๑. คันธารชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. คันธารวรรค ๑. คันธารชาดก
๒ คนฺธารวคฺโค ๑ คนฺธารชาตกํ
ท่านสละหมู่บ้านอันบริบูรณ์ถึงหมื่นหกพันตำบล และคลังที่เต็มไปด้วย ทรัพย์มาแล้ว บัดนี้ ทำไมยังมาทำการสะสมเพียงก้อนเกลืออีกเล่า?
หิตฺวา คามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โสฬส โกฏฺฐาคารานิ ผีตานิ สนฺนิธินฺทานิ กุพฺพสิ ฯ
ท่านสู้สละคันธารวิสัย อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์มากมาย เลิกการสั่งสม มาแล้ว บัดนี้ ทำไมยังมาสอนข้าพเจ้าให้สั่งสมในที่นี้อีกเล่า?
หิตฺวา คนฺธารวิสยํ ปหูตธนปานิยํ ปสาสนิโต นิกฺขนฺโต อิธทานิ ปสาสสิ ฯ
ดูกรท่านวิเทหดาบส ข้าพเจ้าย่อมกล่าวแต่คำที่เป็นธรรม ข้าพเจ้าไม่พอ ใจกล่าวคำที่ไม่เป็นธรรม เมื่อข้าพเจ้ากล่าวคำที่เป็นธรรมอยู่ บาปย่อม ไม่เข้ามาติดอยู่เลย.
ธมฺมํ ภณามิ เวเทห อธมฺโม เม น รุจฺจติ ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
บุคคลอื่นได้รับความโกรธเคือง เพราะถ้อยคำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงหาก ถ้อยคำนั้นจะมีประโยชน์มาก บัณฑิตก็ไม่ควรกล่าว.
เยนเกนจิ วณฺเณน ปโร ลภติ รุปฺปนํ มหตฺถิยมฺปิ เจ วาจํ น ตํ ภาเสยฺย ปณฺฑิโต ฯ
บุคคลทำกรรมที่ไม่สมควร เมื่อถูกตักเตือนอยู่ จะโกรธเคืองก็ตาม ไม่ โกรธเคืองก็ตาม หรือจะทิ้งเสียเหมือนโปรยข้าวลีบก็ตาม เมื่อข้าพเจ้า กล่าวคำที่เป็นธรรมอยู่ บาปย่อมไม่เข้าติดอยู่เลย.
กามํ รุปฺปตุ วา มา วา ภูสํ วา วิกิริยฺยตุ ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
ถ้าสัตว์เหล่านี้ไม่พึงมีปัญญาของตนเอง หรือไม่พึงได้ศึกษาวินัยดีแล้ว ชนเป็นอันมากก็จะเที่ยวไป เหมือนกระบือตาบอดเที่ยวไปในป่า ฉะนั้น.
โน เจ อสฺส สกา พุทฺธิ วินโย วา สุสิกฺขิโต วเน อนฺธมหึโสว จเรยฺย พหุโก ชโน ฯ
ก็แลบุคคลบางพวกในโลกนี้ ได้ศึกษาวินัยมาเป็นอย่างดีในสำนักอาจารย์ เพราะฉะนั้น เขาทั้งหลาย จึงมีวินัยอันอาจารย์แนะนำแล้ว เป็น นักปราชญ์ มีจิตตั้งมั่นดี เที่ยวไป. จบ คันธารชาดกที่ ๑.
ยสฺมา จ ปนิเธกจฺเจ อาเจรมฺหิ สุสิกฺขิตา ตสฺมา วินีตวินยา ธีรา จรนฺติ สุสมาหิตาติ ฯ คนฺธารชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------