๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัยเพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะอาเสวนปัจจัย(ไม่มีทั้งวิบากและปฏิสนธิ) เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัยเพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัยเพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัยเพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นมหัคคตะ ... เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะ (๑) นปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนปุเร-ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ (๑) นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนอาเสวน-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นอัปปมาณะฯลฯ (๑) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นปริตตะ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนกัมม-ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นมหัคคตะ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนวิปาก-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะฯลฯ (๑) นฌานปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ สังสัฏฐวาร จบ (สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สํสฏฺฐวาโร
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน สังสัฏฐวาร
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ-*ขณะ ฯลฯ
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ-*ขณะ ฯลฯ
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ อาเสวนปจฺจยา วิปาโกปิ ปฏิสนฺธิปิ นตฺถิ ฯ กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิ ไม่มี เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญ-*มัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี เพราะอาเสวนปัจจัย วิบากก็ดี ปฏิสนธิก็ดี ไม่มี เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัยเพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓พึงนับอย่างนี้ อนุโลม จบ
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ-*ขณะ ฯลฯ
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา มหคฺคตา อธิปติ วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-*ปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรมคลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ สํสฏฺฐา อปฺปมาณา อธิปติ ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ อธิปติปัจจัย คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต-*ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต-*ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ในปฏิสนธิขณะฯลฯ
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต-*ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวน-*ปัจจัย คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ปริตฺเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา ปริตฺตา เจตนา ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นปริตตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา มหคฺคตา เจตนา ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมม-*ปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ สํสฏฺฐา อปฺปมาณา เจตนา ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ กัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปาก-*ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม
ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา นมคฺคปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัยไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ
มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตต-*ปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ
อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ
นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๓พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียะ จบ
เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน นกมฺเม นวิปาเก นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓พึงนับอย่างนี้ อนุโลมปัจจนียะ จบ
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ สมฺปยุตฺตวาโร สํสฏฺฐวารสทิโส ฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑พึงนับอย่างนี้ ปัจจนียานุโลม จบ สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร