๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ ว่าด้วยวาระการให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป ๑๑ กรณี
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ ว่าด้วยวาระการให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป ๑๑ กรณี
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๗๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏและพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้นแล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๑) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นไม่แน่ใจในอาบัติสังฆาทิเสสรูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏและพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง๒ รูป (๒) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๓) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๔) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่าเป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๕) ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติ(อาบัติเบา)ล้วน ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นใน ลหุกาบัติล้วนว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้สงฆ์พึงให้รูปนั้น แสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับภิกษุทั้ง ๒ รูปตามธรรม (๖) @เชิงอรรถ : @ อาบัติเจือกัน หมายถึงอาบัติสังฆาทิเสสและอาบัติเบาๆ อื่น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๘๐}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๘. เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในลหุกาบัติล้วน ว่าเป็นลหุกาบัติล้วน รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับภิกษุทั้ง ๒ รูปตามธรรม (๗) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งคิดว่า “จักบอก” รูปหนึ่งคิดว่า “จักไม่บอก”ภิกษุนั้นปิดไว้ถึงยามที่หนึ่งบ้าง ปิดไว้ถึงยามที่สองบ้าง ปิดไว้ถึงยามที่สามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้วเป็นอันปิดอาบัติ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป(๘) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส จึงไปด้วยคิดว่า “จักบอก” ในระหว่างทาง รูปหนึ่งเกิดความคิดลบหลู่ว่า “จักไม่บอก” ภิกษุนั้นปิดไว้ถึงยามที่หนึ่งบ้าง ปิดไว้ถึงยามที่สองบ้าง ปิดไว้ถึงยามที่สามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้วเป็นอันปิดอาบัติ รูปใดปิดไว้สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๙) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติ สังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส แล้วเกิดวิกลจริต ภายหลังหายวิกลจริตแล้วรูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏและพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป(๑๐) ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส เมื่อภิกษุกำลังยกพระปาติโมกข์ขึ้น แสดงอยู่ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบเดี๋ยวนี้เองว่า ‘ได้ยินว่า ธรรมแม้นี้มาในสูตร นับเนื่องในสูตร มาสู่อุทเทสทุกกึ่งเดือน” ภิกษุเหล่านั้นมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๘๑}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๙. มูลายอวิสุทธินวกะ ไว้ รูปใดปิดไว้ สงฆ์พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดไว้แก่รูปที่ปิดนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้ง ๒ รูป (๑๑) เทฺวภิกขุวารเอกาทสกะ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ ให้มานัตแก่ภิกษุ ๒ รูป
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูปต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส เวมติกา โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาทพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอสงสัยในอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส มิสฺสกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่าเป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู มิสฺสกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต มิสฺสเก สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่าเป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู มิสฺสกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต มิสฺสเก มิสฺสกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติเจือกัน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติเจือกันว่า เป็นอาบัติเจือกัน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สุทฺธกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สุทฺธเก สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ อุโภปิ ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติล้วนว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ
เทฺว ภิกฺขู สุทฺธกํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สุทฺธเก สุทฺธกทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ อุโภปิ ยถาธมฺมํ การาเปตพฺพา ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องลหุกาบัติล้วน พวกเธอมีความเห็นในลหุกาบัติล้วนว่า เป็นลหุกาบัติล้วน รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ พึงปรับทั้งสองรูปตามธรรม ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เอกสฺส โหติ อาโรเจสฺสามีติ ฯ เอกสฺส โหติ นาโรเจสฺสามีติ ฯ โส ปฐมมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ทุติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ตติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ อุฏฺฐิเต อรุเณ ฉนฺนา โหติ อาปตฺติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งคิดว่า จักบอก รูปหนึ่งคิดว่าจักไม่บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่งบ้าง ปิดบังไว้ถึงสองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึงสามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้วเป็นอันปิดบังอาบัติ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้นแล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ เต คจฺฉนฺติ อาโรเจสฺสามาติ ฯ เอกสฺส อนฺตรามคฺเค มกฺขธมฺโม อุปฺปชฺชติ น อาโรเจสฺสามีติ ฯ โส ปฐมมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ทุติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ ตติยมฺปิ ยามํ ฉาเทติ อุฏฺฐิเต อรุเณ ฉนฺนา โหติ อาปตฺติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส จึงไปด้วยคิดว่าจักบอก รูปหนึ่งเกิดความลบหลู่ขึ้นในระหว่างทางว่า จักไม่บอก เธอปิดบังไว้ถึงยามหนึ่งบ้าง ปิดบังไว้ถึงสองยามบ้าง ปิดบังไว้ถึงสามยามบ้าง เมื่ออรุณขึ้นแล้ว เป็นอันปิดบังอาบัติรูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ เต อุมฺมตฺตกา โหนฺติ ฯ เต ปจฺฉา อนุมฺมตฺตกา หุตฺวา เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส แล้วเกิดวิกลจริต ภายหลังหายวิกลจริตแล้ว รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ
เทฺว ภิกฺขู สงฺฆาทิเสสํ อาปนฺนา โหนฺติ เต ปาติโมกฺเข อุทฺทิสฺสมาเน เอวํ วเทนฺติ อิทาเนว โข มยํ ชานาม อยมฺปิ กิร ธมฺโม สุตฺตาคโต สุตฺตปริยาปนฺโน อนฺวฑฺฒมาสํ อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ ฯ เต สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิโน โหนฺติ ฯ เอโก ฉาเทติ เอโก น ฉาเทติ ฯ โย ฉาเทติ โส ทุกฺกฏํ เทสาเปตพฺโพ ฯ ยถาปฏิจฺฉนฺเน จสฺส ปริวาสํ ทตฺวา อุภินฺนมฺปิ มานตฺตํ ทาตพฺพํ ฯ
ภิกษุ ๒ รูป ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พวกเธอเมื่อปาติโมกข์กำลังแสดงอยู่ กล่าวอย่างนี้ว่า พวกข้าพเจ้าทราบเดี๋ยวนี้เองแลว่า ได้ยินว่า ธรรมแม้นี้มาในสูตร นับเนื่องในสูตร มาสู่อุเทสทุกกึ่งเดือน พวกเธอมีความเห็นในอาบัติสังฆาทิเสสว่า เป็นอาบัติสังฆาทิเสส รูปหนึ่งปิดบังไว้ รูปหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้รูปใดปิดบังไว้ พึงให้รูปนั้นแสดงอาบัติทุกกฏ และพึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่รูปที่ปิดบังนั้น แล้วให้มานัตแก่ภิกษุทั้งสองรูป ฯ -----------------------------------------------------