ภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณี เป็นต้น
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๓๔เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสนฺติ ภิกฺขุนิโย โอภาเสนฺติ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนา กาโย วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺโพ น อูรุ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺพา น องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสตพฺพํ น ภิกฺขุนิโย โอภาสิตพฺพา น ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชตพฺพํ โย สมฺปโยเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺส ภิกฺขุโน ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อวนฺทิโย โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ ภิกฺขุนีสงฺเฆน กาตพฺโพติ ฯ
๕๓๕เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขู กทฺทโมทเกน โอสิญฺจนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา ภิกฺขู กทฺทโมทเกน โอสิญฺจิตพฺพา ยา โอสิญฺเจยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาวรณํ กาตุนฺติ ฯ อาวรเณ กเต น อาทิยนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอวาทํ ฐเปตุนฺติ ฯ
๕๓๖เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย กายํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ ถนํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ อูรุํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสนฺติ ภิกฺขู โอภาเสนฺติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมฺปโยเชนฺติ อปฺเปวนาม อเมฺหสุ สารชฺเชยฺยุนฺติ ฯเปฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา กาโย วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺโพ น ถนํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพํ น อูรุ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพา น องฺคชาตํ วิวริตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺเสตพฺพํ น ภิกฺขู โอภาสิตพฺพา น ภิกฺขูหิ สทฺธึ สมฺปโยเชตพฺพํ ยา สมฺปโยเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อนุชานามิ ภิกฺขเว ตสฺสา ภิกฺขุนิยา ทณฺฑกมฺมํ กาตุนฺติ ฯ อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กินฺนุ โข ทณฺฑกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาวรณํ กาตุนฺติ ฯ อาวรเณ กเต น อาทิยนฺติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอวาทํ ฐเปตุนฺติ ฯ
๕๓๗อถโข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กปฺปติ นุ โข โอวาทฏฺฐปิตาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ อุโปสถํ กาตุํ น นุ โข กปฺปตีติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว โอวาทฏฺฐปิตาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ อุโปสโถ กาตพฺโพ ยาว น ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ภิกษุแสดงอวัยวะอวดภิกษุณี สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เปิดกายแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย เปิดขาอ่อน แสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย เปิดองคชาตแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย พูดเกี้ยวภิกษุณี ทั้งหลาย ชักชวนบุรุษให้มาคบหารักกับภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยคิดว่า “ภิกษุณีทั้งหลาย จะรักพวกเราบ้าง” @เชิงอรรถ : @ ภิกษุณีสงฆ์พึงประชุมกันในสำนักภิกษุณี ประกาศว่า “พระคุณเจ้ารูปโน้น แสดงอาการที่ไม่น่าเลื่อมใสต่อ @ภิกษุณีทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์พอใจที่จะไม่กราบไหว้พระคุณเจ้ารูปนั้น” ๓ ครั้ง (วิ.อ. ๓/๔๑๑/๔๐๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๒๙} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเปิดกายแสดงแก่ภิกษุณี ทั้งหลาย ไม่พึงเปิดขาอ่อนแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ... ไม่พึงเปิดองคชาตแสดงแก่ ภิกษุณีทั้งหลาย ... ไม่พึงพูดเกี้ยวภิกษุณีทั้งหลาย ... ไม่พึงชักชวนบุรุษให้มาคบหา รักกับภิกษุณีทั้งหลาย รูปใดพึงชักชวน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ลงทัณฑกรรมภิกษุผู้ประพฤติเช่นนั้น” ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษากันดังนี้ว่า “พวกเราพึงลงทัณฑกรรมอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีสงฆ์พึงประกาศให้ทราบว่า ภิกษุ นั้นไม่ควรไหว้” ต่อมา พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้น้ำโคลนรดภิกษุทั้งหลาย ด้วยคิดว่า “ภิกษุ ทั้งหลายจะรักพวกเราบ้าง” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้น้ำโคลนรดภิกษุ ทั้งหลาย รูปใดรด ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ ภิกษุณีผู้ประพฤติเช่นนี้” ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษากันดังนี้ว่า “พวกเราจะลงทัณฑกรรมอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ห้ามปราม” เมื่อภิกษุทั้งหลายห้ามปรามแล้ว ภิกษุณีทั้งหลายก็ยังไม่ยอมเชื่อ ภิกษุทั้งหลาย จึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้งดการให้โอวาท” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๓๐} พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๐. ภิกขุนีขันธกะ] ๒. ทุติยภาณวาร ภิกษุณีแสดงอวัยวะอวดภิกษุ สมัยนั้น พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์เปิดกายแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เปิดถันแสดง แก่ภิกษุทั้งหลาย เปิดขาอ่อนแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เปิดองค์กำเนิดแสดงแก่ภิกษุ ทั้งหลาย พูดเกี้ยวภิกษุทั้งหลาย ชักชวนสตรีให้มาคบหารักกับภิกษุทั้งหลาย ด้วย คิดว่า “ภิกษุทั้งหลายจะรักพวกเราบ้าง” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงเปิดกายแสดงแก่ภิกษุ ทั้งหลาย ... ไม่พึงเปิดถันแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ... ไม่พึงเปิดขาอ่อนแสดงแก่ภิกษุ ทั้งหลาย ... ไม่พึงเปิดองค์กำเนิดแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ... ไม่พึงพูดเกี้ยวภิกษุทั้งหลาย ... ไม่พึงชักชวนสตรีให้มาคบหารักกับภิกษุทั้งหลาย รูปใดชักชวน ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ลงทัณฑกรรมแก่ภิกษุณีผู้ประพฤติเช่นนั้น” ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษากันดังนี้ว่า “พวกเราพึงลงทัณฑกรรมอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ห้ามปราม” เมื่อภิกษุทั้งหลายห้ามปรามแล้ว ภิกษุณีทั้งหลายก็ยังไม่ยอมเชื่อ ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้งดโอวาท” ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษากันดังนี้ว่า “การทำอุโบสถร่วมกับภิกษุณีที่ถูก งดโอวาทแล้ว ควรหรือไม่หนอ” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีทั้งหลายไม่พึงทำอุโบสถร่วม กับภิกษุณีที่ถูกงดโอวาท จนกว่าอธิกรณ์นั้นจะระงับไป” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๓๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภิกขุนีขันธกะทั้งหมดมีเนื้อความอยู่ในข้อ 513. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๒ ภิกขุนีขันธกะ เรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีเป็นต้น