พรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๒๔อถโข อายสฺมา อานนฺโท เถเร ภิกฺขู เอตทโวจ ภควา มํ ภนฺเต ปรินิพฺพานกาเล เอวมาห เตนหานนฺท สงฺโฆ มมจฺจเยน ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปตูติ ฯ ปุจฺฉิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ปุจฺฉึ โข อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ กตโม ปน ภนฺเต พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ฉนฺโน อานนฺท ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺย ตํ วเทยฺย ภิกฺขูหิ ฉนฺโน ภิกฺขุ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ น อนุสาสิตพฺโพติ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท ตฺวํเยว ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปหีติ ฯ กถาหํ ภนฺเต ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน พฺรหฺมทณฺฑํ อาณาเปมิ จณฺโฑ โส ภิกฺขุ ผรุโสติ ฯ เตนหาวุโส อานนฺท พหุเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ คจฺฉาหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา อานนฺโท เถรานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสฺสุตฺวา มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ นาวาย คนฺตฺวา โกสมฺพึ อุชฺชวนิกาย นาวาย ปจฺโจโรหิตฺวา รญฺโญ อุเทนสฺส อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ ฯ
๖๒๕เตน โข ปน สมเยน ราชา อุเทโน อุยฺยาเน ปริวาเรหิ สทฺธึ โอโรเธน ปฏิวสติ ฯ อสฺโสสิ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อมฺหากํ กิร อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโนติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ ราชานํ อุเทนํ เอตทโวจ อมฺหากํ กิร เทว อาจริโย อยฺโย อานนฺโท อุยฺยานสฺส อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺโน อิจฺฉาม มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทํ ปสฺสิตุนฺติ ฯ เตนหิ สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรธํ อายสฺมา อานนฺโท ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมตา อานนฺเทน ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานิ ปาทาสิ ฯ อถโข รญฺโญ อุเทนสฺส โอโรโธ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา เยน ราชา อุเทโน เตนุปสงฺกมิ ฯ
๖๒๖อทฺทสา โข ราชา อุเทโน โอโรธํ ทูรโต ว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวาน โอโรธํ เอตทโวจ อปิ นุ โข ตุเมฺห สมณํ อานนฺทํ ปสฺสถาติ ฯ อปสฺสิมฺหา โข มยํ เทว อยฺยํ อานนฺทนฺติ ฯ อปินุ ตุเมฺห สมณสฺส อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทตฺถาติ ฯ อทมฺหา โข มยํ เทว อยฺยสฺส อานนฺทสฺส ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ ราชา อุเทโน อุชฺฌายติ ขียติ วิปาเจติ กถํ หิ นาม สมโณ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ ปฏิคฺคเหสฺสติ ทุสฺสวณิชฺชํ วา สมโณ อานนฺโท กริสฺสติ ปคฺคาหิกสาลํ วา ปสาเรสฺสตีติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา อุเทโน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ อาคมา นุ โภ อานนฺท อมฺหากํ โอโรโธติ ฯ อาคมา โข เต มหาราช โอโรโธติ ฯ อปิจ ปน โภโต อานนฺทสฺส กิญฺจิ อทาสีติ ฯ อทาสิ โข เม มหาราช ปญฺจ อุตฺตราสงฺคสตานีติ ฯ กึ ปน ภวํ อานนฺโท ตาวพหุํ จีวรํ กริสฺสตีติ ฯ เย เต มหาราช ภิกฺขู ทุพฺพลจีวรา เตหิ สทฺธึ สํวิภชิสฺสามีติ ฯ ยานิ โข ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ทุพฺพลจีวรานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช อุตฺตรตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ อุตฺตรตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ {๖๒๖.๑} ตานิ มหาราช ภิสิจฺฉวิโย กริสฺสามาติ ฯ ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ภิสิจฺฉวิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช ภุมฺมตฺถรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ ภุมฺมตฺถรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช ปาทปุญฺฉนิโย กริสฺสามาติ ฯ ยา ปน โภ อานนฺท โปราณกา ปาทปุญฺฉนิโย ตา กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตา มหาราช รโชหรณํ กริสฺสามาติ ฯ ยานิ ปน โภ อานนฺท โปราณกานิ รโชหรณานิ ตานิ กถํ กริสฺสถาติ ฯ ตานิ มหาราช โกฏฺเฏตฺวา จิกฺขลฺเลน มทฺทิตฺวา ปริภณฺฑํ ลิมฺปิสฺสามาติ ฯ อถโข ราชา อุเทโน สพฺเพ วิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา โยนิโส อุปเนนฺติ น กุลวํ คเมนฺตีติ อายสฺมโต อานนฺทสฺส อญฺญานิปิ ปญฺจ ทุสฺสสตานิ ปาทาสิ ฯ อยญฺจรหิ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปฐมํ จีวรปริกฺขาโร อุปฺปชฺชิ จีวรสหสฺสํ ฯ
๖๒๗อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน โฆสิตาราโม เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ สงฺเฆน เต อาวุโส ฉนฺน พฺรหฺมทณฺโฑ อาณตฺโตติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺโฑติ ฯ ตฺวํ อาวุโส ฉนฺน ภิกฺขุ ยํ อิจฺเฉยฺยาสิ ตํ วเทยฺยาสิ ภิกฺขูหิ ตฺวํ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ฯ นนฺวาหํ ภนฺเต อานนฺท หโต เอตฺตาวตา ยโตหํ ภิกฺขูหิ เนว วตฺตพฺโพ น โอวทิตพฺโพ นานุสาสิตพฺโพติ ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปปติ ฯ {๖๒๗.๑} อถโข อายสฺมา ฉนฺโน พฺรหฺมทณฺเฑน อฏฺฏิยมาโน หรายมาโน ชิคุจฺฉมาโน เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ฉนฺโน อรหตํ อโหสิ ฯ อถโข อายสฺมา ฉนฺโน อรหตฺตํ ปตฺโต เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ ปฏิปฺปสฺสมฺเภหีทานิ เม ภนฺเต อานนฺท พฺรหฺมทณฺฑนฺติ ฯ ยทคฺเคน ตยา อาวุโส ฉนฺน อรหตฺตํ สจฺฉิกตํ ตทคฺเคน เต พฺรหฺมทณฺโฑ ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ ฯ
๖๒๘อิมาย โข ปน วินยสงฺคีติยา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ ฯ ตสฺมายํ วินยสงฺคีติ ปญฺจสติกาติ วุจฺจตีติ ฯ ปญฺจสติกกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ เอกาทสมํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู เตวีสติ ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยการลงพรหมทัณฑ์
ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกับภิกษุผู้เถระทั้งหลายดังนี้ว่า “ท่าน ผู้เจริญ ในเวลาจะเสด็จปรินิพพาน พระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้ว่า ‘ภิกษุทั้งหลายเมื่อเราล่วงไป สงฆ์จงลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ” ภิกษุผู้เถระทั้งหลายถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านทูลถามพระผู้มีพระภาคหรือว่า‘พระพุทธเจ้าข้า พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมทูลถามพระผู้มีพระภาคแล้วว่า ‘พระพุทธเจ้าข้า พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร’ พระองค์รับสั่งว่า ‘อานนท์ ภิกษุฉันนะพึงพูดได้ตามที่ปรารถนา ภิกษุทั้งหลายไม่พึงว่ากล่าว ไม่พึงตักเตือน ไม่พึงพร่ำสอนภิกษุฉันนะ” ภิกษุผู้เถระทั้งหลายกล่าวว่า “ท่านอานนท์ ถ้าอย่างนั้น ท่านนั่นแลจงลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุฉันนะ” @เชิงอรรถ : @ ที.ม. ๑๐/๒๑๖/๑๓๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๖}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๓. พรหมทัณฑกถา ท่านพระอานนท์ถามว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมจะลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะได้อย่างไรกัน เพราะเธอเป็นคนดุร้าย เป็นคนหยาบคาย” ภิกษุผู้เถระทั้งหลายตอบว่า “ท่านอานนท์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงไปพร้อมกับภิกษุทั้งหลายจำนวนมาก” ท่านพระอานนท์รับบัญชาภิกษุผู้เถระทั้งหลายแล้ว โดยสารเรือไปพร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป ถึงกรุงโกสัมพี ขึ้นจากเรือแล้วนั่งที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ราชอุทยานของพระเจ้าอุเทน เรื่องพระเจ้าอุเทน สมัยนั้น พระเจ้าอุเทนกับพระมเหสีประทับอยู่ในราชอุทยานพร้อมข้าราชบริพารพระมเหสีของพระเจ้าอุเทนได้สดับว่า “พระคุณเจ้าพระอานนท์ผู้เป็นอาจารย์ของพวกเรานั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ราชอุทยาน” ลำดับนั้น พระมเหสีได้กราบทูลพระจ้าอุเทนดังนี้ว่า “ขอเดชะ ทราบว่า พระคุณเจ้าพระอานนท์ผู้เป็นอาจารย์ของหม่อมฉัน นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้ราชอุทยานขอเดชะ หม่อมฉันปรารถนาจะเยี่ยมพระคุณเจ้าพระอานนท์” พระเจ้าอุเทนตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้น เธอไปเยี่ยมท่านพระอานนท์เถิด” ต่อมา พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วอภิวาท นั่ง ณ ที่สมควร ท่านพระอานนท์ชี้แจงพระมเหสีให้เห็นชัด ชวนให้อยากรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา ลำดับนั้น พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนผู้ซึ่งท่านพระอานนท์ชี้แจงให้เห็นชัดชวนให้อยากรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้ถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืน ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของท่านพระอานนท์ลุกจากอาสนะ อภิวาทแล้วทำประทักษิณกลับไป เข้าไปเฝ้าพระเจ้าอุเทน ณที่ประทับ พระเจ้าอุเทนทอดพระเนตรเห็นพระนางเสด็จมาแต่ไกล ครั้นแล้วได้ตรัสถามพระมเหสีดังนี้ว่า “เธอเยี่ยมพระคุณเจ้าพระอานนท์แล้วหรือ”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๗}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๓. พรหมทัณฑกถา พระนางกราบทูลว่า “ขอเดชะ เยี่ยมแล้ว” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “เธอถวายอะไรแก่สมณะอานนท์บ้าง” พระนางกราบทูลว่า “ขอเดชะ พวกหม่อมฉันถวายผ้าห่ม ๕๐๐ ผืนแก่พระคุณเจ้าพระอานนท์” พระเจ้าอุเทนทรงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนสมณะอานนท์จึงรับผ้ามากมายอย่างนั้นเล่า สมณะอานนท์จะทำการค้าขายผ้าหรือตั้งร้านค้ากระมัง” ต่อมา พระเจ้าอุเทนเสด็จไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่พัก ครั้นแล้วทรงปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นทรงปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควรตรัสถามท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ มเหสีของข้าพเจ้ามาแล้วหรือ” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “พระมเหสีของพระองค์มาแล้ว มหาบพิตร” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “พระนางได้ถวายอะไรแก่ท่านอานนท์บ้าง” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า“มหาบพิตร พระนางถวายผ้าห่มอาตมา ๕๐๐ผืน” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ผ้ามากมายอย่างนั้น ท่านจะเอาไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า“มหาบพิตร อาตมาจะแจกภิกษุทั้งหลายผู้มีจีวรเก่า” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาจีวรเก่าที่มีอยู่เดิมไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะทำจีวรเก่าที่มีอยู่เดิมนั้นให้เป็นผ้าเพดาน” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาผ้าเพดานเก่าไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะทำผ้าเพดานเก่านั้นให้เป็นปลอกฟูก” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาผ้าปลอกฟูกเก่าไปทำอะไร”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๘}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๓. พรหมทัณฑกถา ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะทำผ้าปลอกฟูกเก่านั้นให้เป็นผ้าปูพื้น” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาผ้าปูพื้นเก่าไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะทำผ้าปูพื้นเก่าให้เป็นผ้าเช็ดเท้า” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาผ้าเช็ดเท้าเก่าไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะเอาผ้าเช็ดเท้าเก่าไปเช็ดธุลี” พระเจ้าอุเทนตรัสถามว่า “ท่านอานนท์ ท่านจะเอาผ้าเช็ดธุลีเก่าไปทำอะไร” ท่านพระอานนท์ถวายพระพรว่า “มหาบพิตร อาตมาจะโขลกผ้าเหล่านั้นขยำกับโคลนแล้วฉาบทาฝา” ลำดับนั้น พระเจ้าอุเทนทรงดำริว่า “พระสมณะเชื้อสายศากยบุตรทั้งหมดนี้นำผ้าไปใช้คุ้มค่า ไม่ใช่เก็บเข้าคลัง” จึงได้ถวายผ้าอีกจำนวน ๕๐๐ ผืนแก่ท่านพระอานนท์ อนึ่ง เวลานั้น บริขารคือจีวร ๑,๐๐๐ ผืน เกิดขึ้นแก่ท่านพระอานนท์เป็นครั้งแรก เรื่องท่านพระอานนท์แจ้งพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ ต่อมา ท่านพระอานนท์เข้าไปที่โฆสิตาราม ครั้นแล้วนั่งบนอาสนะที่ปูไว้ ลำดับนั้นท่านพระฉันนะได้เข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่พัก ครั้นแล้วอภิวาท นั่ง ณ ที่สมควรท่านพระอานนท์ได้กล่าวกับท่านพระฉันนะดังนี้ว่า “ท่านฉันนะ สงฆ์ได้ลงพรหมทัณฑ์แก่ท่านแล้ว” ท่านพระฉันนะถามว่า “ท่านอานนท์ พรหมทัณฑ์ที่สงฆ์ลงแล้วเป็นอย่างไร ขอรับ” ท่านพระอานนท์ตอบว่า “ท่านฉันนะ ท่านพึงพูดได้ตามที่ปรารถนา ภิกษุ ทั้งหลายจะไม่ว่ากล่าว ไม่ตักเตือน ไม่พร่ำสอนท่าน”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในปัญจสติกขันธกะ ท่านพระฉันนะถามว่า “ท่านอานนท์ เพราะเหตุที่ภิกษุทั้งหลายไม่ว่ากล่าว ไม่ตักเตือน ไม่พร่ำสอนผม เพียงแค่นี้ผมชื่อว่าถูกกำจัดแล้ว” แล้วสลบล้มลงที่นั้นเองพระฉันนะบรรลุอรหัตตผล ต่อมา ท่านพระฉันนะอึดอัด เบื่อระอา รังเกียจด้วยพรหมทัณฑ์ จึงหลีกเร้นอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายใจ ไม่นานนัก ก็ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ยอดเยี่ยมอันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ที่เหล่ากุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ ด้วยปัญญายิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบันแน่แท้ รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้วอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” จึงเป็นอันว่าท่านพระฉันนะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย ครั้งนั้น ท่านฉันนะได้บรรลุอรหัตตผลแล้วจึงเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่พักครั้นแล้วได้กล่าวกับท่านพระอานนท์ดังนี้ว่า “ท่านอานนท์ เวลานี้ ท่านโปรดระงับพรหมทัณฑ์แก่ผมเถิด” ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ท่านฉันนะ เมื่อท่านบรรลุอรหัตตผลแล้ว พรหมทัณฑ์ของท่านก็เป็นอันระงับไป” ก็ในการสังคายนาพระ(ธรรม)วินัยครั้งนี้ มีภิกษุ ๕๐๐ รูป ไม่หย่อนไม่ยิ่งดังนั้น การสังคายนาพระ(ธรรม)วินัยครั้งนี้ จึงเรียกว่า “ปัญจสติกา” ปัญจสติกขันธกะที่ ๑๑ จบ ในขันธกะนี้มี ๒๓ เรื่อง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัญจสติกขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ 614. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ ปัญจสติกขันธกะ เรื่องพระมหากัสสปเถระเป็นต้น