หัวข้อประจำขันธกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตสฺสุทฺทานํ ฯ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ หัวข้อประจำขันธกะ
ตึส ปาเฐยฺยกา ภิกฺขู สาเกตุกฺกณฺฐิตา วสุํ วสฺสํ วุตฺโถกปุณฺเณหิ อาคมุํ ชินทสฺสนํ อิทํ วตฺถุ กฐินสฺส กปฺปิสฺสนฺติ จ ปญฺจกา อนามนฺตา อสมาจารา ตเถว คณโภชนํ ยาวทตฺถญฺจ อุปฺปาโท อตฺถตานํ ภวิสฺสติ ฯ ญตฺติ เอวตฺถตญฺเจว เอวญฺเจว อนตฺถตํ อุลฺลิขิ โธวนา เจว วิจารณญฺจ เฉทนํ พนฺธโนวฏฺฏิกณฺฑูส- ทฬฺหิกมฺมานุวาติกา ปริภณฺฑํ โอวฏฺเฏยฺยํ มทฺทนา นิมิตฺตกถา กุกฺกุ สนฺนิธิ นิสฺสคฺคิ นกปฺปญฺญตฺร เต ตโย อญฺญตฺร ปญฺจาติเรเก สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลี นาญฺญตฺร ปุคฺคลา สมฺมา นิสฺสีมฏฺโฐนุโมทติ กฐินํ อนตฺถตํ โหติ เอวํ พุทฺเธน เทสิตํ อหตกปฺปปิโลติ- ปํสุปาปณิกาย จ อนิมิตฺตาปริกถา อกุกฺกุ อสนฺนิธิ จ อนิสฺสคฺคิ กปฺปกเต ตถา ติจีวเรน จ ปญฺจเก วาติเรเก วา ฉินฺเน สมณฺฑลีกเต ปุคฺคลสฺสตฺถรา สมฺมา สีมฏฺโฐ อนุโมทติ เอวํ กฐินตฺถรณํ อุพฺภารสฺสฏฺฐมาติกา ปกฺกมนนฺติ นฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานญฺจ นาสนํ สวนํ อาสาวจฺเฉทิ สีมาสอุพฺภรฏฺฐมี กตจีวรมาทาย น ปจฺเจสฺสนฺติ คจฺฉติ ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร โหติ ปกฺกมนนฺติโก อาทาย จีวรํ ยาติ นิสฺสีเม อิธ จินฺตยิ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ นิฏฺฐาเน กฐินุทฺธโร ฯ อาทาย นิสฺสีมํ เนว น ปจฺเจสฺสนฺติ มานโส ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สนฺนิฏฺฐานนฺติโก ภเว อาทาย จีวรํ ยาติ นิสฺสีเม อิธ จินฺตยิ กาเรสฺสํ น ปจฺเจสฺสนฺติ กยิรนฺตสฺส นสฺสติ ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร ภวติ นาสนนฺติโก อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ กตจีวโร สุณาติ อุพฺภตํ กฐินํ ตหึ ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร ภวติ สวนนฺติโก อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ กตจีวโร พหิทฺธา นาเมติ กฐินุทฺธรํ ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สีมาติกฺกนฺติโก ภเว อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิ กาเรติ จีวรํ กตจีวโร ปจฺเจสฺสํ สมฺโภติ กฐินุทฺธรํ ตสฺส ตํ กฐินุทฺธาโร สห ภิกฺขูหิ ชายติ อาทาย จ สมาทาย สตฺต สตฺต วิธี ภเว ปกฺกมนนฺติกา นตฺถิ ฉกฺเก วิปฺปกเต คติ อาทาย นิสฺสีมคตํ กาเรสฺสํ อิติ ชายติ นิฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานญฺจ นาสนญฺจ อิเม ตโย อาทาย น ปจฺเจสฺสนฺติ พหิสีเม กโรมิติ นิฏฺฐานํ สนฺนิฏฺฐานมฺปิ นาสนมฺปิ อิทนฺตโย อนธิฏฺฐิเตน เนวสฺส เหฏฺฐา ตีณิ นยา วิธี อาทาย ยาติ ปจฺเจสฺสํ พหิสีเม กโรมิติ น ปจฺเจสฺสนฺติ กาเรติ นิฏฺฐาเน กฐินุทฺธโร สนฺนิฏฺฐานํ นาสนญฺจ สวนํ สีมติกฺกมา สห ภิกฺขูหิ ชาเยถ เอวํ ปณฺณรสํ คติ สมาทาย วิปฺปกตา สมาทาย ปุนา ตถา อิเม เต จตุโร วารา สพฺเพ ปณฺณรสา วิธี อนาสาย จ อาสาย กรณีโย จ เต ตโย นยโต ตํ วิชาเนยฺย ตโย ทฺวาทส ทฺวาทส อปวิลายมาเนว ผาสุ ปญฺจวิธี ตหึ ปลิโพธาปลิโพธา อุทฺทานํ นยโต กตนฺติ ฯ
๑. ภิกษุชาวปาไฐยรัฐ ๓๐ รูป จำพรรษาอยู่ในเมืองสาเกต รัญจวนใจ ออกพรรษาแล้วมีจีวรเปียกปอนมาเฝ้าพระพุทธชินเจ้า ๒. ต่อไปนี้เป็นเรื่องกฐิน คือได้อานิสงส์กฐิน ๕ คือ ก. เที่ยวไปไหนไม่ต้องบอกลา ข. เที่ยวไปไม่ต้องถือไตรจีวรครบสำรับ ค. ฉันคณะโภชน์ได้ ง. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา จ. จีวรลาภอันเกิดในที่นั้น เป็นของภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว ๓. ญัตติทุติยกรรมวาจา ๔. อย่างนี้กฐินเป็นอันกราน อย่างนี้ไม่เป็นอันกราน คือ กฐินกรานด้วยอาการเพียงขีดรอย ซัก กะ ตัด เนา เย็บ ด้น ทำลูกดุมทำรังดุม ประกอบผ้าอนุวาต ประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า ดามผ้า ย้อม ทำนิมิต พูดเลียบเคียงผ้าที่ยืมเขามา เก็บไว้ค้างคืน เป็นนิสสัคคียะ ไม่ได้ทำกัปปะพินทุ นอกจากไตรจีวร นอกจากจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้เป็นจีวรมีมณฑลนอกจากบุคคลกราน กรานโดยไม่ชอบ ภิกษุอยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินอย่างนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าไม่เป็นอันกราน๕. กฐินกรานด้วยผ้าใหม่ ผ้าเทียมใหม่ ผ้าเก่า ผ้าบังสุกุล ผ้าตกตามร้าน ผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา ไม่ใช่ผ้าที่ยืมเขามา ไม่ใช่ผ้าที่ทำค้างคืน ไม่ใช่เป็นผ้านิสสัคคียะผ้าที่ทำกัปปะพินทุแล้ว ผ้าไตรจีวร ผ้ามีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้เป็นจีวรมีมณฑลเสร็จในวันนั้น บุคคลกราน กรานโดยชอบ ภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนา อย่างนี้ชื่อว่ากรานกฐิน ๖. มาติกาเพื่อเดาะกฐิน ๘ ข้อ คือ ๑. กำหนดด้วยหลีกไป ๒. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. กำหนดด้วยตกลงใจ ๔. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. กำหนดด้วยได้ยินข่าว ๖. กำหนดด้วยสิ้นหวัง ๗. กำหนดด้วยล่วงเขต ๘. กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน ๙. อาทายสัตตกะ ๗ วิธี คือ ๑. ถือจีวรที่ทำเสร็จแล้วไปคิดว่าจักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยหลีกไป ๒. ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักทำ ณ ที่นี้ จักไม่กลับละ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. ถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักไม่ให้ทำ จักไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยตกลงใจ ๔. ถือจีวรไปนอกสีมาคิดว่าจักให้ทำจีวร ณ ที่นี้ จักไม่กลับละ กำลังทำ จีวรเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. ถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วได้ยินข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยได้ยินข่าว๖. ถือจีวรไปคิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้วโอ้เอ้อยู่นอกสีมาจนกฐินเดาะการเดาะกฐินของภิกษุนั้น กำหนดด้วยล่วงเขต ๗. ถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ ให้ทำจีวร ณภายนอกสีมา ครั้นทำจีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจักกลับ จักกลับ กลับทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย ๘. สมาทายสัตตกะมี ๗ วิธี ๙. อาทายฉักกะ และสมาทายฉักกะ คือ ถือจีวรที่ทำค้างไว้ไปอย่างละ ๖ วิธี ไม่มีการเดาะกำหนดด้วยหลีกไป๑๐. อาทายภาณวาร กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่าจักให้ทำจีวร มี ๓ มาติกา คือ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือผ้าหลีกไป คิดว่าจักไม่กลับไปนอกสีมา แล้วคิดว่าจักทำ มี ๓ มาติกา คือ ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรหลีกไป ด้วยไม่ได้ตั้งใจ ภายหลังเธอคิดว่าจักไม่กลับ มี ๓ นัย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไป คิดว่าจักกลับ อยู่นอกสีมา คิดว่าจักทำจีวร จักไม่กลับ ให้ทำจีวรเสร็จ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ด้วยตกลงใจ ด้วยผ้าเสียหาย ด้วยได้ยินข่าว ด้วยล่วงเขต ด้วยเดาะพร้อมกับภิกษุทั้งหลาย รวมเป็น ๑๕ ภิกษุนำจีวรหลีกไปและนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปอีก ๔ วาระก็เหมือนกัน รวมทั้งหมด ๑๕ วิธี หลีกไปด้วยสิ้นหวัง ด้วยหวังว่าจะได้ หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง ทั้งสามอย่างนั้นนักปราชญ์พึงทราบโดยนัยอย่างละ ๑๒ วิธี ๑๑. หวังได้ส่วนจีวรผาสุวิหาร คือ อยู่ตามสบาย ๕ ข้อ ๑๒. กฐินมีปลิโพธและสิ้นปลิโพธ นักปราชญ์พึงแต่งหัวข้อตามเค้าความเทอญ. หัวข้อประจำขันธกะ จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ เรื่องภิกษุชาวเมืองปาเฐยยะ ๓๐ รูป เข้าจำพรรษา ณ เมืองสาเกต ออกพรรษาแล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคด้วยทั้ง จีวรชุ่มชื้นด้วยน้ำ เรื่องอานิสงส์กฐิน ๕ อย่าง คือ ๑. เที่ยวไปไม่ต้องบอกลา ๒. ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ ๓. ฉันคณโภชนะได้ ๔. ทรงอติเรกจีวรไว้ได้ตามต้องการ ๕. พวกเธอจะได้จีวรที่เกิดขึ้นในที่นั้น เรื่องวิธีกรานกฐินและญัตติทุติยกรรมวาจาสำหรับกรานกฐิน เรื่องกฐินไม่เป็นอันกราน คือ ๑. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงมีรอยขีด ๒. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงซักผ้า ๓. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงกะผ้า ๔. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงตัดผ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ ๕. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงเนาผ้า ๖. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงเย็บผ้า ๗. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงทำลูกดุม ๘. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงทำรังดุม ๙. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงติดผ้าอนุวาต ๑๐. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงติดผ้าอนุวาตด้านหน้า ๑๑. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงดามผ้า ๑๒. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการเพียงย้อมผ้าเป็นสีหม่น ๑๓. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่ทำนิมิตได้มา ๑๔. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา ๑๕. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่ยืมเขามา ๑๖. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๑๗. กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ ๑๘. กฐินไม่เป็นอันกรานด้ายผ้าที่ไม่ทำพินทุ ๑๙. กฐินไม่เป็นอันกรานเว้นจากสังฆาฏิ ๒๐. กฐินไม่เป็นอันกรานเว้นจากอุตตราสงค์ ๒๑. กฐินไม่เป็นอันกรานเว้นจากอันตรวาสก ๒๒. กฐินไม่เป็นอันกรานเว้นจากจีวรมีขันธ์ ๕ หรือ เกิน ๕ ซึ่งตัดดีแล้วทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น ๒๓. กฐินไม่เป็นอันกรานเว้นจากบุคคลกราน ๒๔. กฐินไม่เป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมาอนุโมทนากฐินนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่าย่อมไม่เป็นอันกราน เรื่องกฐินเป็นอันกราน คือ ๑. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าใหม่ ๒. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าเทียมใหม่ ๓. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าเก่า ๔. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าบังสุกุล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ ๕. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ตกตามร้าน ๖. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา ๗. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา ๘. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา ๙. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้เก็บไว้ค้างคืน ๑๐. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่เป็นนิสสัคคีย์ ๑๑. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ทำพินทุ ๑๒. กฐินเป็นอันกรานด้วยสังฆาฏิ ๑๓. กฐินเป็นอันกรานด้วยอุตตราสงค์ ๑๔. กฐินเป็นอันกรานด้วยอันตรวาสก ๑๕. กฐินเป็นอันกรานด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกิน ๕ ที่ตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น ๑๖. กฐินเป็นอันกรานเพราะมีบุคคลกราน ๑๗. กฐินเป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่ในสีมาอนุโมทนากฐินนั้น อย่างนี้ชื่อกฐินเป็นอันกราน เรื่องกฐินเดาะด้วยมาติกา ๘ ข้อ คือ ๑. กำหนดด้วยหลีกไป ๒. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. กำหนดด้วยตกลงใจ ๔. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. กำหนดด้วยได้ทราบข่าว ๖. กำหนดด้วยสิ้นหวัง ๗. กำหนดด้วยล่วงเขต ๘. กำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน อาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๗ กรณี คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ ๑. ถือจีวรที่ทำเสร็จแล้วหลีกไป คิดว่าจะไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยการหลีกไป ๒. ถือจีวรหลีกไปอยู่นอกสีมา คิดว่าจะทำ ณ ที่นี้ จะไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๓. ถือจีวรหลีกไปอยู่นอกสีมา คิดว่าจะไม่ให้ทำ จะไม่กลับ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ ๔. ถือจีวรหลีกไปอยู่นอกสีมา คิดว่าจะให้ทำจีวร ณ ที่นี้ จะไม่กลับ กำลังทำจีวรเสียหาย การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย ๕. ถือจีวรไป คิดว่าจะกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำ จีวรเสร็จแล้ว ได้ทราบข่าวว่า ในอาวาสนั้น กฐินเดาะแล้ว การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยได้ทราบข่าว ๖. ถือจีวรไป คิดว่าจะกลับ ให้ทำจีวรนอกสีมา ครั้นทำ จีวรเสร็จแล้วโอ้เอ้อยู่นอกสีมาจนกฐินเดาะ การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยล่วงเขต ๗. ถือจีวรไป คิดว่าจะกลับ ให้ทำจีวร ณ ภายนอกสีมา ครั้นทำ จีวรเสร็จแล้ว คิดว่าจะกลับ จะกลับ กลับทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อว่าพร้อมกันกับภิกษุทั้งหลาย สมาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำ จีวรติดตัวหลีกไป ๗ กรณี อาทายฉักกะและสมาทายฉักกะ ว่าด้วยการ เดาะกฐินด้วยการถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี และการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี คือ ถือจีวรที่ทำค้างไว้อย่างละ ๖ กรณี ไม่มีการเดาะกำหนดด้วยหลีกไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ อาทายภาณวาร ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยกรณีถือจีวรหลีกไป ๑๕ กรณี เป็นต้น กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไปนอกสีมา คิดว่า จะให้ทำจีวร มี ๓ มาติกา คือ ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือผ้า คิดว่า จะไม่กลับไปนอกสีมา แล้วคิดว่าจะทำ มี ๓ มาติกา คือ ๑. กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจ ๓. กำหนดด้วยผ้าเสียหาย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรหลีกไป ด้วยไม่ได้ตั้งใจ ภายหลังคิดว่า จะไม่กลับ มี ๓ นัย กล่าวถึงภิกษุถือจีวรไป คิดว่า จะกลับ อยู่นอกสีมา คิดว่า จะทำจีวร จะไม่กลับ ให้ทำจีวรเสร็จ การเดาะกฐินของ ภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ด้วยตกลงใจ ด้วยผ้าเสียหาย ด้วยได้ทราบข่าว ด้วยล่วงเขต ด้วยเดาะ พร้อมกับภิกษุทั้งหลาย รวมเป็น ๑๕ ภิกษุนำจีวรหลีกไป และนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไปอีก ๔ วาระก็เหมือนกัน รวมทั้งหมด ๑๕ วิธี หลีกไปด้วยสิ้นหวัง ด้วยหวังว่าจะได้ หลีกไปด้วยกรณียะบางอย่าง ทั้ง ๓ อย่างนั้น นักปราชญ์พึงทราบโดยนัยอย่างละ ๑๒ วิธี ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ สบาย ๕ กรณี ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ พระวินัยธรพึงแต่งหัวข้อตามเค้าความเทอญ กฐินขันธกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ศึกษาเนื้อความอรรถกถาได้ในข้อ ๙๕. (อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาวรรค ภาค ๒ กฐินขันธกะ ภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้าเป็นต้น