๖. หังสชาดก
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. หังสชาดก ว่าด้วยหงส์สุมุขะผู้ภักดี
๖ หํสชาตกํ
ดูกรสุมุขะ ผู้มีผิวพรรณงามดังทองคำ หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้ว มีตัว งอบินหนีไป ท่านจงหนีไปตามปรารถนาเถิด. หมู่ญาติทั้งหลายละทิ้งเรา ติดอยู่ในบ่วงผู้เดียว ไม่ห่วงใย พากันบินหนีไป ท่านผู้เดียวจะห่วงอยู่ ทำไม? ดูกรสุมุขะผู้ประเสริฐ ท่านควรจะบินหนีเอาตัวรอด เพราะ ความเป็นสหายในเราผู้ติดบ่วงย่อมไม่มี ท่านอย่าทำความเพียรให้เสื่อม เสียเพราะความไม่มีทุกข์เลย จงรีบบินหนีไปตามความปรารถนาเถิด.
เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา หริตฺตจ เหมวณฺณ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ โอหาย มํ ญาติคณา เอกํ ปาสวสํ คตํ อนเปกฺขมานา คจฺฉนฺติ กึ เอโก อวหิยฺยสิ ฯ ปเตว ปตตํ เสฏฺฐ นตฺถิ พนฺเธ สหายกา มา อนีฆาย หาเปสิ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ
ข้าแต่ท้าวธตรฐมหาราช ถึงพระองค์จะถูกทุกข์ครอบงำ ข้าพระพุทธเจ้า ก็จักไม่ละทิ้งพระองค์ไป ข้าพระพุทธเจ้าจักเป็น หรือจักตายก็จักร่วมอยู่ กับพระองค์.
นาหํ ทุกฺขปเรโตติ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห ชีวิตํ มรณํ วา เม ตยา สทฺธึ ภวิสฺสติ ฯ
ดูกรสุมุขะ ท่านกล่าวคำใด คำนั้นเป็นคำดีงามของพระอริยเจ้า อนึ่งเล่า เราเมื่อจะทดลองท่านจึงได้พูดกะท่านว่า จงบินหนีไป.
เอตทริยสฺส กลฺยาณํ ยํ ตฺวํ สุมุข ภาสสิ ตญฺจ วีมํสมานาหํ ปตเต ตํ อวสฺสชึ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย นกตัวสัญจรไปใน อากาศ ย่อมบินไปสู่ทางโดยที่มิใช่ทางได้ พระองค์ไม่ทรงทราบบ่วงแต่ ที่ไกลดอกหรือ?
อปเทน ปทํ ยาติ อนฺตลิกฺขจโร ทิโช อารา ปาสํ น พุชฺฌิ ตฺวํ หํสานํ ปวรุตฺตม ฯ
คราวใด จะมีความเสื่อม คราวนั้น เมื่อถึงคราวจะสิ้นชีพ สัตว์แม้จะ ติดบ่วง ติดข่ายก็ย่อมไม่รู้สึก.
ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฺขเย อถ ชาลญฺจ ปาสญฺจ อาสชฺชาปิ น พุชฺฌติ ฯ
ดูกรสุมุขะ ผู้มีผิวพรรณงามดังทองคำ หงส์เหล่านี้ถูกภัยคุกคามแล้ว มี ตัวงอพากันบินหนีไป ท่านเท่านั้นมัวพะวงอยู่. หงส์เหล่านั้นกินและดื่ม แล้วก็พากันบินหนีไป มิได้แลเหลียวถึงใคร ก็ท่านผู้เดียวจะมาเฝ้าอยู่ ทำไมเล่า? หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหนอ ท่านพ้นแล้วจากบ่วง ทำไมจึงมาเป็นห่วงหงส์ผู้ติดบ่วงอยู่เล่า หงส์ทั้งหลายเขาพากันทอดทิ้ง ไปแล้ว ท่านผู้เดียวมาพะวงอยู่ทำไม?
เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา หริตฺตจ เหมวณฺณ ตฺวญฺเญว อวหิยฺยสิ ฯ เอเต ภุตฺวา จ ปิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา อนเปกฺขมานา วงฺกงฺคา ตฺวญฺเจเวโก อุปาสสิ ฯ กึ นุ ตายํ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหิยฺยสิ ฯ
หงส์ตัวนั้นเป็นราชาของเรา เป็นมิตรสหายเสมอด้วยชีวิตของเรา เรา จักไม่ทอดทิ้งท่านไปจนตราบเท่าจนวันตาย.
ราชา เม โส ทิโช มิตฺโต สขา ปาณสโม จ เม เนว นํ วิชหิสฺสามิ ยาว กาลสฺส ปริยายํ ฯ
ท่านปรารถนาจะสละชีวิต เพราะเหตุแห่งสหาย เราจักปล่อยสหายของ ท่านไป ขอพญาหงส์จงไปตามความประสงค์ของท่านเถิด.
โย จ ตฺวํ สขิโน เหตุ ปาณํ จชิตุมิจฺฉสิ โส เต สหายํ มุญฺจามิ โหตุ ราชา ตวานุโค ฯ
ดูกรนายพราน วันนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพญาหงส์ตัวเป็นใหญ่ในหมู่ทิชาชาติ พ้นจากบ่วงแล้วย่อมชื่นชม ยินดี ฉันใด ขอท่านพร้อมกับหมู่ญาติ ทั้งปวง จงชื่นชม ยินดี ฉันนั้นเถิด.
เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ ยถาหมชฺช นนฺทามิ ทิสฺวา มุตฺตํ ทิชาธิปํ ฯ
พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงเกษมสำราญดีหรือ โรคาพยาธิมิได้เบียด- เบียนพระองค์หรือ รัฐสีมาอาณาจักรของพระองค์นี้สมบูรณ์ดีหรือ พระองค์ปกครองประชาราษฎรโดยธรรมหรือ?
กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสสิ ฯ
ดูกรพญาหงส์ เราเกษมสำราญดี ทั้งโรคาพยาธิก็มิได้เบียดเบียน รัฐสีมา อาณาจักรของเรานี้ก็สมบูรณ์ดี เราปกครองราษฎรโดยธรรม.
กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสหํ ฯ
โทษผิดอะไรๆ ในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีอยู่หรือ หมู่ศัตรูห่าง ไกลจากพระองค์ เหมือนเงาย่อมไม่เจริญทางทิศทักษิณ แลหรือ?
กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ กจฺจิ อารา อมิตฺตา เต ฉายา ทกฺขิณโตริว ฯ
โทษผิดอะไรๆ ในหมู่อำมาตย์ของเราไม่มีเลย อนึ่ง หมู่ศัตรูก็ห่างไกล จากเรา เหมือนเงาย่อมไม่เจริญทางด้านทิศทักษิณ ฉะนั้น.
อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ อโถ อารา อมิตฺตา เม ฉายา ทกฺขิณโตริว ฯ
พระมเหสีของพระองค์ มิได้ทรงประพฤติล่วงละเมิดพระทัย ทรงเชื่อฟัง ทรงปราศรัยน่ารัก พร้อมพรักไปด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และ ยศสมบัติ ยังเป็นที่โปรดปรานของพระองค์หรือ?
กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคา ฯ
มเหสีของเราเป็นเช่นนั้น ทรงเชื่อฟังถ้อยคำ ทรงปราศรัยน่ารัก พร้อม พรักไปด้วยปุตตสมบัติ รูปสมบัติ และยศสมบัติ ยังเป็นที่โปรดปราน ของเราอยู่.
อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคา ฯ
พระโอรสของพระองค์มีมากพระองค์ ทรงอุบัติมาเป็นศรีสวัสดี ใน รัฐสีมาอันเจริญ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระปรีชาเฉลียวฉลาด ย่อมทรงบันเทิง พระทัยแต่ที่นั้นๆ อยู่แลหรือ?
กจฺจิ เต พหโว ปุตฺตา สุชาตา รฏฺฐวฑฺฒน ปญฺญาชเวน สมฺปนฺนา สมฺโมทนฺติ ตโต ตโต ฯ
ดูกรพระยาหงส์ธตรฐ เราปรากฏว่ามีโอรสถึง ๑๐๑ คน ขอท่านได้โปรด ชี้แจงกิจที่ควรแก่โอรสเหล่านั้นด้วยเถิด โอรสเหล่านั้นจะไม่ดูหมิ่นถ้อย คำของท่านเลย.
สตํ เอโก จ เม ปุตฺตา ธตรฏฺฐ มยา สุตา เตสํ ตฺวํ กิจฺจมกฺขาหิ นาวรุชฺฌนฺติ เต วโจ ฯ
ถ้าแม้ว่า บุคคลประกอบด้วยชาติ หรือวินัย แต่กระทำความเพียรในภาย หลัง เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้น ย่อมต้องจมอยู่ในห้วงอันตราย. ช่อง ทางรั่วไหลแห่งโภคสมบัติเป็นต้น ก็จะเกิดใหญ่โตขึ้นกับบุคคลผู้มีปัญญา ง่อนแง่นนั้น บุคคลนั้นย่อมมองเห็นได้แต่รูปที่หยาบๆ เหมือนความมืด ในราตรี ฉะนั้น. บุคคลผู้ประกอบความเพียรในสิ่งอันไม่เป็นสาระว่าเป็น สาระ ก็ย่อมไม่ประสบความรู้เลยทีเดียว ย่อมจะจมลงในห้วงอันตราย อย่างเดียว เหมือนกวางวิ่งโลดโผนไปในซอกผา ตกจมเหวลงไปใน ระหว่างทาง ฉะนั้น. ถึงหากว่า นรชนจะเป็นผู้มีชาติเลวทราม แต่เป็นผู้มี ความขยันหมั่นเพียร มีปัญญา ประกอบด้วยอาจาระและศีล ย่อมจะรุ่ง เรือง เหมือนกองไฟในกลางคืน ฉะนั้น ขอพระองค์ทรงทำข้อนั้นนั่นแล ให้เป็นเครื่องเปรียบเทียบ แล้วทรงยังพระโอรสทั้งหลายให้ดำรงอยู่ใน วิชา บุคคลผู้มีปัญญาย่อมงอกงาม เหมือนพืชในนางอกงามขึ้นเพราะ น้ำฝน ฉะนั้น. จบ หังสชาดกที่ ๖
อุปปนฺโนปิ เจ โหติ ชาติยา วินเยน วา อถ ปจฺฉา กุรุเต โยคํ กิจฺเจ อาวาสุ สีทติ ฯ ตสฺส สํหีรปญฺญสฺส วิวโร ชายเต มหา รตฺติมนฺโธว รูปานิ ถูลานิ มนุปสฺสติ ฯ อสาเร สารโยคญฺญู มตึ นเตฺวว วินฺทติ สรโภว คิริทุคฺคสฺมึ อนฺตราเยว สีทติ ฯ หีนชจฺโจปิ เจ โหติ อุฏฺฐาตา ธิติมา นโร อาจารสีลสมฺปนฺโน นิเส อคฺคีว ภาสติ ฯ เอตํ เว อุปมํ กตฺวา ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย สํวิรูเฬฺหถ เมธาวี เขตฺเต พีชํว วุฏฺฐิยาติ ฯ หํสชาตกํ ฉฏฺฐํ