คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๘๘–๔๐๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต14 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต พระสูตรที่ไม่รวมเข้าในวรรค

วคฺคาสงฺคหิตา สุตฺตนฺตา

๓๘๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควร เพื่อพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบ การงาน ๑ ความเป็นผู้ชอบคุย ๑ ความเป็นผู้ชอบหลับ ๑ ความเป็นผู้ชอบ คลุกคลีด้วยหมู่คณะ ๑ ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความ เป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ นี้แล เป็นผู้ไม่ควรเพื่อพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯ

๑๑๗ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ กาเย กายานุปสฺสี วิหริตุํ กตเม ฉ กมฺมารามตํ ภสฺสารามตํ นิทฺทารามตํ สงฺคณิการามตํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ โภชเน อมตฺตญฺญุตํ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ กาเย กายานุปสฺสี วิหริตุํ ฯ

๓๘๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ควรเพื่อ พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการ งาน ๑ ความเป็นผู้ชอบคุย ๑ ความเป็นผู้ชอบหลับ ๑ ความเป็นผู้ชอบคลุกคลี ด้วยหมู่คณะ ๑ ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑ ความเป็นผู้ไม่ รู้ประมาณในโภชนะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้ ควรเพื่อพิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ฯ

๑๑๘ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ กาเย กายานุปสฺสี วิหริตุํ กตเม ฉ กมฺมารามตํ ภสฺสารามตํ นิทฺทารามตํ สงฺคณิการามตํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ โภชเน อมตฺตญฺญุตํ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ กาเย กายานุปสฺสี วิหริตุนฺติ ฯ

๓๙๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควร เพื่อพิจารณาเห็นกายในกายเป็นภายในอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นกายในกายเป็นภายนอกอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นกายในกายทั้งกายในภายนอกอยู่ ฯลฯ

๑๑๙ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ อชฺฌตฺตํ กาเย กายานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ พหิทฺธา กาเย อชฺฌตฺตพหิทฺธา กาเย

๓๙๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควร เพื่อพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเป็นภายในอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเป็นภายนอกอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่ ฯลฯ

๑๒๐ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ อชฺฌตฺตํ เวทนาสุ พหิทฺธา เวทนาสุ อชฺฌตฺตพหิทฺธา เวทนาสุ

๓๙๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควร เพื่อพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นจิตในจิตเป็นภายในอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นจิตในจิตเป็นภายนอกอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นจิตในจิตทั้งในภายในทั้งในภายนอกอยู่ ฯลฯ

๑๒๑ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ อชฺฌตฺตํ จิตฺเต พหิทฺธา จิตฺเต อชฺฌตฺตพหิทฺธา จิตฺเต

๓๙๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควร เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเป็นภายในอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเป็นภายนอกอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการงาน ... ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณใน โภชนะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ควรเพื่อ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อพิจารณา เห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเป็นภายในอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรม ทั้งหลายเป็นภายนอกอยู่ ฯลฯ เพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายทั้งภายใน ภายนอกอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการงาน ... ความ เป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ละธรรม ๖ ประการ นี้แล เป็นผู้ไม่ควรเพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายทั้งภายในภายนอก อยู่ ฯ

๑๒๒ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหริตุํ ฯเปฯ อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ พหิทฺธา ธมฺเมสุ อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหริตุํ กตเม ฉ กมฺมารามตํ ภสฺสารามตํ นิทฺทารามตํ สงฺคณิการามตํ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตํ โภชเน อมตฺตญฺญุตํ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหริตุํ ฯ

๓๙๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ควรเพื่อ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายทั้งภายในภายนอกอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้ชอบการงาน ฯลฯ ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้ควรเพื่อพิจารณาเห็นธรรมในธรรม ทั้งหลายทั้งภายในภายนอกอยู่ ฯ

๑๒๓ ฉ ภิกฺขเว ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหริตุํ กตเม ฉ กมฺมารามตํ ฯเปฯ โภชเน อมตฺตญฺญุตํ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ อชฺฌตฺตพหิทฺธา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหริตุนฺติ ฯ

๓๙๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตปุสสคฤหบดีประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้พึงปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำให้แจ้งอมตธรรมอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ๑ ความ เลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ๑ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ๑ อริยศีล ๑ อริยญาณ ๑ อริยวิมุติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตปุสสคฤหบดีประกอบ ด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้พึงปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำ ให้แจ้งอมตธรรมอยู่ ฯ

๑๒๔ ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ตปุสฺโส คหปติ ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต อมตทฺทโส อมตํ สจฺฉิกตฺวา อิริยติ กตเมหิ ฉหิ พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน อริเยน สีเลน อริเยน ญาเณน อริยาย วิมุตฺติยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ตปุสฺโส คหปติ ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต อมตทฺทโส อมตํ สจฺฉิกตฺวา อิริยตีติ ฯ

๓๙๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัลลิกคฤหบดี อนาถบิณฑิกสุทัตตคฤหบดี จิตตคฤหบดีชาวมัจฉิกาสัณฑนคร หัตถกคฤหบดีชาวเมืองอาฬวี เจ้าศากยะ พระนามว่ามหานามะ อุคคคฤหบดีชาวเมืองเวสาลี อุคคตคฤหบดี สูรอัมพัฏฐ- *คฤหบดี ชีวกโกมารภัจ นกุลบิดาคฤหบดี ตวกัณณกคฤหบดี ปูรณคฤหบดี อิสิทัตตคฤหบดี สันธานคฤหบดี วิชยคฤหบดี วัชชิยมหิตคฤหบดี เมณฑก- *คฤหบดี วาเสฏฐอุบาสก อริฏฐอุบาสก สาทัตตอุบาสก ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ปลงใจเชื่อในพระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำให้แจ้งซึ่งอมต- *ธรรมอยู่ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวใน พระพุทธเจ้า ๑ ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม ๑ ความเลื่อมใสอัน ไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ ๑ อริยศีล ๑ อริยญาณ ๑ อริยวิมุติ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย สาทัตตอุบาสกประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้ปลงใจเชื่อใน พระตถาคต เห็นอมตธรรม ทำให้แจ้งอมตธรรมอยู่ ฯ

๑๒๕ ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภลฺลิโก คหปติ .. สุทตฺโต คหปติ อนาถปิณฺฑิโก .. จิตฺโต คหปติ มจฺฉิกาสณฺฑิโก .. หตฺถโก อาฬวโก .. มหานาโม สกฺโก .. อุคฺโค คหปติ เวสาลิโก .. อุคฺคโต คหปติ .. สูโร อมฺพฏฺโฐ .. ชีวโก โกมารภจฺโจ .. นกุลปิตา คหปติ .. ตวกณฺณิโก คหปติ .. ปูรโณ คหปติ .. อิสิทตฺโต คหปติ .. สนฺธาโน คหปติ .. วิชโย คหปติ .. วชฺชิยมหิโต คหปติ .. เมณฺฑโก คหปติ .. วาเสฏฺโฐ อุปาสโก .. อริฏฺโฐ อุปาสโก .. สาทตฺโต อุปาสโก .. ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต อมตทฺทโส อมตํ สจฺฉิกตฺวา อิริยติ กตเมหิ ฉหิ พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน ธมฺเม อเวจฺจปฺปสาเทน สงฺเฆ อเวจฺจปฺปสาเทน อริเยน สีเลน อริเยน ญาเณน อริยาย วิมุตฺติยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สาทตฺโต อุปาสโก ตถาคเต นิฏฺฐงฺคโต อมตทฺทโส อมตํ สจฺฉิกตฺวา อริยตีติ ฯ

๓๙๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อ รู้ยิ่งราคะ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ทัสสนานุตตริยะ ๑ สวนานุตตริยะ ๑ ลาภานุตตริยะ ๑ สิกขานุตตริยะ ๑ ปาริจริยานุตตริยะ ๑ อนุสสตานุตตริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

๑๒๖ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพา กตเม ฉ ทสฺสนานุตฺตริยํ สวนานุตฺตริยํ ลาภานุตฺตริยํ สิกฺขานุตฺตริยํ ปาริจริยานุตฺตริยํ อนุสฺสตานุตฺตริยํ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๓๙๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อรู้ ยิ่งราคะ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ พุทธานุสสติ ๑ ธัมมานุสสติ ๑ สังฆานุสสติ ๑ สีลานุสสติ ๑ จาคานุสสติ ๑ เทวตานุสสติ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้แล อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

๑๒๗ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพา กตเม ฉ พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๓๙๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อรู้ ยิ่งราคะ ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ อนิจจสัญญา ๑ อนิจเจทุกขสัญญา ๑ ทุกเขอนัตตสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ นิโรธสัญญา ๑ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้แล อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ

๑๒๘ ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพา กตเม ฉ อนิจฺจสญฺญา อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญา ทุกฺเข อนตฺตสญฺญา ปหานสญฺญา วิราคสญฺญา นิโรธสญฺญา ราคสฺส ภิกฺขเว อภิญฺญาย อิเม ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ

๔๐๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อ กำหนดรู้ราคะ ฯลฯ เพื่อความสิ้นไปรอบแห่งราคะ เพื่อละราคะ เพื่อสิ้นไป แห่งราคะ เพื่อเสื่อมไปแห่งราคะ เพื่อความคลายกำหนัดราคะ เพื่อดับราคะ เพื่อสละราคะ เพื่อปล่อยวางราคะ ฯลฯ

๑๒๙ ราคสฺส ภิกฺขเว ปริญฺญาย ฯเปฯ ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย อิเม ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพา ฯเปฯ

๔๐๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อ รู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อสิ้นไป เพื่อเสื่อมไป เพื่อคลายไป เพื่อดับ เพื่อสละ เพื่อปล่อยวาง ซึ่งโทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปฬาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการนี้แล อันภิกษุพึงให้เจริญ เพื่อปล่อยวางปมาทะ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นชื่นชม ยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล ฯ จบฉักกนิบาต -----------------------------------------------------

๑๓๐ โทสสฺส โมหสฺส โกธสฺส อุปนาหสฺส มกฺขสฺส ปฬาสสฺส อิสฺสาย มจฺฉริยสฺส มายาย สาเถยฺยสฺส ถมฺภสฺส สารมฺภสฺส มานสฺส อติมานสฺส มทสฺส ปมาทสฺส อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย ขยาย วยาย วิราคาย นิโรธาย จาคาย ปฏินิสฺสคฺคาย ฯเปฯ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ ธมฺมา ภาเวตพฺพาติ ฯ อิทมโวจ ภควา ฯ อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ ฯ ฉกฺกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย