๗. สิริกาฬกัณณิชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก ว่าด้วยสิริกับกาฬกรรณี
๗ สิริกาฬกณฺณิชาตกํ
ท่านเป็นใครหนอ มีผิวพรรณดำ ไม่น่ารักน่าดูเลย ท่านเป็นใคร หรือ เป็นธิดาของใคร จะรู้จักท่านได้อย่างไร?
กา นุ กาเฬน วณฺเณน น จาปิ ปิยทสฺสนา กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าวิรูปักษ์ เป็นหญิงดุร้าย เป็นหญิงกาฬี ไม่มีบุญ ทวยเทพรู้จักเราว่า เป็นหญิงกาฬกรรณี ฉันขอพักอาศัยอยู่ ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.
มหาราชสฺสหํ ธีตา วิรูปกฺขสฺส จณฺฑิยา อหํ กาฬี อลกฺขิกา กาฬกณฺณีติ มํ วิทู โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ
ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางกาฬี เราถาม ท่าน ท่านจงบอกเรา เราจะรู้จักท่านได้อย่างไร?
กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ตุวํ ปุฏฺฐา เม กาฬิ อกฺขาหิ กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
บุรุษใด ลบหลู่คุณท่าน ตีเสมอท่าน แข่งดี ริษยา ตระหนี่ โอ้อวด และได้ทรัพย์มาแล้ว ย่อมพินาศหมดไป บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของเรา.
มกฺขี ปลาสี สารมฺภี อิสฺสุกี มจฺฉรี สโถ โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ลทฺธํ ยสฺส วินสฺสติ ฯ
บุรุษใด เป็นคนมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน มีวาจา กระด้าง หยาบคาย บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉันยิ่งกว่าบุรุษคนก่อน นั้นอีก.
โกธโน อุปนาหี จ ปิสุโณ จ วิเภทโก กณฺฏกวาโจ ผรุโส โส เม กนฺตตโร ตโต ฯ
บุรุษไม่รู้จักประโยชน์ของตนว่า กรรมนี้ควรทำวันนี้ กรรมนี้ควรทำ พรุ่งนี้ เป็นคนสำคัญตนว่า ดีกว่าเขา เมื่อถูกตักเตือนก็โกรธเคือง.
อชฺช สุเวติ ปุริโส สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ โอวชฺชมาโน กุปฺปติ เสยฺยโส อติมญฺญติ ฯ
บุรุษผู้อันความคะนองในกามคุณครอบงำเป็นนิตย์ ย่อมเสื่อมจากมิตร ทุกคน บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉัน ถ้าฉันได้บุรุษเช่นนั้นแล้ว จะไม่ เกี่ยวข้องในบุรุษอื่นเลย.
ทวปฺปลุทฺโธ ปุริโส สพฺพมิตฺเตหิ ธํสติ โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ตสฺมึ โหมิ อนามยา ฯ
แน่ะนางกาฬี เจ้าจงหลีกไปเสียจากที่นี้ อุปกิเลสมีความลบหลู่เป็นต้น ที่กระทำความรักใคร่ของเจ้านั้น ไม่มีในเรา เจ้าจงไปยังชนบท นิคม และราชธานีอื่นเสียเถิด.
อเปหิ เอตฺโต ตฺวํ กาฬิ เนตํ อเมฺหสุ วิชฺชติ อญฺญํ ชนปทํ คจฺฉ นิคเม ราชธานิโย ฯ
แม้ฉันก็รู้จักสิ่งที่ทำความพอใจให้แก่ฉัน มีความลบหลู่คุณท่านเป็นตน นี้ว่า ไม่มีอยู่ในท่าน คนไร้ปัญญามีอยู่ในโลก ย่อมรวบรวมเอาทรัพย์ ไว้มากมาย ฉัน และพี่ของฉัน ผู้เป็นเทพบุตร ทั้งสองคนจะช่วยกัน กำจัดทรัพย์ที่คนไม่มีปัญญารวบรวมไว้เสียก็ได้.
อหมฺปิ โข ตํ ชานามิ เนตํ ตุเมฺหสุ วิชฺชติ สนฺติ โลเก อลกฺขิกา สงฺฆรนฺติ พหุํ ธนํ อหํ เทโว จ เม ภาตา อุโภ นํ วิธมามเส ฯ
ท่านเป็นใครหนอ มีรัศมีเป็นทิพย์ ยืนอยู่ที่แผ่นดินอย่างเรียบร้อย ท่าน เป็นใคร หรือเป็นธิดาของใคร เราจะรู้จักท่านอย่างไร.
กา นุ ทิพฺเพน วณฺเณน ปฐพฺยา สุปติฏฺฐิตา กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ดิฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าธตรฐ ผู้มีสิริ ข้าพเจ้ามีสิริด้วย มี บุญด้วย ทวยเทพรู้จักข้าพเจ้าว่า มีปัญญาดุจแผ่นดิน ดิฉันขอพัก อาศัยอยู่ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.
มหาราชสฺสหํ ธีตา ธตรฏฺฐสิรีมโต อหํ สิรี จ ลกฺขี จ ภูริปญฺญาติ มํ วิทู โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ
ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางลักขี ข้าพเจ้า ถามท่าน ท่านจงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร?
กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ตุวํ ปุฏฺฐา เม ลกฺขิ อกฺขาหิ ยถา ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
บุรุษใด เมื่อหนาว ร้อน ลม แดด เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน มีอยู่ ก็ครอบงำความหิวความกระหายทั้งหมด ประกอบการงานทั้งหลาย มิได้ขาด ทั้งกลางคืนกลางวัน ไม่ทำประโยชน์ที่มาถึงตามกาลให้เสื่อม เสียไป บุรุษนั้น เป็นที่พอใจของดิฉัน ดิฉันตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษนั้น.
โย จาปิ สีเต อถวาปิ อุเณฺห วาตาตเป ฑํสสิรึสเป จ ขุทฺท ปิปาสํ อภิภุยฺย สพฺพํ รตฺตินฺทิวํ โย สตตํ นิยุตฺโต กาลาคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ โส เม มนาโป นิวิเส วตมฺหิ ฯ
อนึ่ง บุรุษใด เป็นคนไม่โกรธ มีมิตรดี ชอบบริจาคทาน มีศีล ไม่ โอ้อวด เป็นคนตรง สงเคราะห์มิตร มีวาจาอ่อนหวานไพเราะ แม้ได้ รับแต่งตั้งเป็นใหญ่โต ก็ยังประพฤติถ่อมตนอยู่ ดิฉันพอใจในบุรุษนั้น เป็นอย่างมาก ดุจคลื่นทะเลปรากฏแก่คนที่มองดูสีน้ำทะเลเหมือนมีมาก ฉะนั้น.
อกฺโกธโน มิตฺตวา จาควา จ สีลูปปนฺโน อสโถชุภูโต สงฺคาหโก สขิโล สณฺหวาโจ มหตฺตปตฺโตปิ นิวาตวุตฺติ ตสฺมึห โปเส วิปุลา ภวามิ อุมฺมี สมุทฺทสฺส ยถาปิ วณฺณํ ฯ
อนึ่ง บุรุษใด ประพฤติสังคหธรรม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ในมิตร หรือผู้ที่มิใช่มิตร ในคนที่ประเสริฐกว่า คนที่เสมอกัน หรือคนที่เลว กว่า คนที่ประพฤติประโยชน์ หรือคนที่ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่กล่าววาจาหยาบคายในกาลไหนๆ ดิฉันจะขอคบบุรุษนั้น ทั้งเมื่อ เขาตายแล้วและเป็นอยู่.
โย จาปิ มิตฺเต อถวา อมิตฺเต เสฏฺเฐ สริกฺเข อถวาปิ หีเน อตฺถํ จรนฺตํ อถวา อนตฺถํ อาวี รโห สงฺคหเมว วตฺโต วาจํ น วชฺชา ผรุสํ กทาจิ มตสฺส ชีวสฺส จ ตสฺส โหมิ ฯ
บุรุษใด เป็นคนไม่มีปัญญา ปรารถนาสิริที่คนพอใจ ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาคุณตามที่กล่าวมาแล้วนี้ แล้วลืมเสีย ดิฉันขอเว้นบุรุษนั้น ผู้ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ เป็นเหตุเดือดร้อน เหมือนบุคคลเว้นหลุ่มคูถ ห่างไกล ฉะนั้น.
เอเตส โย อญฺญตรํ ลภิตฺวา กนฺตํ สิรึ มชฺชติ อปฺปปญฺโญ ตํ ทิตฺตรูปํ วิสมํ จรนฺตํ กรีสชาตํว วิวชฺชยามิ ฯ
บุคคลย่อมทำความดี และความชั่วด้วยตนเอง คนอื่นจะทำความดี หรือ ความชั่วให้แก่คนอื่นไม่ได้เลย. จบ สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๗.
อตฺตนา กุรุเต ลกฺขึ อลกฺขึ กุรุตตฺตนา น หิ ลกฺขึ อลกฺขึ วา อญฺโญ อญฺญสฺส การโกติ ฯ สิริกาฬกณฺณิชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------