หัวข้อประจำขันธกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตสฺสุทฺทานํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ หัวข้อประจำขันธกะ
ปพฺพชฺชํ โคตมี ยาจิ นานุญฺญาสิ ตถาคโต กปิลวตฺถุ เวสาลึ อคมาสิ วินายโก ฯ รโชกิณฺณา โกฏฺฐเกสุ อานนฺทสฺส ปเวทยิ ฯ ภพฺโพติ นยโต ยาจิ มาตาติ โปสิกาติ จ ฯ วสฺสสตํ ตทหุ จ อภิกฺขุ ปจฺจาสึสนา ปวารณา ครุธมฺมา เทฺว วสฺสา อนกฺโกสนา โอวโฏ จ อฏฺฐ ธมฺมา ยาวชีวานุวตฺตนา ฯ ครุธมฺมปฏิคฺคโห สา วสฺสา อุปสมฺปทา ฯ วสฺสสหสฺสํ ปญฺเจว กุมฺภเถนก เสตฏฺฐิ มญฺเชฏฺฐิกา อุปมาหิ เอวํ สทฺธมฺมหึสนา ปาฬึ พนฺเธยฺยุปมาหิ ปุน สทฺธมฺมสณฺฐิติ อุปสมฺปาเทตุํ อยฺยา ยถาวุฑฺฒาภิวาทนา น กริสฺสนฺติ กิเมว สาธารณาสาธารณํ โอวาทํ ปาติโมกฺขญฺจ เกน นุ โข อุปสฺสยํ น ชานนฺติ จ อาจิกฺขิ น กโรนฺติ จ ภิกฺขูหิ ปฏิคฺคเหตุํ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหิ ปฏิคฺคโห อาจิกฺขิ กมฺมํ ภิกฺขูหิ อุชฺฌายนฺติ ภิกฺขูหิ วา อาจิกฺขิตุํ ภณฺฑนญฺจ โรเปตฺวา อุปฺปลาย จ สาวตฺถิยา กทฺทโมทเก อวนฺทิ กาย อูรุ จ องฺคชาตํ จ โอภาสํ สมฺปโยเชนฺติ วคฺคิกา อวนฺทิโย ทณฺฑกมฺมํ ภิกฺขุนิโย ตถา ปุน อาวรณญฺจ โอวาทํ นุ โข กปฺปติ ปกฺกมิ พาลาวตฺถุวินิจฺฉยา โอวาทํ สงฺโฆ ปญฺจหิ ทุเว ติสฺโส น คณฺหนฺติ พาลา คิลานคามิกํ อรญฺญํ นาโรเจนฺติ จ ปุน ปจฺจาคจฺฉนฺติ จ ทีฆํ วิลิวจมฺมญฺจ ทุสฺสา จ เวณิ วฏฺฏิ จ โจฬเวณิ จ วฏฺฏิ จ สุตฺตเวณิ จ วฏฺฏิกา อฏฺฐิลฺลํ โคหนุเกน หตฺถโกจฺฉํ ปทํ ตถา อูรุ มุขํ ทนฺตมํสํ อาลิมฺโป มทฺท จุณฺณนา ลญฺเจนฺติ องฺคราคญฺจ มุขราคํ ตถา ทุเว อวงฺคํ วิเสโส โลโก สาโลเกน สนจฺจนํ เวสิ ปานาคารํ สูนํ อาปณํ วฑฺฒิ วาณิชา ทาสํ ทาสึ กมฺมกรํ กมฺมการึ อุปฏฺฐยุํ ติรจฺฉาน หริตกิ สนฺธารยนฺติ นมาตกํ นีลํ ปีตํ โลหิตกํ มญฺเชฏฺฐกณฺหจีวรา มหารงฺค มหานามา จ อจฺฉินฺนา ทีฆเมว จ ปุปฺผ ผล กญฺจุกญฺจ ติรีฏญฺเจว ธารยุํ ฯ ภิกฺขุนีสิกฺขมานาย สามเณราย อจฺจเย นิยฺยาทิเต ปริกฺขาเร ภิกฺขุนิโย จ อิสฺสรา ภิกฺขุสฺส สามเณรสฺส อุปาสกสฺสุปาสิกา อญฺเญสญฺจ ปริกฺขาเร นิยฺยาเต ภิกฺขู อิสฺสรา ฯ มลฺลา คพฺภํ ปตฺตมูลํ พฺยญฺชนํ อามิเสน จ อุสฺสนฺนญฺจ พาฬฺหตรํ สนฺนิธิกตอามิสํ ภิกฺขูนํ ยาทิสํ เหฏฺฐํ ภิกฺขุนีนํ ตถา กเร ฯ เสนาสนํ อุตุนิโย มกฺขิยติ ปฏานิ จ ฉิชฺชติ สพฺพกาลญฺจ อนิมิตฺตาปิ ทิสฺสเร นิมิตฺตา โลหิตา เจว ตเถว ธุวโลหิตา ธุวโจฬปคฺฆรนฺตี สิขริณิตฺถิปณฺฑกา เวปุริสี จ สมฺภินฺนา อุภโตพฺยญฺชนาปิ จ อนิมิตฺตาทิโต กตฺวา ยาว อุภยพฺยญฺชนา เอตํ เปยฺยาลโต เหฏฺฐํ กุฏฺฐํ คณฺโฑ กิลาสิ จ โสสาปมาโร มานุสี อิตฺถีสิ ภุชิสฺสาสิ จ อนณา น ราชภฏี อนุญฺญาตา จ วีสติ ปริปุณฺณา จ กินฺนามา กานามา เต ปวตฺตินี จตุวีสนฺตรายานํ ปุจฺฉิตฺวา อุปสมฺปทา ฯ วิตฺถายนฺติ อนนุสิฏฺฐา สงฺฆมชฺเฌ ตเถว จ อุปชฺฌาคาห สงฺฆาฏิ อุตฺตรนฺตรวาสโก สงฺกจฺฉุทกสาฏิ จ อาจิกฺขิตฺวาน เปสเย พาลา อสมฺมเต กโต ยาเจ ปุจฺฉนฺตรายิกา เอกโตอุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุสงฺเฆ ตถา ปุน ฉายา อุตุทิวสา จ สงฺคีติ ตโย นิสฺสเย อฏฺฐ อกรณียานิ กาลํ สพฺพตฺถ อฏฺฐธา น ปวาเรนฺติ ภิกฺขุนี ภิกฺขุสงฺฆํ ตเถว จ โกลาหลํ ปุเรภตฺตํ วิกาเล จ กุลาหลํ อุโปสถํ ปวารณํ สวจนํ อนูวทํ โอกาสํ โจเท สาเรนฺติ ปฏิกฺขิตฺตํ มเหสินา ฯ ตเถว ภิกฺขุ ภิกฺขุนี อนุญฺญาตํ มเหสินา ฯ ยานํ คิลานํ ยุตฺตญฺจ ยานุคฺฆาตฑฺฒกาสิกา ภิกฺขุ สิกฺขา สามเณร สามเณรี จ พาลิยา อรญฺเญ อุปาสเกน อุทฺโทสิโต อุปสฺสยํ น สมฺมติ นวกมฺมํ นิสินฺนคพฺภเอกิกา สาคารญฺจ ครุธมฺมํ อปฺปจฺจกฺขา ยา จ สงฺกมิ อภิวาทน เกสา จ นขา จ วณกมฺมนา ปลฺลงฺเกน คิลานา จ วจฺจํ จุณฺเณน วาสิตํ ชนฺตาฆเร ปฏิโสเต อติตฺเถ ปุริเสน จ มหาโคตมี อายาจิ อานนฺโท จาปิ โยนิโส ฯ ปริสา จตสฺโส โหนฺติ ปพฺพชฺชา ชินสาสเน ฯ สํเวคชนนตฺถาย สทฺธมฺมสฺส จ วุฑฺฒิยา อาตุรสฺสา ว เภสชฺชํ เอวํ พุทฺเธน เทสิตํ ฯ เอวํ วินีตา สทฺธมฺเม มาตุคามาปิ อีตรา ตา ยนฺติ อจฺจุตํ ฐานํ ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเรติ ฯ -----------------
เรื่องพระนางโคตมีทูลขอบรรพชา พระตถาคตไม่ทรงอนุญาตเรื่องพระผู้มีพระภาคผู้ฝึกเวไนยเสด็จไปพระนครเวสาลี จากกรุงกบิลพัสดุ์ เรื่องพระนางโคตมีมีพระวรกายเกลือกกลั้วด้วยธุลี ได้ชี้แจงแก่พระอานนท์ที่ซุ้มประตูเรื่องพระอานนท์ทูลขอโดยนัยว่า มาตุคามเป็นภัพพบุคคล พระนางโคตมีเป็นพระมาตุจฉา เป็นผู้เลี้ยงดู เรื่องครุธรรม ๘ ที่ภิกษุณีพึงประพฤติตลอดชีวิต คือภิกษุณีบวชตั้งร้อยปีต้องกราบไหว้ภิกษุแม้บวชในวันนั้น ๑ ไม่พึงจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๑ หวังธรรม ๒ อย่าง ๑ ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๑ ต้องอาบัติหนัก ๑ พึงแสวงหาอุปสมบทเพื่อสิกขมานาผู้ศึกษาครบ ๒ ปีแล้ว ๑ ไม่ด่าภิกษุ ๑ เปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าว ๑ เรื่องการรับครุธรรม ข้อนั้นเป็นอุปสัมปทาของพระนางโคตมี เรื่องพรหมจรรย์อันจะตั้งอยู่ถึง ๑๐๐๐ ปี และตั้งอยู่ได้เพียง๕๐๐ ปี ความเสื่อมแห่งสัทธรรม เปรียบด้วยโจรลักทรัพย์ ขยอก เพลี้ย อีก-*อย่างหนึ่ง ความตั้งมั่นแห่งสัทธรรมเปรียบด้วยกั้นทำนบ เรื่องให้อุปสมบทภิกษุณีเรื่องแม่เจ้าเป็นอนุปสัมบัน เรื่องอภิวาทตามลำดับผู้แก่ เรื่องไม่ทำอภิวาท เรื่องสิกขาบทที่ทั่วไปและไม่ทั่วไป จักกระทำอย่างไร เรื่องโอวาท เรื่องปาติโมกข์เรื่องใครแสดงปาติโมกข์ เรื่องเข้าไปแสดงถึงสำนักภิกษุณี เรื่องไม่รู้ เรื่องบอก เรื่องไม่ทำคืน เรื่องภิกษุรับอาบัติ เรื่องให้ภิกษุบอกให้นางภิกษุณีรับอาบัติเรื่องชาวบ้านติเตียน เรื่องให้ภิกษุบอกให้ทำกรรม เรื่องทะเลาะ เรื่องยกมอบเรื่องอันเตวาสินีของนางอุบลวรรณา เรื่องรดน้ำโคลนในเมืองสาวัตถี เรื่องไม่ควรไหว้ เรื่องเปิดกาย เปิดขาอ่อน เปิดองค์กำเนิด เรื่องภิกษุพูดเกี้ยว เรื่องพระ-*ฉัพพัคคีย์ชักจูง เรื่องไม่ควรไหว้ เรื่องทัณฑกรรม ฝ่ายภิกษุณีก็เหมือนกัน เรื่องห้าม เรื่องงดโอวาท เรื่องควรหรือไม่ เรื่องหลีกไป เรื่องภิกษุเขลา เรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไม่ให้คำวินิจฉัย เรื่องภิกษุณีสงฆ์ไม่ไปรับโอวาท เรื่องภิกษุณี ๕รูปรับโอวาท เรื่องภิกษุณี ๒-๓ รูปไปรับโอวาทแทน เรื่องภิกษุณีไม่รับโอวาทเรื่องภิกษุเขลา เรื่องภิกษุอาพาธ เรื่องภิกษุเตรียมจะไป เรื่องภิกษุอยู่ป่า เรื่องไม่บอก เรื่องไม่นำกลับมาบอก เรื่องผ้ากายพันธ์ยาว เรื่องแผ่นไม้สาน แผ่นหนังผ้าขาว ช้องผ้า เกลียวผ้า ผ้าผืนน้อย ช้องผ้าผืนน้อย เกลียวผ้าน้อย ช้องถกด้วยด้าย เกลียวด้าย เรื่องกระดูกแข้งโค เรื่องนวดหลังมือ หลังเท้า ขาอ่อนหน้า ริมฝีปาก ด้วยไม้มีสัณฐานดุจคางโค เรื่องทาหน้า ถูหน้า ผัดหน้า เจิม-*หน้า ย้อมตัว ย้อมหน้า ย้อมทั้งตัวทั้งหน้าทั้งสองอย่าง เรื่องแต้มหน้าทาแก้มเยี่ยมหน้าต่าง ยืนแอบประตู ให้ผู้อื่นทำการฟ้อนรำ ตั้งสำนักหญิงแพศยา ตั้งร้านขายสุรา ขายเนื้อ ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ประกอบการหากำไร ประกอบการค้าขาย ใช้ทาส ทาสี กรรมกรชาย กรรมกรหญิง ให้บำรุง ให้สัตว์เดียรัจฉานบำรุง ขายของสดและของสุก ใช้สันถัดขนเจียมหล่อ เรื่องใช้จีวรสีคราม สีเหลือง สีแดง สีบานเย็น สีดำ สีแสด สีชมพู ไม่ตัดชาย มีชายยาว มีชายเป็นลายดอกไม้ มีชายเป็นลายผลไม้ สวมเสื้อ สวมหมวก เรื่องเมื่อภิกษุณี สิกขมานา สามเณรีถึงมรณภาพ ภิกษุณีเป็นใหญ่ในบริขารที่ภิกษุณีเป็นต้นมอบถวาย เมื่อภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และใครอื่นปลงบริขารให้ ภิกษุเป็นใหญ่ เรื่องภิกษุณีเคยเป็นภรรยานักมวย เรื่องครรภ์ เรื่องก้นบาตร เรื่องนิมิต เรื่องอามิสมากมาย อามิสเหลือเฟือยิ่ง อามิสที่ทำสันนิธิอามิสเช่นใดของภิกษุทั้งหลายในหนหลัง ของภิกษุณีทั้งหลายก็เช่นนั้น เรื่องเสนาสนะเปื้อนระดู เรื่องผ้า เรื่องเชือกขาด เรื่องใช้เชือกผูกสะเอวตลอดกาลเรื่องภิกษุณีปรากฏว่าไม่มีนิมิตบ้าง มีสักแต่ว่านิมิตบ้าง ไม่มีโลหิตบ้างมีโลหิตเสมอบ้าง มีผ้าซับในเสมอและมีน้ำมูตรกะปริบกะปรอย มีเดือยเป็นหญิงบัณเฑาะก์บ้าง เป็นหญิงคล้ายชายบ้าง เป็นหญิงมีมรรคระคนกันบ้างเป็นหญิง ๒ เพศบ้าง เรื่องถามอันตรายิกธรรม ตั้งแต่คำว่าหานิมิตมิได้ จนถึงอุภโตพยัญชนก หลังจากเปยยาลไปถามดังนี้ โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู เป็นมนุษย์หรือ เป็นหญิงหรือ เป็นไทยหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ ไม่ใช่ราชภัฏหรือ มารดา บิดา สามี อนุญาตแล้วหรือ มีอายุครบ ๒๐ ปีแล้วหรือ มีบาตรจีวรครบแล้วหรือ ชื่ออะไร ปวัตตินีของเธอชื่ออะไร รวม๒๔ อย่าง แล้วให้อุปสมบท เรื่องอุปสัมปทาเปกขะยังไม่ได้สอนซ้อมกระดากในท่ามกลางสงฆ์ก็เหมือนกัน เรื่องถืออุปัชฌายะ เรื่องบอกสังฆาฏิ อุตราสงค์อันตรวาสก ผ้ารัด ผ้าอาบน้ำ แล้วส่งไป เรื่องภิกษุณีเขลา เรื่องภิกษุณีไม่ได้รับสมมติ ขอร้องถามอันตรายิกธรรม เรื่องอุปสมบทในสงฆ์ฝ่ายเดียว ต้องอุปสมบทในภิกษุสงฆ์อีก เรื่องบอกฉายา ฤดู วัน ข้อเบ็ดเสร็จ นิสัย ๓อกรณียกิจ ๘ เรื่องกาล เรื่องภิกษุณี ๘ รูปในที่ทุกแห่ง เรื่องภิกษุณีไม่ปวารณาและไม่ปวารณากะภิกษุสงฆ์ เรื่องโกลาหล เรื่องปวารณาก่อนภัตร เรื่องปวารณาเวลาพลบค่ำ เรื่องภิกษุณีสงฆ์โกลาหล เรื่องพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ทรงห้ามไม่ให้ภิกษุณีงดอุโบสถ ปวารณา กระทำการไต่สวน เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ทำโอกาส สืบพยาน โจท และให้การ แต่ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอย่างนั้นแก่ภิกษุณีได้ เรื่องยาน เรื่องภิกษุอาพาธ เรื่องยานที่ลาก เรื่องการกระทบกระทั่งแห่งยาน เรื่องนางอัฑฒกาสี เรื่องภิกษุ สิกขมานา สามเณร สามเณรี เป็นทูตเรื่องทูตเขลา เรื่องภิกษุณีอยู่ป่า เรื่องอุบาสกถวายโรงเก็บของ เรื่องที่อยู่นวกรรม ไม่พอ เรื่องภิกษุณีตั้งครรภ์อยู่แต่ลำพังไม่ได้ เรื่องร่วมเรือน เรื่องอาบัติหนัก เรื่องไม่บอกลาสิกขา เรื่องเข้ารีตเดียรถีย์ เรื่องไม่ยินดีอภิวาท ปลงผมตัดเล็บ รักษาแผล เรื่องภิกษุณีนั่งขัดสมาธิ เรื่องภิกษุณีอาพาธ เรื่องถ่ายอุจจาระเรื่องอาบด้วยจุณ เรื่องดินอบ เรื่องอาบน้ำในเรือนไฟ เรื่องอาบน้ำทวนกระแสเรื่องอาบน้ำในที่มิใช่ท่า เรื่องอาบน้ำที่ท่าสำหรับชายอาบ พระนางมหาโคตมีและพระอานนท์ทูลขอโดยแยบคาย บริษัทบรรพชาในศาสนาของพระชินเจ้าครบ ๔เหล่า พระพุทธเจ้าทรงแสดงขันธกะนี้ไว้ เพื่อประโยชน์ให้เกิดความสังเวชและความเจริญแห่งพระสัทธรรม เหมือนเภสัชสำหรับระงับความกระวนกระวายฉะนั้น แม้มาตุคามเหล่าอื่นที่ทรงฝึกแล้วในพระสัทธรรมอย่างนี้ พวกเขาย่อมไปสู่สถานอันไม่จุติ ซึ่งไปแล้วไม่เศร้าโศกแล ฯ หัวข้อประจำขันธกะ จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ พระนางมหาปชาบดีโคตมีทูลขอบรรพชา พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาต ทรงโปรดเวไนยแล้วเสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ไปกรุงเวสาลี พระนางมหาปชาบดีโคตมีออกเดินทางไปกรุงเวสาลี มีพระวรกายเปรอะเปื้อนฝุ่นธุลี ชี้แจงความประสงค์ ต่อท่านพระอานนท์ที่ซุ้มประตู(กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน) พระอานนท์กราบทูลแจ้งต่อพระผู้มีพระภาคว่า มาตุคามเป็นภัพพบุคคล พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระมาตุจฉา เป็นผู้เลี้ยงดู พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดครุธรรม ๘ อย่าง ที่ภิกษุณีพึงประพฤติตลอดชีวิต คือ ๑. ภิกษุณีบวชได้ ๑๐๐ พรรษา ต้องกราบไหว้ภิกษุแม้ที่บวชในวันนั้น ๒. ไม่พึงจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๖} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ๓. หวังธรรม ๒ อย่าง ๔. ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๕. ต้องครุธรรมพึงประพฤติปักขมานัตในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ๖. พึงแสวงหาอุปสมบทเพื่อสิกขมานาผู้ได้ศึกษาครบ ๒ ปี ๗. ไม่ด่าภิกษุ ๘. เปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือน การรับครุธรรม ๘ อย่างนั้นเป็นการอุปสัมปทาของ พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ถ้ามาตุคามไม่ออกบวช สัทธรรมจะตั้งอยู่ได้ ๑,๐๐๐ ปี แต่เพราะมาตุคามออกบวช สัทธรรมจะตั้งอยู่ได้เพียง ๕๐๐ ปี ความเสื่อมแห่งพระสัทธรรม เปรียบเหมือนโจรลักทรัพย์ หนอนขยอก เพลี้ย การกำหนดให้มาตุคามผู้จะออกบวชต้องรับครุธรรม ๘ อย่าง เปรียบเหมือนการกั้นทำนบที่ขอบสระใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกไป พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้อุปสมบทภิกษุณี ต่อมา ภิกษุณีศากิยานีทั้งหลายกล่าวว่า พระนางมหาปชาบดีโคตมียังไม่ได้อุปสมบท เพราะรับแต่ครุธรรม พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูล ขอให้ภิกษุและภิกษุณีอภิวาทกันตามลำดับพรรษา พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอภิวาทมาตุคาม ตรัสวิธีปฏิบัติในสิกขาบทที่เป็นสาธารณบัญญัติ และไม่เป็นสาธารณบัญญัติ ทรงแสดงหลักตัดสินพระธรรมวินัย ตรัสเรื่องปาติโมกข์ และบุคคลที่ควรยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๗} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ต่อมา ภิกษุทั้งหลายเข้าไปที่สำนักภิกษุณี ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง พระผู้มีพระภาคทรงห้าม ต่อมาภิกษุณีทั้งหลายไม่รู้วิธีทำคืนอาบัติ ทรงอนุญาตให้ภิกษุอธิบายให้ภิกษุณีทราบได้ ต่อมา ภิกษุณีไม่ทำ ทรงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย บอกภิกษุณีเกี่ยวกับวิธีทำคืนอาบัติ วิธีรับอาบัติ ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำกรรมแก่ภิกษุณี คนทั้งหลายตำหนิ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีทำแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต่อมา ภิกษุณีทั้งหลายทะเลาะวิวาทกัน พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุมอบการลงโทษ ของภิกษุณีให้แก่ภิกษุณี ภิกษุณีอันเตวาสินีของ ภิกษุณีอุบลวรรณาเรียนวินัยจนสติฟั่นเฟือน พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุณีทั้งหลาย พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุทั้งหลายในกรุงสาวัตถี ด้วยหวังจะให้ฝ่ายตรงข้ามรัก พระผู้มีพระภาคทรงให้ภิกษุณีประกาศว่าภิกษุนั้นไม่ควรไหว้ ต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เปิดกาย เปิดขาอ่อน เปิดองคชาตอวดภิกษุณี พูดเกี้ยวภิกษุณี พูดชักชวนบุรุษมาคบหาภิกษุณี ภิกษุนั้นภิกษุณีไม่ควรไหว้ พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ก็ทำเช่นเดียวกัน พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ลงทัณฑกรรม โดยการห้ามปรามภิกษุและภิกษุณีผู้ทำเช่นนั้น เมื่อห้ามปรามไม่เชื่อ พึงงดโอวาท ไม่ควรทำอุโบสถกับภิกษุ ภิกษุณีผู้ถูกงดโอวาท ต่อมา พระอุทายีงดโอวาทแล้วหลีกไป พระผู้มีพระภาคทรงห้ามทำเช่นนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๘} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ทรงห้ามภิกษุโง่เขลางดโอวาท ทรงห้ามงดโอวาทด้วยเรื่องที่ไม่สมควร ทรงห้ามงดโอวาทโดยไม่ให้คำวินิจฉัย ทรงกำหนดให้ภิกษุณีสงฆ์ต้องไปรับโอวาท ทรงห้ามภิกษุณี ๕ รูปไปรับโอวาท ทรงอนุญาตให้ภิกษุณี ๒-๓ รูปไปรับโอวาท ต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งไม่รับให้โอวาท พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดให้ภิกษุต้องรับให้โอวาท ทรงกำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า ภิกษุโง่เขลา ภิกษุอาพาธ ภิกษุผู้เตรียมจะเดินทาง ไม่ต้องรับให้โอวาท แต่ภิกษุผู้อยู่ป่าตัองรับให้โอวาท ทรงกำหนดว่า ภิกษุทั้งหลายให้โอวาทแล้วต้องบอก รับให้โอวาทแล้วต้องกลับมาบอก ต่อมา ภิกษุณีใช้ประคดเอวผืนยาวรัดสีข้าง ใช้แผ่นไม้สานแผ่นหนัง ผ้าขาว ช้องผ้า เกลียวผ้า ผ้าผืนเล็ก ช้องผ้าผืนเล็ก เกลียวผ้าผืนเล็ก ช้องถักด้วยด้าย เกลียวด้ายรัดสีข้าง ใช้กระดูกแข้งโค สีตะโพก ใช้ไม้มีสัณฐานดุจคางโคนวดตะโพก นวดมือ นวดหลังมือนวดเท้า นวดหลังเท้า นวดขาอ่อน นวดหน้า นวดริมฝีปาก ต่อมา พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ทาหน้า ถูหน้า ผัดหน้า ใช้มโนศิลาเจิมหน้า ย้อมตัว ย้อมหน้า ย้อมทั้งตัวทั้งหน้า ทั้งสองอย่าง แต้มหน้า ทาแก้ม เล่นหูเล่นตา ยืนแอบที่ประตู ให้ผู้อื่นฟ้อนรำ ตั้งสำนักหญิงแพศยา ตั้งร้านขายสุรา ขายเนื้อ ออกร้านขายของเบ็ดเตล็ด ประกอบการค้ากำไร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๖๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ประกอบการค้าขาย ใช้ทาสทาสี กรรมกรชายหญิงให้ปรนนิบัติ ให้สัตว์ดิรัจฉานปรนนิบัติ ขายของสดและของสุก ใช้สันถัตขนเจียมหล่อ ต่อมา ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ห่มจีวรสีเขียว สีเหลือง สีแดง สีบานเย็น สีดำ สีแสด สีชมพู จีวรไม้ตัดชาย มีชายยาว มีชายเป็นลายดอกไม้ มีชายเป็นแผ่น สวมเสื้อ สวมหมวก ต่อมา เมื่อภิกษุณี สิกขมานา สามเณรีถึงแก่มรณภาพ ภิกษุณีสงฆ์เป็นใหญ่ในบริขารที่ภิกษุณีเป็นต้นนั้นมอบให้ เมื่อภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และใครอื่นปลงบริขารให้ ภิกษุสงฆ์เป็นใหญ่ ภิกษุณีอดีตภรรยานักมวยใช้ไหล่กระแทกภิกษุทุพพลภาพรูปหนึ่ง ภิกษุณีรูปหนึ่งใช้บาตรใส่ทารกของหญิงคนหนึ่งที่แท้งออกมา พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดให้ภิกษุณีเมื่อพบภิกษุ ต้องแสดงบาตรให้ดู ภิกษุณีรูปหนึ่งแสดงก้นบาตร ภิกษุณีทั้งหลายเพ่งดูองคชาตของบุรุษที่เขาทิ้งไว้กลางถนน ภิกษุทั้งหลายให้อามิสมากมายแก่ภิกษุณี ภิกษุณีทั้งหลายมีอามิสเหลือเฟือ ทรงอนุญาตให้ถวายเป็นของส่วนบุคคล ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีรับอามิสที่ภิกษุเก็บไว้มาบริโภคได้ และทรงอนุญาตให้ภิกษุรับอามิสที่ภิกษุณีทั้งหลาย เก็บไว้มาบริโภคได้เช่นกัน ภิกษุณีรูปหนึ่งมีระดู นั่งบ้าง นอนบ้าง ทำให้เสนาสนะ เปื้อนโลหิต พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตผ้าผลัดเปลี่ยน ทรงอนุญาตผ้าซับใน ทรงอนุญาตให้ใช้เชือกฟั่นผูกสะเอว ในเวลาที่มีระดู ไม่ควรผูกไว้ตลอดเวลา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ภิกษุณีบางพวกเมื่ออุปสมบทแล้ว ปรากฏว่าไม่มีเครื่องหมาย เพศบ้าง สักแต่ว่ามีเครื่องหมายเพศบ้าง ไม่มีประจำเดือนบ้าง มีประจำเดือนไม่หยุดบ้าง ใช้ผ้าซับเสมอบ้าง เป็นคนไหลซึมบ้าง มีเดือยบ้าง เป็นบัณเฑาะก์หญิงบ้าง มีลักษณะคล้ายชายบ้าง มีทวารหนักทวารเบาติดกันบ้าง มี ๒ เพศบ้าง พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้สอบถามอันตรายิกธรรมว่า เธอไม่มีเครื่องหมายเพศหรือจนถึงคำว่า เธอเป็นคน ๒ เพศหรือ แล้วถามว่าเป็นโรคเรื้อน โรคฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ โรคลมบ้าหมู เป็นมนุษย์หรือ เป็นหญิงหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ ไม่เป็นราชภัฏหรือ บิดามารดาหรือ สามีอนุญาตแล้วหรือ มีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แล้วหรือ มีบาตรจีวรครบแล้วหรือ ชื่ออะไร ปวัตตินีของเธอชื่ออะไร รวม ๒๔ อย่าง แล้วให้อุปสมบท ต่อมา อุปสัมปทาเปกขายังไม่ได้สอนซ้อม เกิดความละอายท่ามกลางสงฆ์ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณี สอนซ้อมสตรีอุปสัมปทาเปกขาก่อน ทรงอนุญาตให้ถืออุปัชฌาย์ในเบื้องต้น ต่อจากนั้นจึงบอกสังฆาฏิ อุตตราสงค์ อันตราวาสก ผ้ารัดถัน ผ้าอาบน้ำแล้ว บอกให้ยืน ณ มุมหนึ่งที่ห่างออกไป ต่อมา ภิกษุณีโง่เขลารูปหนึ่งทำหน้าที่สอนซ้อม พระผู้มีพระภาคทรงกำหนดว่าภิกษุณีไม่ได้รับแต่งตั้ง ไม่ควรสอนซ้อมถามอันตรายิกธรรม ภิกษุณีอุปสมบทในภิกษุสงฆ์ฝ่ายเดียว ต้องอุปสมบทในภิกษุสงฆ์อื่นอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๑} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ หลังจากที่อุปสมบทในฝ่ายภิกษุสงฆ์แล้ว พึงวัดเงาแดด บอกประมาณฤดู บอกส่วนแห่งวัน บอกสังคีติ(ประชุมสงฆ์) บอกนิสัย ๓ อกรณียกิจ ๘ ต่อมา ภิกษุณีโยกย้ายที่นั่งจนล่วงเวลา พระผู้มีพระภาคทรงให้นั่งตามลำดับพรรษา สำหรับภิกษุณี ๘ รูป ที่เหลือ อนุญาตตามลำดับที่มาในที่ทุกแห่ง ต่อมา ภิกษุณีไม่ปวารณากัน ทรงกำหนดให้ภิกษุณีปวารณา เมื่อปวารณาก็ไม่ปวารณากับภิกษุสงฆ์ ทรงกำหนดให้ปวารณาในภิกษุสงฆ์ด้วย เกิดความชุลมุนในขณะปวารณาพร้อมกับภิกษุ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณาพร้อมกับภิกษุ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีปวารณากันในเวลาก่อนภัตตาหาร ต่อมา ภิกษุณีทั้งหลายปวารณาในเวลาวิกาล ทรงอนุญาตให้ปวารณากันเองวันหนึ่ง วันรุ่งขึ้นจึงปวารณาในภิกษุสงฆ์ เมื่อภิกษุณีปวารณาเกิดชุลมุน ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุณี รูปหนึ่งเป็นตัวแทนปวารณาในภิกษุสงฆ์ พระผู้มีพระภาคทรงห้ามไม่ให้ภิกษุณีงดอุโบสถ ปวารณา สอบถาม เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ขอโอกาส โจทและให้การ แต่ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอย่างนั้นแก่ภิกษุณีได้ ทรงห้ามภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ยกเว้นภิกษุณีผู้เป็นไข้ ทรงอนุญาตยานพาหนะที่เทียมด้วยโคเพศเมีย ยานพาหนะที่เทียมด้วยโคเพศผู้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๒} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ยานพาหนะที่ใช้มือลากไปภิกษุณีรูปหนึ่งไม่สบายอย่างหนัก เพราะยานพาหนะกระเทือน ทรงอนุญาตวอและเปลหาม หญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีบวชในสำนักภิกษุณี ต้องการจะไป กรุงสาวัตถีเพื่ออุปสมบทในสำนักพระผู้มีพระภาค แต่มีโจรแอบซุ่มอยู่ในหนทาง พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการอุปสมบทด้วยทูต โดยมีภิกษุณีเป็นทูต ทรงห้ามอุปสมบทภิกษุณีโดยมีภิกษุ สิกขมานา สามเณร สามเณรี หรือภิกษุณีผู้โง่เขลาเป็นทูต ต่อมา ภิกษุณีรูปหนึ่งอยู่ในป่า ถูกโจรประทุษร้าย พระผู้มีพระภาคทรงห้ามภิกษุณีอยู่ป่า ทรงอนุญาตโรงเก็บของ ที่อยู่ นวกรรม และเมื่อนวกรรมไม่เพียงพอก็สามารถทำเป็นของส่วนตัวได้ ต่อมา สตรีคนหนึ่งมีครรภ์ บวชในสำนักภิกษุณี คลอดบุตร พระผู้มีพระภาคทรงห้ามอยู่เพียงลำพัง ทรงห้ามภิกษุณีนอนใน ที่มุงบังเดียวกันกับเด็ก ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุณีเป็นเพื่อน ของภิกษุณีผู้ต้องอาบัติหนัก กำลังประพฤติมานัต ทรงวางข้อกำหนดว่า ภิกษุณีสึกออกไป โดยไม่บอกคืนสิกขาถือว่าได้สึกไปแล้ว ไม่ทรงอนุญาตให้บวชภิกษุณีทั้งหลายผู้ไปเข้ารีตเดียรถีย์ ภิกษุณีบางพวกไม่ยินดีการกราบ การปลงผม การตัดเล็บ การรักษาแผลจากพวกบุรุษ พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ยินดีได้ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีนั่งขัดสมาธิ ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีเป็นไข้นั่งกึ่งขัดสมาธิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๓} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] รวมเรื่องที่มีในภิกขุนีขันธกะ ไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุณีถ่ายอุจจาระในวัจกุฎี ใช้จุรณสรงน้ำ ใช้ดินเหนียวอบกลิ่นสรงน้ำในเรือนไฟ สรงน้ำทวนกระแส สรงน้ำในที่ไม่ใช่ท่าน้ำ สรงน้ำที่ท่าของผู้ชาย พระนางมหาปชาบดีโคตมีและท่านพระอานนท์กราบทูลขอ อย่างระมัดระวัง พุทธบริษัท ๔ บรรพชาในพระศาสนา ของพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงแสดงขันธกะนี้ไว้ เพื่อให้เกิดความสังเวช และความเจริญแห่งพระสัทธรรม เหมือนเภสัชสำหรับระงับความกระวนกระวาย สตรีเหล่าอื่นที่ได้ฝึกฝนดีแล้วในพระสัทธรรมอย่างนี้ ย่อมไปสู่สถานที่อันไม่จุติซึ่งไปแล้วจะไม่เศร้าโศก ภิกขุนีขันธกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภิกขุนีขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ 513. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ ภิกขุนีขันธกะ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นต้น