เรื่องพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะถวายงบน้ำอ้อย เป็นต้น
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ เรื่องพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะถวายงบน้ำอ้อย
อถโข ภควา อนฺธกวินฺเท ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน ราชคหํ เตน จาริกํ ปกฺกามิ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตรเสหิ ภิกฺขุสเตหิ ฯ เตน โข ปน สมเยน เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ราชคหา อนฺธกวินฺทํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺโน โหติ ปญฺจมตฺเตหิ สกฏสเตหิ สพฺเพเหว คุฬกุมฺภปูเรหิ ฯ อทฺทสา โข ภควา เวลฏฺฐํ กจฺจานํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ {๖๕.๑} อถโข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิโต โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควนฺตํ เอตทโวจ อิจฺฉามหํ ภนฺเต เอกเมกสฺส ภิกฺขุโน เอกเมกํ คุฬกุมฺภํ ทาตุนฺติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน เอกํเยว คุฬกุมฺภํ อาหราติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา เอกํเยว คุฬกุมฺภํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ อาหโฏ ภนฺเต คุฬกุมฺโภ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน ภิกฺขูนํ คุฬํ เทหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา ภิกฺขูนํ คุฬํ ทตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ทินฺโน ภนฺเต ภิกฺขูนํ คุโฬ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน ภิกฺขูนํ คุฬํ ยาวทตฺถํ เทหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา ภิกฺขูนํ คุฬํ ยาวทตฺถํ ทตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ทินฺโน ภนฺเต ภิกฺขูนํ คุโฬ ยาวทตฺโถ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน ภิกฺขู คุเฬหิ สนฺตปฺเปหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา ภิกฺขู คูเฬหิ สนฺตปฺเปสิ ฯ เอกจฺเจ ภิกฺขู ปตฺเตปิ ปูเรสุํ ปริสฺสาวนานิปิ ถวิกาโยปิ ปูเรสุํ ฯ {๖๕.๒} อถโข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภิกฺขู คุเฬหิ สนฺตปฺเปตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ สนฺตปฺปิตา ภนฺเต ภิกฺขู คุเฬหิ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน วิฆาสาทานํ คุฬํ เทหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา วิฆาสาทานํ คุฬํ ทตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ทินฺโน ภนฺเต วิฆาสาทานํ คุโฬ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน วิฆาสาทานํ คุฬํ ยาวทตฺถํ เทหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา วิฆาสาทานํ คุฬํ ยาวทตฺถํ ทตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ทินฺโน ภนฺเต วิฆาสาทานํ คุโฬ ยาวทตฺโถ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน วิฆาสาเท คุเฬหิ สนฺตปฺเปหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา วิฆาสาเท คุเฬหิ สนฺตปฺเปสิ ฯ เอกจฺเจ วิฆาสาทา โกลมฺเพปิ ฆเฏปิ ปูเรสุํ ปิฏกานิปิ อุจฺฉงฺเคปิ ปูเรสุํ ฯ {๖๕.๓} อถโข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน วิฆาสาเท คุเฬหิ สนฺตปฺเปตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ สนฺตปฺปิตา ภนฺเต วิฆาสาทา คุเฬหิ พหุ จายํ คุโฬ อวสิฏฺโฐ กถาหํ ภนฺเต ปฏิปชฺชามีติ ฯ นาหนฺตํ กจฺจาน ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ยสฺส โส คุโฬ ปริภุตฺโต สมฺมาปริณามํ คจฺเฉยฺย อญฺญตฺร ตถาคตสฺส วา ตถาคตสาวกสฺส วา เตนหิ ตฺวํ กจฺจาน ตํ คุฬํ อปหริเต วา ฉฑฺเฑหิ อปฺปาณเก วา อุทเก โอปิลาเปหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา ตํ คุฬํ อปฺปาณเก อุทเก โอปิลาเปสิ ฯ อถโข โส คุโฬ อุทเก ปกฺขิตฺโต จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ เสยฺยถาปิ นาม ผาโล ทิวสํ สนฺตตฺโต อุทเก ปกฺขิตฺโต จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ เอวเมว โส คุโฬ อุทเก ปกฺขิตฺโต จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สนฺธูปายติ สมฺปธูปายติ ฯ อถโข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ {๖๕.๔} เอกมนฺตํ นิสินฺนสฺส โข เวลฏฺฐสฺส กจฺจานสฺส ภควา อนุปุพฺพีกถํ กเถสิ เสยฺยถีทํ ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ กามานํ อาทีนวํ โอการํ สงฺกิเลสํ เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ ฯ ยทา ภควา อญฺญาสิ เวลฏฺฐํ กจฺจานํ กลฺลจิตฺตํ มุทุจิตฺตํ วินีวรณจิตฺตํ อุทคฺคจิตฺตํ ปสนฺนจิตฺตํ อถ ยา พุทฺธานํ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา ตํ ปกาเสสิ ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺคํ ฯ เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ วตฺถํ อปคตกาฬกํ สมฺมเทว รชนํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย เอวเมว เวลฏฺฐสฺส กจฺจานสฺส ตสฺมึเยวาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ฯ {๖๕.๕} อถโข เวลฏฺโฐ กจฺจาโน ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิคตกถํกโถ เวสารชฺชปฺปตฺโต อปรปฺปจฺจโย สตฺถุ สาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในอันธกวินทชนบทตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จพระพุทธดำเนินมุ่งไปทางพระนครราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูปคราวนั้น พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ เดินทางไกลแต่พระนครราชคฤห์ไปยังอันธกวินทชนบทพร้อมด้วยเกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่มล้วนบรรทุกหม้องบน้ำอ้อยเต็มทุกเล่ม พระผู้มีพระภาคทอดพระเนตรเห็นเวลัฏฐกัจจานะกำลังมาแต่ไกล ครั้นแล้ว เสด็จแวะออกจากทางประทับนั่งณ โคนไม้แห่งหนึ่ง. จึงพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ เดินเข้าไปถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้าข้าพระพุทธเจ้าปรารถนาจะถวายงบน้ำอ้อย แก่ภิกษุรูปละ ๑ หม้อ. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงนำงบน้ำอ้อยมาแต่เพียงหม้อเดียว. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วนำงบน้ำอ้อยมาแต่หม้อเดียว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่าหม้องบน้ำอ้อย ข้าพระพุทธเจ้านำมาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไรต่อไป. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงถวายงบน้ำอ้อยแก่ภิกษุทั้งหลาย. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วถวายงบน้ำอ้อยแก่ภิกษุทั้งหลาย แล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า งบน้ำอ้อยข้าพระพุทธเจ้าถวายแก่ภิกษุทั้งหลาย พระพุทธเจ้าข้า แต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าอย่างนั้น เธอจงถวายงบน้ำอ้อยแก่ภิกษุทั้งหลายจนพอแก่ความต้องการ. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วถวายงบน้ำอ้อยแก่ภิกษุทุกรูป จนพอแก่ความต้องการ แล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่างบน้ำอ้อยข้าพระพุทธเจ้าถวายแก่ภิกษุทั้งหลาย จนพอแก่ความต้องการแล้ว พระพุทธเจ้าข้าแต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงอังคาสภิกษุทั้งหลายด้วยงบน้ำอ้อยให้อิ่มหนำ. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วอังคาสภิกษุทั้งหลายด้วยงบน้ำอ้อยให้อิ่มหนำ ภิกษุบางพวกบรรจุงบน้ำอ้อยเต็มบาตรบ้างเต็มหม้อกรองน้ำบ้าง เต็มถุงย่ามบ้าง ครั้นพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะอังคาสภิกษุทั้งหลายด้วยงบน้ำอ้อยให้อิ่มหนำแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุทั้งหลายอันข้าพระพุทธเจ้าอังคาสด้วยงบน้ำอ้อยให้อิ่มหนำแล้ว พระพุทธเจ้าข้า แต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก พระพุทธเจ้าข้าแต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงให้งบน้ำอ้อยแก่พวกคนกินเดน. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า. แล้วจึงให้งบน้ำอ้อยแก่พวกคนกินเดน แล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า งบน้ำอ้อยข้าพระพุทธเจ้า ให้พวกคนกินเดนแล้ว พระพุทธเจ้าข้า แต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มากข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าอย่างนั้น เธอจงให้งบน้ำอ้อยแก่พวกคนกินเดนจนพอแก่ความต้องการ พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วจึงให้งบน้ำอ้อยแก่พวกคนกินเดน จนพอแก่ความต้องการ แล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า งบน้ำอ้อยข้าพระพุทธเจ้าให้พวกคนกินเดน จนพอแก่ความต้องการแล้ว พระพุทธเจ้าข้าแต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไรต่อไป พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงเลี้ยงดูพวกคนกินเดนให้อิ่มหนำด้วยงบน้ำอ้อย. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วเลี้ยงดูพวกคนกินเดนให้อิ่มหนำด้วยงบน้ำอ้อย คนกินเดนบางพวกบรรจุงบน้ำอ้อยเต็มกระป๋องบ้าง เต็มหม้อน้ำบ้าง ห่อเต็มผ้าขาวปูลาดบ้าง เต็มพกบ้าง ครั้นพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะเลี้ยงดูพวกคนกินเดนให้อิ่มหนำด้วยงบน้ำอ้อย แล้วทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พวกคนกินเดนอันข้าพระพุทธเจ้าเลี้ยงดูด้วยงบน้ำอ้อยให้อิ่มหนำแล้ว พระพุทธเจ้าข้า แต่งบน้ำอ้อยนี้ยังเหลืออยู่มาก ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไรต่อไป พระพุทธเจ้าข้า. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรกัจจานะ ทั่วโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลกทั่วทุกหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ เราไม่เล็งเห็นบุคคลผู้ที่บริโภคงบน้ำอ้อยนั้นแล้วจะให้ย่อยได้ดี นอกจากตถาคตหรือสาวกของตถาคต ดูกรกัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงทิ้งงบน้ำอ้อยนั้นเสียในสถานที่อันปราศจากของเขียวสด หรือจงเทเสียในน้ำซึ่งปราศจากตัวสัตว์. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสว่า เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าแล้วเทงบน้ำอ้อยนั้นลงในน้ำซึ่งปราศจากตัวสัตว์ งบน้ำอ้อยที่เทลงในน้ำนั้น เดือดพลุ่ง ส่งเสียงดังจิฏิจิฏิ พ่นไอพ่นควันทันที เปรียบเหมือนผาลที่ร้อนโชนตลอดวันอันบุคคลจุ่มลงในน้ำย่อมเดือดพลุ่ง ส่งเสียงดังจิฏิจิฏิ พ่นไอพ่นควันอยู่ แม้ฉันใด งบน้ำอ้อยที่เทลงในน้ำนั้นย่อมเดือดพล่าน ส่งเสียงดังจิฏิจิฏิ พ่นไอพ่นควันอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน. พราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะ สลดใจ บังเกิดโลมชาติชูชันทันที แล้วเข้าไปในพุทธสำนักถวายบังคมพระผู้มีพระภาค นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ทรงแสดงอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจ เมื่อพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงทรงแสดงอนุปุพพิกถา คือ ทรงประกาศ ทานกถา ศีลกถา สัคคกถา โทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย และอานิสงส์ในความออกจากกาม เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่าพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะมีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทินได้เกิดแก่พราหมณ์-*เวลัฏฐกัจจานะ ณ ที่นั่งนั้นแลว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ดุจผ้าสะอาดปราศจากมลทิน ควรได้รับน้ำย้อมเป็นอย่างดีฉะนั้น ครั้นพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะได้เห็นธรรมแล้ว ได้บรรลุธรรมแล้ว ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากถ้อยคำแสดงความสงสัยแล้ว ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดาได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระพุทธเจ้าข้า ภาษิตของพระองค์ไพเราะนัก พระพุทธเจ้าข้าพระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด ด้วยตั้งใจว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ข้าพระพุทธเจ้านี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระพุทธเจ้าว่า เป็นอุบาสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะ จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป. พระพุทธานุญาตงบน้ำอ้อย
อถโข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน ราชคหํ ตทวสริ ฯ ตตฺร สุทํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน ราชคเห คุโฬ อุสฺสนฺโน โหติ ฯ ภิกฺขู คิลานสฺเสว ภควตา คุโฬ อนุญฺญาโต โน อคิลานสฺสาติ กุกฺกุจฺจายนฺตา คุฬํ น ปริภุญฺชนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว คิลานสฺส คุฬํ อคิลานสฺส คุโฬทกนฺติ ฯ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จพระพุทธดำเนินผ่านระยะทางโดยลำดับ เสด็จถึงพระนครราชคฤห์แล้ว ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์นั้น ครั้งนั้น ในพระนครราชคฤห์มีงบน้ำอ้อยมาก ภิกษุทั้งหลายรังเกียจว่า ผู้ไม่อาพาธ จึงไม่ฉันงบน้ำอ้อย แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตงบน้ำอ้อยแก่ภิกษุผู้อาพาธ และงบน้ำอ้อยละลายน้ำแก่ภิกษุผู้ไม่อาพาธ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๒. เพลักฐกัจจานวัตถุ ๑๗๒. เพลัฏฐกัจจานวัตถุ ว่าด้วยพราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะถวายน้ำอ้อยงบ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อันธกวินทชนบทตามพระ อัธยาศัย แล้วเสด็จจาริกไปทางกรุงราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุจำนวน ๑,๒๕๐ รูปสมัยนั้น พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะเดินทางไกลจากกรุงราชคฤห์ไปยังอันธกวินทชนบทพร้อมด้วยเกวียน ๕๐๐ เล่ม ล้วนบรรทุกน้ำอ้อยงบเต็ม พระผู้มีพระภาคทอดพระเนตรเห็นเขาเดินมาแต่ไกล จึงเสด็จแวะข้างทางประทับนั่ง ณ ควงไม้ต้นหนึ่ง ลำดับนั้น พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นถึงแล้วได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะผู้ยืนอยู่ ณ ที่สมควรได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าพระองค์ปรารถนาจะถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุรูปละ ๑ หม้อ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “กัจจานะ ถ้าอย่างนั้น เธอจงนำน้ำอ้อยงบมาหม้อเดียวเท่านั้น” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะ กราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว นำหม้อน้ำ อ้อยงบมาเพียงหม้อเดียว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าพระองค์นำหม้อน้ำอ้อยงบมาแล้ว พระพุทธเจ้าข้าข้าพระองค์จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “กัจจานะ ถ้าเช่นนั้น เธอจงถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุทั้งหลายเถิด” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะกราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าพระองค์ถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว พระพุทธเจ้าข้า และน้ำอ้อยงบเหลือเป็นจำนวนมาก ข้าพระองค์จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุทั้งหลายตามต้องการเถิด”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๙๓}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๒. เพลักฐกัจจานวัตถุ พราหมณ์กราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้ถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุ ทั้งหลายตามต้องการแล้วได้กราบทูลว่า “ข้าพระองค์ถวายน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุทั้งหลายตามต้องการ แต่น้ำอ้อยงบยังเหลืออยู่มาก จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงนำน้ำอ้อยงบประเคนภิกษุทั้งหลายให้ฉันจนอิ่มหนำเถิด” พราหมณ์กราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้นำน้ำอ้อยงบประเคนภิกษุ ทั้งหลายให้ฉันจนอิ่มหนำ ภิกษุบางพวกบรรจุน้ำอ้อยงบเต็มบาตรบ้าง เต็มหม้อกรองน้ำบ้าง เต็มถุงย่ามบ้าง พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะนำน้ำอ้อยงบประเคนภิกษุทั้งหลายให้ฉันจนอิ่มแล้วกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ได้นำน้ำอ้อยงบประเคนภิกษุทั้งหลายให้ฉันจนอิ่มหนำแล้ว แต่น้ำอ้อยงบยังเหลืออยู่มาก จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงให้น้ำอ้อยงบแก่พวกคนกินเดนเถิด” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะกราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้ให้น้ำ อ้อยงบแก่พวกคนกินเดนแล้วกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ให้น้ำอ้อยงบแก่พวกคนกินเดนแล้ว แต่น้ำอ้อยงบยังเหลืออยู่มาก จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงให้น้ำอ้อยงบแก่พวกคนกินเดนจนพอแก่ความต้องการเถิด” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะกราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้ให้น้ำอ้อยงบแก่พวกคนกินเดนแล้วกราบทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ให้น้ำอ้อยงบแก่พวกคนกินเดนจนพอแก่ความต้องการแล้ว แต่น้ำอ้อยงบยังเหลืออยู่มาก จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงนำน้ำอ้อยงบมาให้พวกคนกินเดนกินจนอิ่มหนำเถิด” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะกราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้นำน้ำอ้อยงบให้พวกคนกินเดนกินจนอิ่มหนำแล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๙๔}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๒. เพลักฐกัจจานวัตถุ คนกินเดนบางพวกบรรจุน้ำอ้อยงบเต็มกระป๋องบ้าง เต็มหม้อบ้าง ห่อเต็มผ้าขาวปูลาดบ้าง เต็มพกบ้าง พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะนำน้ำอ้อยงบเลี้ยงดูพวกคนกินเดนให้อิ่มหนำแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าพระองค์ได้นำน้ำอ้อยงบเลี้ยงดูพวกคนกินเดนจนอิ่มหนำ แต่น้ำอ้อยงบยังเหลืออยู่มาก จะปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดูก่อนกัจจานะ ทั่วโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลกพรหมโลกทั่วทุกหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ เราไม่เล็งเห็นผู้ที่บริโภคน้ำอ้อยงบนั้นแล้วจะย่อยได้ดี ยกเว้นตถาคตหรือสาวกของตถาคต เธอจงทิ้งน้ำอ้อยงบนั้นในที่ปราศจากของเขียวหรือในที่ที่ไม่มีตัวสัตว์” พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะกราบทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว ได้เทน้ำอ้อยงบลงในที่ไม่มีตัวสัตว์ น้ำอ้อยงบนั้นได้เดือดพุ่งส่งเสียงดัง ฉี่ ฉี่ ฉี่ ฉี่ พ่นไอพ่นควันขึ้นเหมือนผาลที่ร้อนโชนตลอดวันที่บุคคลจุ่มลงน้ำย่อมเดือดพุ่งส่งเสียงดัง ฉี่ ฉี่ ฉี่ ฉี่ทันใดนั้นเขาสลดใจเกิดโลมชาติชูชัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นถึงแล้วได้ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอนุปุพพิกถา คือ ทรงประกาศ ๑. ทานกถา ๒. สีลกถา ๓. สัคคกถา ๔. กามาทีนวกถา ๕. เนกขัมมานิสังสกถา แก่พราหมณ์เพลัฏฐะนั้นผู้นั่งอยู่ ณ ที่สมควร เมื่อทรงทราบว่าพราหมณ์เพลัฏฐะนั้นมีจิตควร อ่อน ปราศจากนิวรณ์ เบิกบาน ผ่องใส จึงทรงประกาศสามุกกังสิกธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ธรรมจักษุอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทินได้เกิดแก่พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะ ณ อาสนะนั้นแลว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวง มีความดับไปเป็นธรรมดา” เปรียบเหมือนผ้าขาวสะอาดปราศจากมลทิน ควรรับน้ำย้อมได้เป็นอย่างดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๙๕}
พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๖. เภสัชชขันธกะ] ๑๗๒. เพลัฏฐกัจจานวัตถุ ครั้งนั้น พราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะได้เห็นธรรมแล้ว บรรลุธรรมแล้ว รู้แจ้งธรรมแล้ว หยั่งลงสู่ธรรมแล้ว ข้ามความสงสัยแล้ว ปราศจากความแคลงใจ ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อใครอีกในคำสอนของพระศาสดา ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ดังนี้ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนักพระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมแจ่มแจ้งโดยประการต่างๆ เปรียบเหมือนคนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิดบอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยตั้งใจว่า คนมีตาดีจักเห็นรูปพระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำข้าพระพุทธเจ้าว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปตามลำดับ จนถึงกรุงราชคฤห์ ทราบว่าพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต ในกรุงราชคฤห์นั้นสมัยนั้น กรุงราชคฤห์มีน้ำอ้อยงบมาก ภิกษุทั้งหลายยำเกรงอยู่ว่า “พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุผู้เป็นไข้เท่านั้น ไม่ทรงอนุญาตแก่ผู้ไม่เป็นไข้”จึงไม่ฉันน้ำอ้อยงบ ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตน้ำอ้อยงบแก่ภิกษุผู้เป็นไข้น้ำอ้อยงบละลายน้ำแก่ผู้ไม่เป็นไข้”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๙๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๖๑. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องพราหมณ์ถวายยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวานเป็นต้น