อธิคัยหมนสิการกถา
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อธิคัยหมนสิการกถา
อธิคฺคยฺหมนสิการกถา
สกวาที มนสิการรวบยอดได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. รู้ชัดซึ่งจิตนั้นด้วยจิตนั้นได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รู้ชัดซึ่งจิตนั้นด้วยจิตนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รู้ชัดซึ่งจิตนั้นด้วยจิตนั้นว่า จิต ดังนี้ ได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้ชัดซึ่งจิตนั้นด้วยจิตนั้นว่า จิต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตนั้นเป็นอารมณ์ของจิตนั้น หรือ? @ ม. ม. ข้อ ๑๗๖ หน้า ๑๘๐ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จิตนั้นเป็นอารมณ์ของจิตนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถูกต้องผัสสะนั้นด้วยผัสสะนั้น ฯลฯ ด้วยเวทนานั้น ฯลฯ ด้วยสัญญา นั้น ฯลฯ ด้วยเจตนานั้น ฯลฯ ด้วยจิตนั้น ฯลฯ ด้วยวิตกนั้น ฯลฯ ด้วยวิจารนั้น ฯลฯ ด้วยปีตินั้น ฯลฯ ด้วยสติ ฯลฯ รู้ชัดปัญญานั้น ด้วยปัญญานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่าอนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่าอนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการปัจจุบันว่าปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการปัจจุบันว่าปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่าอนาคต ดังนี้ได้ มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่าอนาคต ดังนี้ได้ มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๓ ฯลฯ แห่งจิต ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่าอดีต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่าอดีต ดัง นี้ได้ มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดัง นี้ได้ มนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๓ ฯลฯ แห่งจิต ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้ได้ มนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังมนสิการปัจจุบันว่า ปัจจุบัน ดังนี้อยู่ ก็มนสิการอดีตว่า อดีต ดังนี้ได้ มนสิการอนาคตว่า อนาคต ดังนี้ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๓ ฯลฯ แห่งจิต ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อธิคฺคยฺห มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ ปชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ ปชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ จิตฺตนฺติ ปชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ จิตฺตํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตํ จิตฺตํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ผสฺเสน ตํ ผสฺสํ ผุสติ ตาย เวทนาย ฯเปฯ ตาย สญฺญาย ฯเปฯ ตาย เจตนาย ฯเปฯ เตน จิตฺเตน ฯเปฯ เตน วิตกฺเกน ฯเปฯ เตน วิจาเรน ฯเปฯ ตาย ปีติยา ฯเปฯ ตาย สติยา ฯเปฯ ตาย ปญฺญาย ตํ ปญฺญํ ปชานาตีติ ฯ {๑๖๕๗.๑} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อตีตนฺติ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ติณฺณํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ {๑๖๕๗.๒} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ {๑๖๕๗.๓} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ติณฺณํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ {๑๖๕๗.๔} น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ฯ มนสิกโรนฺโต อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรติ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มนสิกโรนฺโต อตีตํ อตีตนฺติ มนสิ กโรติ อนาคตํ อนาคตนฺติ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ผสฺสานํ ฯเปฯ ติณฺณํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า มนสิการรวบยอดได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า เมื่อใดเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยง เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นี่เป็นทางแห่งวิสุทธิ เมื่อใด เห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นี่ทางแห่งวิสุทธิ เมื่อใดเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นี่ทางแห่งวิสุทธิ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ก็มนสิการรวบยอดได้น่ะสิ อธิคัยหมนสิการกถา จบ -----------------------------------------------------
น วตฺตพฺพํ อธิคฺคยฺห มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อธิคฺคยฺห มนสิ กโรตีติ ฯ อธิคฺคยฺหมนสิการกถา ฯ -------------