้น เพื่อแสดงการนับสงเคราะห์รูปขันธ์เป็นต้นท่านจึงยกบททั้ง ๓ คือขันธ์ อายตนะ และธาตุนั่นแหละขึ้นแสดงว่า "ธรรมเหล่านี้นับสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์เท่าไร ได้ด้วยอายตนะเท่าไร ได้ด้วยธาตุเท่าไร" ดังนี้บรรดาธรรมทั้งหลายมีสัจจะ ๔ เป็นต้น แม้อย่างหนึ่งไม่เป็นปรามัฏฐะ (คือไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส).
ก็ลักขณมาติกา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งไว้อย่างนี้ว่า "สภาโค วิสภาโค" ดังนี้ ฉะนั้น ในการวิสัชนาปัญหานี้ จึงตรัสว่า "รูปขันธ์นับสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์หนึ่ง" เป็นต้น เพราะว่า ธรรมมีขันธ์เป็นต้นเหล่านี้เป็นสภาคะของลักขณมาติกานั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่ (นับสงเคราะห์ได้) ด้วยรูปขันธ์เท่านั้น.
จริงอยู่ รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมถึงการนับสงเคราะห์ว่าเป็นรูปอย่างเดียว เพราะความเป็นธรรมเสมอกับรูปขันธ์. เพราะฉะนั้น รูป ท่านจึงสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์นั่นแหละ กำหนดเอาด้วยรูปขันธ์นั่นแหละ.
สองบทว่า "เอกาทสหิ อายตเนหิ" ได้แก่ เว้นจากมนายตนะ. เพราะรูปขันธ์แม้ทั้งปวงเป็นอายตนะ ๑๐ และเป็นส่วนหนึ่งแห่งธัมมายตนะ ฉะนั้น รูปขันธ์นั้น ท่านจึงนับเอาแล้ว กำหนดแล้วด้วยอายตนะ ๑๑.
สองบทว่า "เอกาทสหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ด้วยธาตุ ๑๑ เว้นจากวิญญาณธาตุ ๗. ด้วยว่า ชื่อว่ารูปที่มิได้นับเนื่องในธาตุเหล่านั้นย่อมไม่มี.
ในนิทเทสแห่งอสังคหนัย ทรงทำคำถามโดยย่อไว้ว่า "กตีหิ อสงฺคหิโต" ดังนี้ แต่เพราะในการวิสัชนาแห่งปัญหานั้น อรูปขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ เป็นวิสภาคะของรูปขันธ์ ฉะนั้น จึงตรัสว่า "จตูหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น.
บัณฑิตพึงทราบบท สงฺคโห อสงฺคโห ในบททั้งปวงโดยนัยนี้.
อนึ่ง ในคำว่า "รูปกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น ในขันธนิทเทสนี้ ทรงแสดงคำปุจฉา ๕ และวิสัชนา ๕ ในสังคหนัยอันเป็นเอกมูลไว้โดยย่อก่อน.
ในอสังคหนัย ก็แสดงคำปุจฉา ๕ และคำวิสัชนา ๕ โดยย่อ. แม้ในมูลทั้งหลายมีทุกมูลเป็นต้น บัณฑิตพึงทราบคำปุจฉาและคำวิสัชนาทั้งหลายโดยอุบายนี้.
ก็ในนิทเทสนี้ ทรงแสดงทุกะติกะและจตุกกมูลไว้ในรูปักขันธมูลนั่นแหละ. แต่ในปัญจกมูลทรงทำปุจฉาวิสัชนาไว้ ๒ อย่าง คือโดยเภทะ (หมายถึงการแยก) อย่างนี้ว่า "รูปกฺขนฺโธ จ ฯเปฯ วิญฺญาณกฺขนฺโธ จ"และโดยอเภทะ (คือการไม่แยก) อย่างนี้ว่า "ปญฺจกฺขนฺธา กตีหิ ขนฺเธหิ" ดังนี้.
บัณฑิตพึงทราบนัยแห่งพระบาลีดังพรรณนามาฉะนี้. จบอรรถกถาขันธปทนิทเทสแห่งอัพภันตรมาติกา.
อรรถกถาอายตนปทนิทเทสเป็นต้น ข้อ [๑๘]-[๓๕]
ในนิทเทสทั้งหลายมีอายตนปทนิทเทสเป็นต้น พึงทราบอายตนปทนิทเทสก่อน.
คำว่า "จกฺขฺวายตนํ เอเกน ขนฺเธน" ความว่า จักขวายตนะ พึงทราบว่า นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูปขันธ์ ๑ ด้วยจักขวายตนะ ๑ ด้วยจักขุธาตุ ๑. แม้ในโสตายตนะเป็นต้นก็พึงทราบการนับสงเคราะห์ได้ และสงเคราะห์ไม่ได้ โดยนัยนี้เทียว.
แต่ในคำว่า "อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา" นี้เพราะอสังขตะคือนิพพาน ชื่อว่าธัมมายตนะ ก็ธัมมายตนะ คือนิพพานนั้น ไม่ถึงซึ่งการนับสงเคราะห์ว่าเป็นขันธ์ ฉะนั้น จึงตรัสว่า "ขนฺธโต ฐเปตฺวา" ยกเว้นโดยความเป็นขันธ์ ดังนี้.
สองบทว่า "จตูหิ ขนฺเธหิ" ได้แก่ (สงเคราะห์ได้) ด้วยขันธ์สี่คือ รูป เวทนา สัญญาและสังขารขันธ์. เพราะว่าธัมมายตนะเว้นนิพพานแล้ว นับสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ทั้งหลายมีรูปขันธ์เป็นต้นเหล่านี้. ส่วนอายตนะนั้น เว้นธัมมายตนะและธัมมธาตุแล้ว นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยวิญญาณขันธ์ อายตนะและธาตุที่เหลือ. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสไว้ว่า "ธัมมายตนะ นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ (คือวิญญาณขันธ์) ด้วยอายตนะ ๑๑ (คือโอฬาริกายตนะ ๑๐ และมนายตนะ ๑)ด้วยธาตุ ๑๗ (คือโอฬาริกธาตุ ๑๐ และวิญญาณธาตุ ๗)" ดังนี้. ก็นัยทั้งหลายที่มีรูปขันธ์เป็นมูลในหนหลัง ฉันใด พึงทราบนัยทั้งหลายที่มีจักขวายตนะเป็นมูลแม้ในที่นี้ ฉันนั้น. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงบาลีทุกะ (คือเภทสุทธะและเภทเอกมูลาทิ) พอควรแล้ว จึงทำคำปุจฉาวิสัชนาโดยอเภทะว่า "ทฺวาทสายตนานิ" ดังนี้ แม้ในธาตุนิทเทสก็นัยนี้นั่นแหละ. จบอรรถกถาอายตนปทนิทเทสเป็นต้น.
อรรถกถาสัจจนิทเทส ข้อ [๓๖]-[๔๕]
ในสัจจนิทเทส ทุกะติกะจตุกกะแม้ทั้งปวง ทรงแสดงไว้ชัดแล้วในพระบาลี. แต่เพราะคำวิสัชนา แม้ในมัคคสัจจะในทุกะติกะทั้งหลายเช่นกับสมุทัยสัจจะนั่นแหละ ฉะนั้นจึงตรัสมัคคสัจจะนั้น ในลำดับแห่งสมุทัยสัจจะ. จบอรรถกถาสัจจนิทเทส.
อรรถกถาอินทริยนิทเทส ข้อ [๔๖]-[๕๖]
ใน นิทเทสแห่งอินทรีย์ คำว่า "ชีวิตินฺทฺริยํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ" ความว่า รูปชีวิตินทรีย์นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูปขันธ์ อรูปชีวิตินทรีย์นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์. พึงทราบอินทรีย์ที่เหลือโดยทำนองแห่งนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ. ส่วนการกำหนดพระบาลีในนิทเทสนี้เช่นกับอายตนนิทเทสและธาตุนิทเทสนั่นแล. อรรถกถาปฏิจจสมุปปาทนิทเทส.
อรรถกถาปฏิจจสมุปปาทนิทเทส ข้อ [๕๗]-[๖๘]
ในปฏิจจสมุปปาทนิทเทส พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงเริ่มคำปุจฉาว่า "อวิชฺชา กตีหิ ขนฺเธหิ" แต่ทรงแสดงคำวิสัชนาอย่างนี้เทียวว่า "อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เอเกน ขนฺเธน" เป็นต้น.
____________________________
บาลีข้อ ๕๗ - ๖๘.
ในคำเหล่านั้น คำว่า "สงฺขารปจฺจยาวิญฺญาณํ" อธิบายว่า เมื่อปฏิสนธิเป็นไปแล้ว วิปากวิญญาณแม้ทั้งปวงก็เป็นไป. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า "สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ". แม้ในนามรูป ก็พึงทราบด้วยสามารถแห่งความเป็นไปของปฏิสนธินั่นแหละ. ด้วยเหตุนั้น พระองค์ทรงรวบรวมแม้ซึ่งสัททายตนะ แล้วแสดงการนับสงเคราะห์ไว้ด้วยอายตนะ ๑๑ ในปฏิจจสมุปปาทนิทเทสนี้.
พึงทราบขันธเภทะ (คือการแยกขันธ์) ในธรรมทั้งหลายมีผัสสะเป็นต้น.
จริงอยู่ ผัสสะนับสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์อย่างหนึ่ง เวทนาขันธ์ก็นับสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์อย่างหนึ่ง. สำหรับตัณหา อุปาทาน กรรมภพ นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์เท่านั้น.
อนึ่ง บทแห่งภพ ทรงจำแนก ๑๑ อย่างด้วยสามารถแห่งกัมมภพเป็นต้นไว้ในนิทเทสนี้. บรรดาภพเหล่านั้น กรรมภพทรงแสดงรวมกับภพเหล่านั้น เพราะความเป็นคำวิสัชนาเช่นกับผัสสะเป็นต้น. อุปปัตติภพ กามภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพทั้งหลาย ทรงแสดงรวมกัน เพราะความเป็นคำวิสัชนาเช่นกับเป็นของกันและกัน. แต่เพราะสภาวธรรมอันกรรมเข้าไปยึดถือไว้โดยความเป็นผลเทียว ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า "เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ"
จริงอยู่ สัททายตนะอันกรรมมิได้ยึดไว้โดยความเป็นผล (คือ มิใช่เป็นกัมมชรูป) สัททายตนะนั้น พระองค์จึงไม่ได้ทรงถือเอาในที่นี้.
ในรูปภวนิทเทส สองบทว่า"ปญฺจหิ อายตเนหิ" ได้แก่ ด้วยจักขวายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ รูปายตนะและธัมมายตนะ.
สองบทว่า "อฏฺฐหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ธาตุ ๘ คือจักขุธาตุ โสตธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ รูปธาตุ ธัมมธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ. ภพทั้ง ๓ แม้มีอรูปภพเป็นต้น แสดงรวมกัน เพราะความเป็นคำวิสัชนาทำนองเดียวกัน. อสัญญีภพ เอกโวการภพก็ฉันนั้น.
ในบรรดาคำเหล่านั้น คำว่า "ทฺวีหิ อายตเนหิ" ได้แก่ อายตนะ ๒ คือรูปายตนะและธัมมายตนะ. แม้ในธาตุทั้งหลายก็นัยนี้นั่นแหละ.
อนึ่งในนิทเทสนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกรูปายตนะขึ้นแสดง เพราะความที่รูปายตนะแห่งพรหมนั้นเป็นอารมณ์แก่พรหมทั้งหลายที่เหลือผู้อยู่ ในพื้นพิภพเดียวกัน เพราะการเกิดขึ้นแห่งจักขุ.
คำว่า "ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ" ได้แก่ รูปชาติ นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูปขันธ์ อรูปชาตินับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์.
แม้ในชราและมรณะก็นัยนี้.
คำว่า "เอเกน ขนฺเธน" แม้ในธรรมมีโสกะเป็นต้น บัณฑิตพึงทราบขันธ์ที่แปลกกันอย่างนี้ว่า
โสกทุกขโทมนัสสะ นับสงเคราะห์ได้ด้วยเวทนาขันธ์
ปริเทวะ นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูปขันธ์
อุปายาสะเป็นต้น นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์.
คำว่า "อิทฺธิปาโท ทฺวีหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น ได้แก่ นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ด้วยมนายตนะ ธัมมายตนะ ด้วยธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ.
คำว่า "ฌานํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ" ได้แก่ ด้วยเวทนาขันธ์และสังขารขันธ์. ธรรมทั้งหลายมีอัปปมัญญาเป็นต้น อธิบายไว้รวมกัน เพราะความเป็นคำวิสัชนาทำนองเดียวกัน. แต่จิตแม้ตั้งไว้ในลำดับแห่งเจตนา ก็ทรงแสดงในภายหลัง เพราะมีคำวิสัชนาไม่เหมือนกัน.
บรรดาบททั้งหลายมีอัปปมัญญาเป็นต้นเหล่านั้น คำว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่ เวทนานับสงเคราะห์ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญานับสงเคราะห์ได้ด้วยสัญญาขันธ์ ธรรมที่เหลือนับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์ ฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบขันธ์ที่แปลกกันด้วยประการฉะนี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงสังคหาสังคหบทในอัพภันตรมาติกาอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงพาหิรมาติกา จึงเริ่มคำว่า "กุสลา ธมฺมา" เป็นอาทิ.
บรรดามาติกาเหล่านั้น ในเวทนาติกะ คำว่า "ตีหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ด้วยกายวิญญาณธาตุ มโนวิญญาณธาตุและธัมมธาตุ.
คำว่า "สตฺตหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ด้วยธาตุ ๗ คือ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธัมมธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ.
ในวิปากติกะ คำว่า "อฏฺฐหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ด้วยธาตุทั้ง ๗ เหล่านั้นนั่นแหละ กับด้วยกายวิญญาณธาตุ ๑. แต่วิปากธัมมธัมมา ถือเอารวมกัน เพราะคำวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะทั้งหลาย. ก็แลนิทเทสเหล่านั้นแสดงไว้ฉันใด ในบทติกะและทุกะทั้งปวง (ในพาหิรมาติกานี้) ก็ฉันนั้นคือว่า บทใดๆ เป็นคำวิสัชนาร่วมกับบทใดๆ บทนั้นๆ แม้ไม่เป็นไปตามลำดับ ท่านก็ถือเอาคำวิสัชนาพร้อมกับด้วยบทนั้นๆ. สังคหาสังคหนัยในที่นี้ พึงทราบโดยทำนองที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วนั่นแล.
____________________________
บาลีข้อ ๗๓-๗๔.
บาลีข้อ ๗๕-๗๖.
บาลีข้อ ๗๗-๗๙.
จบอรรถกถาสังคหาสังคหปทนิทเทส. -----------------------------------------------------