คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๒. อามคันธสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๑๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต1 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต อามคันธสูตรที่ ๒ ติสสดาบสทูลถามพระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสป ด้วยคาถาความว่า

สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ทุติยํ อามคนฺธสุตฺตํ

๓๑๕

สัตบุรุษทั้งหลายบริโภคข้าวฟ่าง ลูกเดือย ถั่วเขียว ใบ ไม้ เหง้ามัน และผลไม้ที่ได้แล้วโดยธรรม หาปรารถนา กามกล่าวคำเหลาะแหละไม่ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคพระ นามว่ากัสสป พระองค์เมื่อเสวยเนื้อชนิดใดที่ผู้อื่นทำสำเร็จ ดีแล้ว ตบแต่งไว้ถวายอย่างประณีต เมื่อเสวยข้าวสุก แห่งข้าวสาลี ก็ชื่อว่าย่อมเสวยกลิ่นดิบ ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม พระองค์ตรัสอย่างนี้ว่า กลิ่น ดิบย่อมไม่ควรแก่เรา แต่ยังเสวยข้าวสุกแห่งข้าวสาลีกับ เนื้อนกที่บุคคลปรุงดีแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคพระนาม ว่ากัสสป ข้าพระองค์ขอทูลถามความข้อนี้กะพระองค์ว่า กลิ่นดิบของพระองค์มีประการอย่างไร ฯ พระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า การฆ่าสัตว์ การทุบตี การตัด การจองจำ การลัก การพูด- เท็จ การกระทำด้วยความหวัง การหลอกลวง การ เรียนคัมภีร์ที่ไร้ประโยชน์ และการคบหาภรรยาผู้อื่น นี้ ชื่อว่ากลิ่นดิบ เนื้อและโภชนะไม่ชื่อว่ากลิ่นดิบเลย ชน เหล่าใดในโลกนี้ ไม่สำรวมในกามทั้งหลาย ยินดีใน รสทั้งหลาย เจือปนไปด้วยของไม่สะอาด มีความเห็น ว่าทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล มีการงานไม่เสมอ บุคคล พึงแนะนำได้โดยยากนี้ ชื่อว่ากลิ่นดิบของชนเหล่านั้น เนื้อ และโภชนะไม่ชื่อว่าเป็นกลิ่นดิบเลย ชนเหล่าใดผู้เศร้า- หมอง หยาบช้า หน้าไหว้หลังหลอก ประทุษร้ายมิตร ไม่มีความกรุณา มีมานะจัด มีปกติไม่ให้ และไม่ให้อะไรๆ แก่ใครๆ นี้ชื่อว่ากลิ่นดิบของชนเหล่านั้น เนื้อและโภชนะ ไม่ชื่อว่ากลิ่นดิบเลย ความโกรธ ความมัวเมา ความ เป็นคนหัวดื้อ ความตั้งอยู่ผิด มายา ฤษยา ความยกตน ความถือตัว ความดูหมิ่น และความสนิทสนมด้วยอสัต- บุรุษทั้งหลาย นี้ชื่อว่ากลิ่นดิบ เนื้อและโภชนะไม่ชื่อ ว่ากลิ่นดิบเลย ชนเหล่าใดในโลกนี้ มีปรกติประพฤติ ลามก กู้หนี้มาแล้วไม่ใช้ พูดเสียดสี พูดโกง เป็นคน เทียม เป็นคนต่ำทราม กระทำกรรมหยาบช้า นี้ชื่อว่า กลิ่นดิบของชนเหล่านั้น เนื้อและโภชนะไม่ชื่อว่ากลิ่นดิบ เลย ชนเหล่าใดในโลกนี้ ไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลาย ชักชวน ผู้อื่นประกอบการเบียดเบียน ทุศีล ร้ายกาจ หยาบคาย ไม่เอื้อเฟื้อ นี้ชื่อว่ากลิ่นดิบของชนเหล่านั้น เนื้อและ โภชนะไม่ชื่อว่ากลิ่นดิบเลย สัตว์เหล่าใดกำหนัดแล้วใน สัตว์เหล่านี้ โกรธเคือง ฆ่าสัตว์ ขวนขวายในอกุศลเป็น นิตย์ ตายไปแล้วย่อมถึงที่มืด มีหัวลงตกไปสู่นรก นี้ ชื่อว่ากลิ่นดิบของชนเหล่านั้น เนื้อและโภชนะไม่ชื่อว่า กลิ่นดิบเลย การไม่กินปลาและเนื้อ ความเป็นคน ประพฤติเปลือย ความเป็นคนโล้น การเกล้าชฎา ความ เป็นผู้หมักหมมด้วยธุลี การครองหนังเสือพร้อมทั้งเล็บ การบำเรอไฟ หรือแม้ว่าความเศร้าหมองในกายที่เป็นไป ด้วยความปรารถนา ความเป็นเทวดา การย่างกิเลสเป็นอัน มากในโลก มนต์และการเซ่นสรวง ยัญและการซ่อง- เสพฤดู ย่อมไม่ยังสัตว์ผู้ไม่ข้ามพ้นความสงสัยให้หมดจด ได้ ผู้ใด คุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหกเหล่านั้น รู้แจ้งอินทรีย์ แล้ว ตั้งอยู่ในธรรม ยินดีในความเป็นคนตรงและอ่อน โยน ล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องเสียได้ ละทุกข์ได้ทั้งหมด ผู้นั้นเป็นนักปราชญ์ ไม่ติดอยู่ในธรรมที่เห็นแล้ว และ ฟังแล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสบอกความข้อนี้บ่อยๆ ด้วยประการ- ฉะนี้ ติสสดาบสผู้ถึงฝั่งแห่งมนต์ได้ทราบความข้อนั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้เป็นมุนี ทรงประกาศด้วยพระคาถาทั้ง หลาย อันวิจิตรว่า บุคคลผู้ที่ไม่มีกลิ่นดิบ ผู้อันตัณหา และทิฐิไม่อาศัยแล้ว ตามรู้ได้ยาก ติสสดาบสฟังบท สุภาษิตซึ่งไม่มีกลิ่นดิบ อันเป็นเครื่องบรรเทาเสียซึ่งทุกข์ ทั้งปวง ของพระพุทธเจ้าแล้ว เป็นผู้มีใจนอบน้อม ถวายบังคมพระบาทของตถาคต ได้ทูลขอบรรพชาที่อาสนะ นั่นแล ฯ จบอามคันธสูตรที่ ๒

|๓๑๕.๖๖๕| ๒ สามากจิงฺคุลกจีนกานิ จ ปตฺตปฺผลํ มูลปฺผลํ ควิปฺผลํ ธมฺเมน ลทฺธํ สตมสฺสมานา น กามกามา อลิกํ ภณนฺติ ฯ |๓๑๕.๖๖๖| ยทสฺสมาโน สุกตํ สุนิฏฺฐิตํ ปเรหิ ทินฺนํ ปยตํ ปณีตํ สาลีนมนฺนํ ปริภุญฺชมาโน โส ภุญฺชสี กสฺสป อามคนฺธํ ฯ |๓๑๕.๖๖๗| น อามคนฺโธ มม กปฺปตีติ อิจฺเจว ตฺวํ ภาสติ พฺรหฺมพนฺธุ สาลีนมนฺนํ ปริภุญฺชมาโน สกุนฺตมํเสหิ สุสงฺขเตหิ ฯ ปุจฺฉามิ ตํ กสฺสป เอตมตฺถํ กถํปกาโร ตว อามคนฺโธ |๓๑๕.๖๖๘| ปาณาติปาโต วธเฉทพนฺธนํ เถยฺยํ มุสาวาโท นิกตี วญฺจนานิ จ อชฺเฌนกุตฺตํ ปรทารเสวนา เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๖๙| เย อิธ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา รเสสุ คิทฺธา อสุจีกมิสฺสตา นตฺถีกทิฏฺฐี วิสมา ทุรนฺนยา เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๐| เย ลูขสา ทารุณ ปิฏฺฐิมํสิกา มิตฺตทฺทุโน นิกฺกรุณาติมานิโน อทานสีลา น จ เทนฺติ กสฺสจิ เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๑| โกโธ มโท ถมฺโภ ปจฺจุฏฺฐาปนา จ มายา อุสฺสุยา ภสฺสสมุสฺสโย จ มานาติมาโน จ อสพฺภิ สนฺถโว เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๒| เย ปาปสีลา อิณฆา จ สูจกา โวหารกูฏา อิธ ปาฏิรูปิกา นราธมา เยธ กโรนฺติ กิพฺพิสํ เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๓| เย อิธ ปาเณสุ อสญฺญตา ชนา ปเรสมาทาย วิเหสมุยฺยุตา ทุสฺสีลลุทฺธา ผรุสา อนาทรา เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๔| เอเตสุ คิทฺธา วิรุทฺธาติปาติโน นิจฺจุยฺยุตา เปจฺจ ตมํ วชนฺติ เย ปตนฺติ สตฺตา นิรยํ อวํสิรา เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ ฯ |๓๑๕.๖๗๕| น มจฺฉมํสํ นานาสกตฺตํ น นคฺคิยํ (น มุณฺฑิยํ ชฏา ชลฺลํ ขราชินานิ) นาคฺคิหุตสฺสุปเสวนา เย วาปิ โลเก อมรา พหู ตปา มนฺตาหุตี ยญฺญมุตูปเสวนา โสเธนฺติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขํ ฯ |๓๑๕.๖๗๖| โย เตสุ คุตฺโต วิทิตินฺทฺริโย จเร ธมฺเม ฐิโต อชฺชวมทฺทเว รโต สงฺคาติโค สพฺพทุกฺขปฺปหีโน น ลิมฺปติ ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโร ฯ |๓๑๕.๖๗๗| อิจฺเจตมตฺถํ ภควา ปุนปฺปุนํ อกฺขาสิ นํ เวทยิ มนฺตปารคู จิตฺราหิ คาถาหิ มุนิปฺปกาสยิ นิรามคนฺโธ อสิโต ทุรนฺนโย ฯ |๓๑๕.๖๗๘| สุตฺวาน พุทฺธสฺส สุภาสิตํ ปทํ นิรามคนฺธํ สพฺพทุกฺขปฺปนุทํ นีจมโน วนฺทิ ตถาคตสฺส ตตฺเถว ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถาติ ฯ อามคนฺธสุตฺตํ ทุติยํ ฯ ---------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๒. อามคันธสูตร