๑. อุปาลิสูตร ๒. ปาติโมกขัฏฐปนาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. อุปาลิวรรค ๑. อุปาลิสูตร ๔. อุปาลิวรรค หมวดว่าด้วยพระอุบาลี ๑. อุปาลิสูตร ว่าด้วยพระอุบาลีทูลถามประโยชน์แห่งการบัญญัติสิกขาบท
ครั้งนั้น ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบท ทรงแสดงปาติโมกข์แก่เหล่าสาวกโดยอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไรหนอ” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุบาลี ตถาคตบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกข์ แก่เหล่าสาวกโดยอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ ๓. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๔. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม ๕. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๖. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต ๗. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส ๘. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว @เชิงอรรถ : @ บุคคลผู้เก้อยาก ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้ทุศีลที่กำลังล่วงละเมิดสิกขาบท หรือล่วงละเมิดสิกขาบทแล้วก็@ไม่ละอาย ไม่ยอมรับ ทั้งยังรุกรานสงฆ์ว่า “ท่านเห็นหรือ ท่านได้ยินหรือ ข้าพเจ้าทำผิดอะไร พวกท่านยก@อาบัติอะไรขึ้นข่มข้าพเจ้า” (องฺ.ทสก.อ. ๓/๓๑/๓๔๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๘๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. อุปาลิวรรค ๒. ปาติโมกขัฏฐปนาสูตร ๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม ๑๐. เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย อุบาลี ตถาคตบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกข์แก่เหล่าสาวกโดยอาศัย อำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการนี้แล อุปาลิสูตรที่ ๑ จบ ๒. ปาติโมกขัฏฐปนาสูตร ว่าด้วยเหตุงดสวดปาติโมกข์
ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เหตุงดสวดปาติโมกข์ มีเท่าไรหนอ” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี เหตุงดสวดปาติโมกข์ ๑๐ ประการ เหตุงดสวดปาติโมกข์ ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๒. กถาว่าด้วยปาราชิกยังทำค้างอยู่ ๓. อนุปสัมบันนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๔. กถาว่าด้วยอนุปสัมบันยังทำค้างอยู่ ๕. ผู้บอกลาสิกขานั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๖. กถาว่าด้วยผู้บอกลาสิกขายังทำค้างอยู่ @เชิงอรรถ : @ ข้อ ๑, ๒ ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม คือสงฆ์ @ข้อ ๓, ๔ ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่บุคคล @ข้อ ๕, ๖ ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ความบริสุทธิ์หรือแก่ชีวิต @ข้อ ๗, ๘ ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน @ข้อ ๙, ๑๐ ทรงบัญญัติเพื่อประโยชน์แก่พระศาสนา @ข้อ ๑๐ คำว่า “เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย” หมายถึงเพื่อเชิดชูค้ำจุนประคับประคองพระวินัย ๔ อย่าง คือ สังวรวินัย@ปหานวินัย สมถวินัย บัญญัติวินัย (วิ.อ. ๑/๓๙/๒๓๖-๒๓๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๘๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. อุปาลิวรรค ๓. อุพพาหิกาสูตร ๗. บัณเฑาะก์นั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๘. กถาว่าด้วยบัณเฑาะก์ยังทำค้างอยู่ ๙. ผู้ประทุษร้ายภิกษุณีนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑๐. กถาว่าด้วยผู้ประทุษร้ายภิกษุณียังทำค้างอยู่ อุบาลี เหตุงดสวดปาติโมกข์ ๑๐ ประการนี้แล” ปาติโมกขัฏฐปนาสูตรที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อุปาลิวคฺโค จตุตฺโถ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต อุปาลิวรรคที่ ๔ อุปาลิสูตรที่ ๑
อถโข อายสฺมา อุปาลิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุปาลิ ภควนฺตํ เอตทโวจ กติ นุ โข ภนฺเต อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ {๓๑.๑} ทส โข อุปาลิ อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิฏฺฐํ กตเม ทส สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย อปฺปสนฺนานํ ปสาทาย ปสนฺนานํ ภิยฺโยภาวาย สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย อิเม โข อุปาลิ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ ตถาคเตน สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิฏฺฐนฺติ ฯ กติ นุ โข ภนฺเต ปาติโมกฺขฏฺฐปนาติ ฯ ทส โข อุปาลิ ปาติโมกฺขฏฺฐปนา กตเม ทส ปาราชิโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ ปาราชิกกถา วิปฺปกตา โหติ อนุปสมฺปนฺโน ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ อนุปสมฺปนฺนกถา วิปฺปกตา โหติ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตกกถา วิปฺปกตา โหติ ปณฺฑโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ ปณฺฑกกถา วิปฺปกตา โหติ ภิกฺขุนีทูสโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ ภิกฺขุนีทูสกกถา วิปฺปกตา โหติ อิเม โข อุปาลิ ทส ปาติโมกฺขฏฺฐปนาติ ฯ
... ครั้งนั้นแล ท่านพระอุบาลีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระตถาคตทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไรหนอแล จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ทรงแสดงปาติโมกข์แก่สาวกทั้งหลาย ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอุบาลี ตถาคตอาศัยอำนาจประโยชน์๑๐ ประการแล จึงบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกข์แก่สาวกทั้งหลาย ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ เพื่อความตั้งอยู่ด้วยดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความอยู่สำราญแห่งสงฆ์ ๑เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่อการอยู่สำราญแห่งภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑เพื่อป้องกันอาสวะทั้งหลายอันเป็นไปในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันเป็นไปในสัมปรายภพ ๑ เพื่อความเลื่อมใสแห่งบุคคลทั้งหลายผู้ยังไม่เลื่อมใส ๑เพื่อความเจริญยิ่งแห่งความเลื่อมใสของบุคคลทั้งหลายผู้เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์วินัย ๑ ดูกรอุบาลี ตถาคตอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการนี้แล จึงบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกข์แก่สาวกทั้งหลาย ฯ จบสูตรที่ ๑ อุปาลิสูตรที่ ๒ อุ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การหยุดสวดปาติโมกข์มีกี่ประการ พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรอุบาลี การหยุดสวดปาติโมกข์มี ๑๐ ประการ ๑๐ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุผู้ต้องปาราชิกนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑ กถาปรารภปาราชิกเป็นเรื่องยังทำค้างอยู่ ๑ อนุปสัมบันนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑ กถาปรารภอนุปสัมบันเป็นเรื่องยังทำค้างอยู่ ๑ ผู้บอกลาสิกขานั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑ กถาปรารภผู้บอกลาสิกขาเป็นเรื่องยังทำค้างอยู่ ๑ บัณเฑาะก์นั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑ กถาปรารภบัณเฑาะก์เป็นเรื่องยังทำค้างอยู่ ๑ ผู้ประทุษร้ายนางภิกษุณีนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๑ กถาปรารภผู้ประทุษร้ายนางภิกษุณีเป็นเรื่องยังทำค้างอยู่ ๑ ดูกรอุบาลี การหยุดสวดปาติโมกข์มี ๑๐ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๒