อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๓

๖. ภูมิชสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๓–๒๒๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 15 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 15 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ๖. ภูมิชสูตร ว่าด้วยพระภูมิชะ

ข้อ ๒๒๓

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อ กระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้นเวลาเช้า ท่านพระภูมิชะ ครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปยังวังของชยเสนราชกุมาร แล้วนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้แล้วลำดับนั้น ชยเสนราชกุมารเสด็จเข้าไปหาท่านพระภูมิชะถึงที่อยู่แล้วได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควร ชยเสนราชกุมารได้รับสั่งกับท่านพระภูมิชะว่า “ข้าแต่ท่านพระภูมิชะ มีสมณ-พราหมณ์พวกหนึ่ง ผู้มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ‘ถ้าแม้ชนทั้งหลายตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้’ ในเรื่องนี้ พระศาสดาของท่านพระภูมิชะมีวาทะอย่างไร มีทิฏฐิอย่างไร ตรัสสอนไว้อย่างไร” ท่านพระภูมิชะถวายพระพรว่า “พระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่เป็นไปได้ที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ‘ถ้าแม้ชนทั้งหลายตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ @เชิงอรรถ : @ ท่านพระภูมิชะ นี้ เป็นพระเจ้าลุงของชยเสนราชกุมาร (ม.อุ.อ. ๓/๒๒๓/๑๔๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๕๖}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายพวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ชนทั้งหลายตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย พวกเขาก็ สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคายพวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้’ พระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มี พระภาคเลย แต่เป็นไปได้ที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้” ชยเสนราชกุมารตรัสว่า “ถ้าพระศาสดาของท่านพระภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ ตรัสสอนไว้อย่างนี้ พระศาสดาของท่านพระภูมิชะ ชะรอยจะมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์ทั้งปวงแน่แท้” ลำดับนั้น ชยเสนราชกุมาร ทรงอังคาสท่านพระภูมิชะด้วยภัตตาหารใน ภาชนะอันเป็นส่วนของพระองค์เองเลยทีเดียว

ข้อ ๒๒๔

ครั้งนั้นแล ท่านพระภูมิชะกลับจากบิณฑบาต ภายหลังฉัน ภัตตาหารเสร็จแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่งณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๕๗}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เมื่อเช้านี้ ข้าพระองค์ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปยังวังของชยเสนราชกุมาร แล้วนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้แล้ว ลำดับนั้น ชยเสนราชกุมารเสด็จเข้ามาหาข้าพระองค์ แล้วได้ตรัสสนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควร ได้รับสั่งกับข้าพระองค์ว่า ‘ข้าแต่ท่านพระภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า ‘ถ้าแม้ชนทั้งหลายตั้งความหวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ในเรื่องนี้ พระศาสดาของท่านพระภูมิชะมีวาทะอย่างไร มีทิฏฐิอย่างไร ตรัสสอนไว้อย่างไร’ เมื่อชยเสนราชกุมารรับสั่งอย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ได้ถวายพระพรว่า ‘พระราชกุมาร เรื่องนี้ อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลยแต่เป็นไปได้ที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ‘ถ้าแม้ชนทั้งหลายตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคายพวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๕๘}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย พวกเขาก็ สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้’ เรื่องนี้ อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่เป็นไปได้ที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้’ ชยเสนราชกุมารรับสั่งว่า ‘ถ้าพระศาสดาของท่านพระภูมิชะผู้มีวาทะอย่างนี้มีทิฏฐิอย่างนี้ ตรัสสอนไว้อย่างนี้ พระศาสดาของท่านพระภูมิชะ ชะรอยจะมีความรู้เหนือสมณพราหมณ์ทั้งปวงแน่แท้’ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว เมื่อพยากรณ์อย่างนี้ ชื่อว่าพูดตรงตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ไม่ชื่อว่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำเท็จ ชื่อว่าเป็นผู้พูดอย่างสมเหตุสมผลหรือ ไม่มีบ้างหรือที่คำกล่าวเช่นนั้น และคำที่กล่าวต่อๆ กันมา จะเป็นเหตุให้ถูกตำหนิได้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภูมิชะ ช่างเถิด เธอถูกถามอย่างนั้นแล้ว เมื่อพยากรณ์อย่างนั้น ชื่อว่าพูดตรงตามที่เรากล่าวไว้ ไม่ชื่อว่ากล่าวตู่เราด้วยคำเท็จชื่อว่าเป็นผู้พูดอย่างสมเหตุสมผล ไม่มีเลยที่คำกล่าวเช่นนั้นและคำที่กล่าวต่อๆกันมา จะเป็นเหตุให้ถูกตำหนิได้ แต่สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งเป็นมิจฉาทิฏฐิ(มีความเห็นผิด) เป็นมิจฉาสังกัปปะ(มีความดำริผิด) เป็นมิจฉาวาจา(มีการเจรจาผิด) เป็นมิจฉากัมมันตะ(มีการงานผิด) เป็นมิจฉาอาชีวะ(มีการเลี้ยงชีพผิด) เป็นมิจฉาวายามะ(มีความเพียรผิด) เป็นมิจฉาสติ(มีความระลึกผิด) เป็นมิจฉาสมาธิ(มีความตั้งใจผิด) ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๕๙}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย พวกเขาจึงไม่สามารถบรรลุผลได้

ข้อ ๒๒๕

ภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน เที่ยว เสาะหาน้ำมัน เกลี่ยทรายลงในรางแล้ว เอาน้ำพรมไป คั้นไป ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง เอาน้ำพรมไป คั้นไปเขาก็ไม่สามารถได้น้ำมัน ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงไปในราง เอาน้ำพรมไป คั้นไป เขาก็ไม่สามารถได้น้ำมัน ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง เอาน้ำพรมไป คั้นไป เขาก็ไม่สามารถได้น้ำมัน ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเกลี่ยทรายลงในรางเอาน้ำพรมไป คั้นไป เขาก็ไม่สามารถได้น้ำมัน ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย เขาจึงไม่สามารถได้น้ำมัน แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นมิจฉาสังกัปปะ เป็นมิจฉาวาจา เป็นมิจฉากัมมันตะ เป็นมิจฉาอาชีวะ เป็นมิจฉาวายามะ เป็นมิจฉาสติ เป็นมิจฉาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๐}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย พวกเขาจึงไม่สามารถบรรลุผลได้ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการนมสด แสวงหานมสด เที่ยวเสาะหานมสด แต่รีด(นมสด) จากเขาโคแม่ลูกอ่อน ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วรีดเอาจากเขาโคแม่ลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถได้นมสด ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วรีดเอาจากเขาโคแม่ลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถได้นมสด ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวัง ฯลฯ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วรีดเอาจากเขาของโคแม่ลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถได้นมสด ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย เขาจึงไม่สามารถได้นมสด แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นมิจฉาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๑}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย พวกเขาจึงไม่สามารถบรรลุผลได้

ข้อ ๒๒๖

ภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้น เที่ยว เสาะหาเนยข้น เทน้ำลงในอ่างแล้ว กวนด้วยเครื่องกวน ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังเทน้ำลงไปในอ่างแล้วกวนด้วยเครื่องกวน เขาก็ไม่สามารถได้เนยข้น ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเทน้ำลงในอ่างแล้วกวนด้วยเครื่องกวน เขาก็ไม่สามารถได้เนยข้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย เขาจึงไม่สามารถได้เนยข้น แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นมิจฉาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ...

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๒}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย พวกเขาจึงไม่สามารถบรรลุผลได้ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการไฟ แสวงหาไฟ เที่ยวเสาะหาไฟ จึงเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ แล้วสีให้เป็นไฟ ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วจึงเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ แล้วสีให้ เป็นไฟ เขาก็ไม่สามารถได้ไฟ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ แล้วสีให้เป็นไฟ เขาก็ไม่สามารถได้ไฟ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย เขาจึงไม่สามารถได้ไฟ แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นมิจฉาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นมิจฉาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันไม่แยบคาย พวกเขาจึงไม่สามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๓}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ภูมิชะ ส่วนสมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งเป็นสัมมาทิฏฐิ เป็น สัมมาสังกัปปะ เป็นสัมมาวาจา เป็นสัมมากัมมันตะ เป็นสัมมาอาชีวะ เป็นสัมมาวายามะ เป็นสัมมาสติ เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลได้

ข้อ ๒๒๗

ภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน เที่ยว เสาะหาน้ำมัน เกลี่ยแป้งงาลงในรางแล้ว เอาน้ำพรมไป คั้นไป ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วเกลี่ยแป้งงาลงในราง เอาน้ำพรมไป คั้นไปเขาก็สามารถได้น้ำมันงา ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเกลี่ยแป้งงาลงในรางเอาน้ำพรมไป คั้นไป เขาก็สามารถได้น้ำมันงา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย เขาจึงสามารถได้น้ำมันงา แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นสัมมาสมาธิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๔}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลได้ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการนมสด แสวงหานมสด เที่ยวเสาะหานมสด จึงรีด(นมสด) จากเต้านมของโคแม่ลูกอ่อน ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วรีดเอาจากเต้านมโคแม่ลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วพึงรีดจากเต้านมโคแม่ลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย เขาจึงสามารถได้นมสด แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วพึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ...

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๕}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลได้

ข้อ ๒๒๘

ภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้น เที่ยว เสาะหาเนยข้น เทนมส้มลงในอ่างแล้วกวนด้วยเครื่องกวน ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้วเทนมส้มลงในอ่างพึงกวนด้วยเครื่องกวน เขาก็สามารถได้เนยข้น ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเทนมส้มลงในอ่างแล้วกวนด้วยเครื่องกวน เขาก็สามารถได้เนยข้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย เขาจึงสามารถได้เนยข้น แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๖}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๖. ภูมิชสูตร เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการไฟ แสวงหาไฟ เที่ยวเสาะหาไฟ จึงเอาไม้แห้งมาทำไม้สีไฟ แล้วสีให้เป็นไฟ ถ้าแม้บุรุษนั้นตั้งความหวังแล้ว เอาไม้แห้งมาทำไม้สีไฟ แล้วสีให้เป็นไฟ เขาก็สามารถได้ไฟ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วเอาไม้แห้งมาทำไม้สีไฟแล้วสีให้เป็นไฟ เขาก็สามารถได้ไฟ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย เขาจึงสามารถได้ไฟ แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นสัมมาทิฏฐิ ฯลฯ เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าแม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ตั้งความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ถ้าแม้ไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ทั้งตั้งความหวังและไม่ตั้งความหวังแล้ว ... ถ้าแม้ตั้งความหวังก็มิใช่ ไม่ตั้งความหวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์พวกเขาก็สามารถบรรลุผลได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะอุบายอันแยบคาย พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลได้ ภูมิชะ ถ้าเธอพึงอธิบายอุปมา ๔ ข้อนี้ ให้แจ่มแจ้งแก่ชยเสนราชกุมารได้ชยเสนราชกุมารจะพึงเลื่อมใสเธออย่างน่าอัศจรรย์ และชยเสนราชกุมารผู้เลื่อมใสแล้ว จะพึงทำอาการของบุคคลผู้เลื่อมใสแก่เธอ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๖๗}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๗. อนุรุทธสูตร ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เฉพาะข้าพระองค์จักอธิบายอุปมา ๔ ข้อนี้อันน่าอัศจรรย์ ที่ข้าพระองค์ยังไม่เคยได้สดับมาก่อน ให้แจ่มแจ้งแก่ชยเสนราชกุมาร เหมือนพระผู้มีพระภาคได้อย่างไร” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสภาษิตนี้แล้ว ท่านพระภูมิชะมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แล ภูมิชสูตรที่ ๖ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ภูมิชสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ๖. ภูมิชสูตร (๑๒๖)

ข้อ ๔๐๕

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อายสฺมา ภูมิโช ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อถ โข ชยเสโน ราชกุมาโร เยนายสฺมา ภูมิโช เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา ภูมิเชน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเคยเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่าน-*พระภูมิชะ นุ่งสบง ทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารชยเสนะในเวลาเช้าแล้วนั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะเข้าไปหาท่าน-*พระภูมิชะ แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับท่านพระภูมิชะ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

ข้อ ๔๐๖

เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชยเสโน ราชกุมาโร อายสฺมนฺตํ ภูมิชํ เอตทโวจ สนฺติ โภ ภูมิช เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ อิธ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา กึวาที กึทิฏฺฐี กิมกฺขายีติ ฯ

พระราชกุมารชยเสนะ ประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้รับสั่งกะท่านพระภูมิชะดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ในเรื่องนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างไร มีความเห็นอย่างไร บอกไว้อย่างไร ฯ

ข้อ ๔๐๗

น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺยาติ ฯ สเจ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐี เอวมกฺขายี อทฺธา โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา สพฺเพสํเยว ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ มุทฺธานํ มญฺเญ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ ฯ อถ โข ชยเสโน ราชกุมาโร อายสฺมนฺตํ ภูมิชํ สเกเนว ถาลิปาเกน ปริวิสิ ฯ

ท่านภูมิชะกล่าวว่า ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้ สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือพระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวัง แล้วประ-*พฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุ แต่ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาจะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้แล ฯ ช. ถ้าศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ บอกไว้อย่างนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะ ชะรอยจะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้ ฯ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะทรงอังคาสท่านพระภูมิชะ ด้วยอาหารในภาชนะส่วนของพระองค์ ฯ

ข้อ ๔๐๘

อถ โข อายสฺมา ภูมิโช ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ภูมิโช ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทึ ฯ อถ โข ภนฺเต ชยเสโน ราชกุมาโร เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มยา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ภนฺเต ชยเสโน ราชกุมาโร มํ เอตทโวจ สนฺติ โภ ภูมิช เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ อิธ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา กึวาที กึทิฏฺฐี กิมกฺขายีติ ฯ {๔๐๘.๑} เอวํ วุตฺเต อหํ ภนฺเต ชยเสนํ ราชกุมารํ เอตทโวจํ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อโยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา โยนิโส พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมายาติ น โข เมตํ ราชกุมาร ภควโต สมฺมุขา สุตํ สมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ ฐานญฺจ โข เอตํ วิชฺชติ ยํ ภควา เอวํ พฺยากเรยฺยาติ ฯ สเจ โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา เอวํวาที เอวํทิฏฺฐี เอวมกฺขายี อทฺธา โภโต ภูมิชสฺส สตฺถา สพฺเพสํเยว ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ มุทฺธานํ มญฺเญ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ ฯ กจฺจาหํ ภนฺเต เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว ภควโต โหมิ น จ ภควนฺตํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขามิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรมิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุวาโท คารยฺหฏฺฐานํ อาคจฺฉตีติ ฯ

ครั้งนั้นแล ท่านพระภูมิชะกลับจากบิณฑบาต ภายหลังเวลา อาหารแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ ครั้นแล้วถวายอภิวาทพระผู้มี-*พระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มี-*พระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอกราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อเช้านี้ข้าพระองค์นุ่งสบง ทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารชยเสนะ แล้วได้นั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะได้เข้ามาหาข้าพระองค์แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับข้าพระองค์ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอประทับนั่งเรียบร้อยแล้วได้รับสั่งกะข้าพระองค์ดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประ-*พฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ในเรื่องนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างไร มีความเห็นอย่างไร บอกไว้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพระราชกุมารรับสั่งแล้วอย่างนี้ ข้าพระองค์ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรพระราชกุมารเรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือ พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล แต่ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาจะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผลถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่พระผู้มี-*พระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ นั่น เป็นฐานะที่มีได้แล พระราชกุมารชยเสนะรับสั่งว่า ถ้าศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ บอกไว้อย่างนี้ศาสดาของท่านภูมิชะ ชะรอยจะดำรงอยู่เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว เมื่อพยากรณ์อย่างนี้ จะเป็นผู้กล่าวตามพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาคด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบด้วยเหตุ จะไม่ถึงฐานะน่าตำหนิบ้างหรือ ฯ

ข้อ ๔๐๙

ตคฺฆ ตฺวํ ภูมิช เอวํ ปุฏฺโฐ เอวํ พฺยากรมาโน วุตฺตวาที เจว เม โหสิ น จ มํ อภูเตน อพฺภาจิกฺขสิ ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรสิ น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุวาโท คารยฺหฏฺฐานํ อาคจฺฉติ ฯ เย หิ เกจิ ภูมิช สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปา มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺตา มิจฺฉาอาชีวา มิจฺฉาวายามา มิจฺฉาสตี มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

พ. ดูกรภูมิชะ เหมาะแล้ว เธอถูกถามอย่างนี้ เมื่อพยากรณ์อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้กล่าวตามถ้อยคำของเรา ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบด้วยเหตุ ย่อมไม่ถึงฐานะน่า ตำหนิ ดูกรภูมิชะ ก็สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ที่มีทิฐิผิดมีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิดมีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๐

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส เตลตฺถิโก เตลคเวสี เตลปริเยสนํ จรมาโน วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา วาลิกํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช เตลสฺส อธิคมาย เอวเมว โข {๔๑๐.๑} ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน มิจฺฉาสงฺกปฺปา มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺตา มิจฺฉาอาชีวา มิจฺฉาวายามา มิจฺฉาสตี มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธึคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน จึงเที่ยวเสาะหาน้ำมัน เกลี่ยทรายลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆเขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน ถ้าทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้น้ำมันโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิดมีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๑

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส ขีรตฺถิโก ขีรคเวสี ขีรปริเยสนํ จรมาโน คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ฯเปฯ เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ วิสาณโต อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ขีรสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสดจึงเที่ยวเสาะหานมสด แต่รีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้นมสด โดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลนั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๒

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส นวนีตตฺถิโก นวนีตคเวสี นวนีตปริเยสนํ จรมาโน อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อุทกํ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส โภ ภูมิช นวนีตสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส โภ ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้นจึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น ถ้าแม้ทำความหวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น นั่นเพราะเหตุไร ดูกร-*ภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้เนยข้นโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มีสมาธิผิด ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๓

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส อคฺคิตฺถิโก อคฺคิคเวสี อคฺคิปริเยสนํ จรมาโน อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา อลฺลํ กฏฺฐํ สเสฺนหํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย อภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช อคฺคิสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ อภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ อโยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึง เที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไปเขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ นั่นเพราะเหตุไร ดูกร-*ภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะได้ไฟโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด ฯลฯ มีสมาธิผิดถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผลถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๔

เย จ โข เกจิ ภูมิช สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน สมฺมาสงฺกปฺปา สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺตา สมฺมาอาชีวา สมฺมาวายามา สมฺมาสตี สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ ส่วนสมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิ ชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบมีสติชอบ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหม-*จรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๕

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส เตลตฺถิโก เตลคเวสี เตลปริเยสนํ จรมาโน ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย ภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา ติลปิฏฺฐํ โทณิยา อากีริตฺวา อุทเกน ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกํ ปีเฬยฺย ภพฺโพ เตลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช เตลสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน จึงเที่ยวเสาะหาน้ำมัน เกลี่ยงาป่นลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเกลี่ยงาป่นลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมันถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว เกลี่ยงาป่นลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้น้ำมันโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะเพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๖

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส ขีรตฺถิโก ขีรคเวสี ขีรปริเยสนํ จรมาโน คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา คาวึ ตรุณวจฺฉํ ถนโต อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ ขีรสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ขีรสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสดจึงเที่ยวเสาะหานมสด รีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด นั่นเพราะเหตุไรดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้นมสดโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผลถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผลนั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๗

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส นวนีตตฺถิโก นวนีตคเวสี นวนีตปริเยสนํ จรมาโน ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา ทธึ กลเส อาสิญฺจิตฺวา มตฺเถน อาวิญฺเชยฺย ภพฺโพ นวนีตสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช นวนีตสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้นจึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น ถ้าแม้ทำความหวังแล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้เนยข้นโดยวิธีแยบคาย ฉันใด ดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๘

เสยฺยถาปิ ภูมิช ปุริโส อคฺคิตฺถิโก อคฺคิคเวสี อคฺคิปริเยสนํ จรมาโน สุกฺขํ กฏฺฐํ โกฬาปํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย ภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย อาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา ... เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา สุกฺขํ กฏฺฐํ โกฬาปํ อุตฺตรารณึ อาทาย อภิมตฺเถยฺย ภพฺโพ อคฺคิสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช อคฺคิสฺส อธิคมาย เอวเมว โข ภูมิช เย หิ เกจิ สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมฺมาทิฏฺฐิโน สมฺมาสงฺกปฺปา ฯเปฯ สมฺมาสมาธิโน เต อาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย อาสญฺจ อนาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย เนวาสํนานาสญฺเจปิ กริตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ภพฺพา ผลสฺส อธิคมาย ตํ กิสฺส เหตุ โยนิโส ภูมิช ผลสฺส อธิคมาย ฯ

ดูกรภูมิชะ เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึงเที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ... ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟนั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถได้ไฟโดยวิธีแยบคาย ฉันใดดูกรภูมิชะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิ-*ชอบ ฯลฯ มีสมาธิชอบ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหม-*จรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภูมิชะ เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ

ข้อ ๔๑๙

สเจ โข ภูมิช ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส อิมา จตสฺโส อุปมา ปฏิภาเสยฺยุํ อนจฺฉริยํ เต ชยเสโน ราชกุมาโร ปสีเทยฺย ปสนฺโน จ เต ปสนฺนาการํ กเรยฺยาติ ฯ กุโต ปน มํ ภนฺเต ชยเสนสฺส ราชกุมารสฺส อิมา จตสฺโส อุปมา ปฏิภาสิสฺสนฺติ อนจฺฉริยา ปุพฺเพ อสฺสุตปุพฺพา เสยฺยถาปิ ภควนฺตนฺติ ฯ อิทมโวจ ภควา อตฺตมโน อายสฺมา ภูมิโช ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ ฯ ภูมิชสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------

ดูกรภูมิชะ ถ้าอุปมา ๔ ข้อนี้ จะพึงแจ่มแจ้งแก่พระราชกุมาร- *ชยเสนะ พระราชกุมารชยเสนะจะพึงเลื่อมใสเธอ และเลื่อมใสแล้ว จะพึงทำอาการของบุคคลผู้เลื่อมใสต่อเธออย่างไม่น่าอัศจรรย์ ฯ ท่านพระภูมิชะกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อุปมา ๔ ข้อนี้จักให้ข้าพระองค์แจ่มแจ้งแก่พระราชกุมารชยเสนะได้แต่ที่ไหน เพราะอุปมาน่าอัศ-*จรรย์ ข้าพระองค์ไม่เคยได้สดับมาในก่อนเหมือนที่ได้สดับต่อพระผู้มีพระภาค ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระภูมิชะจึงชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล ฯ จบ ภูมิชสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/