ชันตาฆรวัตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๓๒เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ชนฺตาฆเร เถเรหิ ภิกฺขูหิ นิวาริยมานา อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปหูตํ กฏฺฐํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ ทตฺวา ทฺวารํ ถเกตฺวา ทฺวาเร นิสีทนฺติ ฯ เถรา จ ภิกฺขู อุณฺหาภิตตฺตา ทฺวารํ อลภมานา มุจฺฉิตา ปปตนฺติ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ชนฺตาฆเร เถเรหิ ภิกฺขูหิ นิวาริยมานา อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปหูตํ กฏฺฐํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ ทตฺวา ทฺวารํ ถเกตฺวา ทฺวาเร นิสีทิสฺสนฺติ เถรา จ ภิกฺขู อุณฺหาภิตตฺตา ทฺวารํ อลภมานา มุจฺฉิตา ปปตนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ชนฺตาฆเร เถเรหิ ภิกฺขูหิ นิวาริยมานา อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปหูตํ กฏฺฐํ อาโรเปตฺวา อคฺคึ ทตฺวา ทฺวารํ ถเกตฺวา ทฺวาเร นิสีทนฺติ ภิกฺขู อุณฺหาภิตตฺตา ทฺวารํ อลภมานา มุจฺฉิตา ปปตนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว ชนฺตาฆเร เถเรน ภิกฺขุนา นิวาริยมาเนน อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปหูตํ กฏฺฐํ อาโรเปตฺวา อคฺคิ ทาตพฺโพ โย ทเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส น จ ภิกฺขเว ทฺวารํ ถเกตฺวา ทฺวาเร นิสีทิตพฺพํ โย นิสีเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ชนฺตาฆรวตฺตํ ปญฺญาเปสฺสามิ ยถา ภิกฺขูหิ ชนฺตาฆเร สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ
๔๓๓โย ปฐมํ ชนฺตาฆรํ คจฺฉติ สเจ ฉาริกา อุสฺสนฺนา โหติ ฉาริกา ฉฑฺเฑตพฺพา สเจ ชนฺตาฆรํ อุกฺลาปํ โหติ ชนฺตาฆรํ สมฺมชฺชิตพฺพํ สเจ ปริภณฺฑํ อุกฺลาปํ โหติ ปริภณฺฑํ สมฺมชฺชิตพฺพํ สเจ ปริเวณํ อุกฺลาปํ โหติ ปริเวณํ สมฺมชฺชิตพฺพํ สเจ โกฏฺฐโก อุกฺลาโป โหติ โกฏฺฐโก สมฺมชฺชิตพฺโพ สเจ ชนฺตาฆรสาลา อุกฺลาปา โหติ ชนฺตาฆรสาลา สมฺมชฺชิตพฺพา {๔๓๓.๑} จุณฺณํ สนฺเนตพฺพํ มตฺติกา เตเมตพฺพา อุทกโทณิกาย อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ ชนฺตาฆรํ ปวิสนฺเตน มตฺติกาย มุขํ มกฺเขตฺวา ปุรโต จ ปจฺฉโต จ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ชนฺตาฆรํ ปวิสิตพฺพํ น เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺช นิสีทิตพฺพํ น นวา ภิกฺขู อาสเนน ปฏิพาหิตพฺพา สเจ อุสฺสหติ ชนฺตาฆเร เถรานํ ภิกฺขูนํ ปริกมฺมํ กาตพฺพํ ชนฺตาฆรา นิกฺขมนฺเตน ชนฺตาฆรปีฐํ อาทาย ปุรโต จ ปจฺฉโต จ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ชนฺตาฆรา นิกฺขมิตพฺพํ สเจ อุสฺสหติ อุทเกปิ เถรานํ ภิกฺขูนํ ปริกมฺมํ กาตพฺพํ น เถรานํ ภิกฺขูนํ ปุรโตปิ นหายิตพฺพํ น อุปริโสเตปิ นหายิตพฺพํ นหาเตน อุตฺตรนฺเตน โอตรนฺตานํ มคฺโค ทาตพฺโพ โย ปจฺฉา ชนฺตาฆรา นิกฺขมติ สเจ ชนฺตาฆรํ จิกฺขลฺลํ โหติ โธวิตพฺพํ มตฺติกาโทณิกํ โธวิตฺวา ชนฺตาฆรปีฐํ ปฏิสาเมตฺวา อคฺคึ วิชฺฌาเปตฺวา ทฺวารํ ถเกตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ {๔๓๓.๒} อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ ชนฺตาฆรวตฺตํ ยถา ภิกฺขูหิ ชนฺตาฆเร สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ชันตาฆรวัตตกถา ว่าด้วยวัตรปฏิบัติในเรือนไฟ
สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ถูกภิกษุผู้เถระทั้งหลายห้ามในเรือนไฟ ไม่เกรงใจใส่ฟืนมาก ติดไฟ ปิดประตูแล้วนั่งที่ประตู ฝ่ายภิกษุผู้เถระถูกความร้อนแผดเผา จะออกก็ออกไม่ได้ จึงเป็นลมสลบล้มลง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๒๓๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๘. วัตตขันธกะ] ๙. ชันตาฆรวัตตกถา บรรดาภิกษุผู้มักน้อย จึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ถูกภิกษุผู้เถระทั้งหลายห้ามในเรือนไฟ จึงไม่เกรงใจใส่ฟืนมาก ติดไฟ ปิดประตูแล้วนั่งที่ประตูเล่า ฝ่ายภิกษุผู้เถระถูกความร้อนแผดเผา จะออกก็ออกไม่ได้ จึงเป็นลมสลบล้มลง” ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่าพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ถูกภิกษุผู้เถระทั้งหลายห้ามในเรือนไฟ ไม่เกรงใจ ใส่ฟืนมากติดไฟ ปิดประตูแล้วนั่งเฝ้าที่ประตู ภิกษุถูกความร้อนแผดเผาออกประตูไม่ได้จึงเป็นลมสลบล้มลง จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิ ฯลฯ ทรงแสดงธรรมีกถา รับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุถูกภิกษุผู้เถระห้ามในเรือนไฟ จะใส่ฟืนมากติดไฟโดยไม่เกรงใจไม่ได้ รูปใดใส่ ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุไม่พึงปิดประตูแล้วนั่งที่ประตู รูปใดนั่งต้องอาบัติทุกกฏ”
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เราจะบัญญัติวัตรในเรือนไฟแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยที่พวกเธอต้องประพฤติชอบในเรือนไฟ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไปเรือนไฟก่อน ถ้ามีเถ้ามากพึงนำไปเททิ้ง ถ้าเรือนไฟรกพึงกวาด ถ้าชานภายนอกรกก็พึงกวาด ถ้าบริเวณรกก็พึงกวาด ถ้าซุ้มประตูรกก็พึงกวาด ถ้าศาลาเรือนไฟรก ก็พึงกวาด พึงบดจุรณไว้ พึงแช่ดิน พึงตักน้ำใส่ไว้ในราง เมื่อจะเข้าไปเรือนไฟพึงเอาดินเหนียวทาหน้า ปิดหน้าและหลังจึงเข้าเรือนไฟ ไม่พึงนั่งเบียดภิกษุผู้เถระทั้งหลายไม่กีดกันอาสนะภิกษุผู้นวกะทั้งหลาย ถ้าสามารถก็พึงบริกรรมภิกษุผู้เถระทั้งหลายในเรือนไฟ เมื่อออกจาก เรือนไฟ พึงถือตั่งสำหรับเรือนไฟปิดหน้าและหลังจึงออกจากเรือนไฟ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๒๔๐}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๘. วัตตขันธกะ] ๑๐. วัจจกุฎิวัตตกถา ถ้าสามารถ พึงทำบริกรรม ภิกษุผู้เถระทั้งหลายในน้ำ ไม่พึงสรงน้ำข้างหน้าภิกษุผู้เถระทั้งหลาย แม้เหนือน้ำก็ไม่พึงสรง เมื่อสรงน้ำเสร็จกำลังจะขึ้นพึงให้ทางภิกษุทั้งหลายผู้จะลงสรง ภิกษุผู้ออกจากเรือนไฟภายหลัง ถ้าเรือนไฟเปรอะเปื้อนพึงล้างให้สะอาด ล้างรางแช่ดิน เก็บตั่งในเรือนไฟ ดับไฟ ปิดประตูแล้วจึงพากันจากไป ภิกษุทั้งหลาย นี้คือวัตรในเรือนไฟสำหรับภิกษุทั้งหลาย โดยที่ภิกษุทั้งหลายต้องประพฤติชอบในเรือนไฟ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวัตตขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ 414. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ วัตตขันธกะ เรื่องพระอาคันตุกะเป็นต้น