๕. ทูตชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. ทูตชาดก ว่าด้วยการบอกความทุกข์แก่ผู้ที่ควรบอก
๕ ทูตชาตกํ
ดูกรพราหมณ์ เราส่งทูตทั้งหลายเพื่อท่านผู้เพ่งอยู่ ณ ฝั่งแม่น้ำคงคา ทูตเหล่านั้นถามท่าน ท่านก็มิได้บอกให้แจ่มแจ้ง ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแก่ ท่านนั้น เป็นความตายของท่านมิใช่หรือ?
ทูเต เต พฺรเหฺม ปาเหสึ คงฺคาตีรสฺมิ ฌายโต เตสํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสิ ทุกฺขํ ตุยฺหํ มตํ นุ เต ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงบำรุงรัฐกาสีให้เจริญ ถ้าความทุกข์เกิดขึ้นแก่พระองค์ ผู้ใดไม่พึงเปลื้องพระองค์จากทุกข์ได้ พระองค์อย่าได้ตรัสบอกความทุกข์ นั้นแก่ผู้นั้น.
สเจ เต ทุกฺขมุปฺปชฺเช กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒน มา โข นํ ตสฺส อกฺขาหิ โย ตํ ทุกฺขา น โมจเย ฯ
ผู้ใดพึงเปลื้องทุกข์ของบุคคลผู้เกิดทุกข์ได้ส่วนเดียวโดยธรรม พึงบอก เล่าแก่ผู้นั้นได้โดยแท้.
โย ตสฺส ทุกฺขชาตสฺส เอกงฺคมปิ ภาคโส วิปฺปโมเจยฺย ธมฺเมน กามํ ตสฺส ปเวทย ฯ
ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของนกก็ดี รู้ได้ง่าย เสียงของมนุษย์รู้ได้ยากยิ่งกว่านั้น.
สุวิชานํ สิคาลานํ สกุนฺตานญฺจ วสฺสิตํ ฯ มนุสฺสวสฺสิตํ ราช ทุพฺพิชานตรํ ตโต ฯ
อนึ่ง ผู้ใด เมื่อก่อน เป็นผู้ใจดี คนทั้งหลายนับถือว่า เป็นญาติเป็นมิตร หรือเป็นสหาย ภายหลัง ผู้นั้นกลับกลายเป็นศัตรูไปก็ได้ ใจของมนุษย์ รู้ได้ยากอย่างนี้.
อปิ เจ มญฺญตี โปโส ญาติ มิตฺโต สขาติ วา โย ปุพฺเพ สุมโน หุตฺวา ปจฺฉา สมฺปชฺชเต ทิโส ฯ
ผู้ใดถูกถามเนืองๆ ถึงทุกข์ของตน ย่อมบอกในกาลอันไม่ควร ผู้นั้น ย่อมมีแต่มิตรผู้แสวงหาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย.
โย อตฺตโน ทุกฺขมนานุปุฏฺโฐ ปเวทเย ชนฺตุ อกาลรูเป อนนฺทิโน ตสฺส ภวนฺติ มิตฺตา หิเตสิโน ตสฺส ทุกฺขี ภวนฺติ ฯ
บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบัณฑิต ผู้มีปัญญาว่า มีใจร่วมกันแล้ว พึงบอกความทุกข์ทั้งหลายแก่บุคคลผู้เช่นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความ ทุกข์ร้อนแก่ผู้อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์.
กาลญฺจ ญตฺวาน ตถาวิธสฺส เมธาวินํ เอกมนํ วิทิตฺวา อกฺเขยฺย ติปฺปานิ ปรสฺส ธีโร สณฺหํ คิรํ อตฺถวตึ ปมุญฺเจ ฯ
อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของตนไม่ได้ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของ โลกนี้ จะมีเพื่อถึงความสุขสำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็ง หิริและโอตตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความทุกข์ร้อนไว้ผู้เดียว เท่านั้น.
สเจ จ ชญฺญา อวิสยฺหมตฺตโน น เตหิ มยฺหํ สุขาคมาย เอโกว ติปฺปานิ สเหยฺย ธีโร สจฺจํ หิโรตฺตปฺปมเปกฺขมาโน ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์ต้องการจะหาทรัพย์ให้อาจารย์ จึงเที่ยวไป ทั่วแว่นแคว้น นิคม และราชธานีทั้งหลาย.
อหํ รฏฺฐานิ วิจรนฺโต นิคเม ราชธานิโย ภิกฺขมาโน มหาราช อาจริยสฺส ธนตฺถิโก ฯ
ขอกะคฤหบดี ราชบุรุษ และพราหมณ์มหาศาลได้ทองคำ ๗ ลิ่ม ทองคำ ๗ ลิ่มของข้าพระองค์นั้นหายเสียแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึง เศร้าโศกมาก.
คหปตี ราชปุริเส มหาสาเล จ พฺราหฺมเณ อลตฺถํ สตฺต นิกฺขานิ สุวณฺณสฺส ชนาธิป เต เม นฏฺฐา มหาราช ตสฺมา โสจามหํ ภุสํ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา บุรุษผู้เป็นทูตของพระองค์เหล่านั้น ข้าพระองค์คิดรู้ ด้วยใจว่า ไม่สามารถจะปลดเปลื้อง ข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะ เหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่บอกแก่บุรุษเหล่านั้น.
ปุริสา เต มหาราช มนสานุวิจินฺติตา นาลํ ทุกฺขา ปโมเจตุํ ตสฺมา เตสํ น พฺยาหรึ ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา ส่วนพระองค์ ข้าพระองค์คิดรู้ด้วยใจว่า พระองค์ สามารถจะปลดเปลื้องข้าพระองค์จากทุกข์ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ จึงกราบทูลให้พระองค์ทรงทราบ.
ตฺวญฺจ โข เม มหาราช มนสานุวิจินฺติโต อลํ ทุกฺขา ปโมเจตุํ ตสฺมา ตุยฺหํ ปเวทยึ ฯ
พระราชาผู้บำรุงรัฐกาสีให้เจริญ มีพระหฤทัยเลื่อมใส ได้พระราชทาน ทองคำ ๑๔ แท่ง แก่พระโพธิสัตว์นั้น. จบ ทูตชาดกที่ ๕.
ตสฺสาทาสิ ปสนฺนจิตฺโต กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน ชาตรูปมเย นิกฺเข สุวณฺณสฺส จตุทฺทสาติ ฯ ทูตชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------