คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

ข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวด

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๐๕–๑๒๘พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑24 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ ข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวด หมวดที่ ๑

๑๐๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ เมื่อสงฆ์จำนงจะ พึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ เป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการ วิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๑ เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร ๑ อยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๒

ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๐๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อสงฆ์ จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ เป็นผู้มีศีลวิบัติ ในอธิศีล ๑ เป็นผู้มี อาจารวิบัติ ในอัธยาจาร ๑ เป็นผู้มีทิฐิวิบัติ ในอติทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลง ปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๓

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย อธิสีเล สีลวิปนฺโน โหติ อชฺฌาจาเร อาจารวิปนฺโน โหติ อติทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิวิปนฺโน โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๐๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อสงฆ์ จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ กล่าวติเตียน พระธรรม ๑ กล่าวติเตียนพระสงฆ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๔

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๐๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อ สงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ เล่นคะนองกาย ๑ เล่นคะนองวาจา ๑ เล่นคะนองกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๕

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย กายิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๐๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อ สงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ ประพฤติอนาจารทางกาย ๑ ประพฤติ อนาจารทางวาจา ๑ ประพฤติอนาจารทางกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๖

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย กายิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อ สงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ บังอาจลบล้างพระบัญญัติทางกาย ๑ บังอาจลบล้างพระบัญญัติทางวาจา ๑ บังอาจลบล้างพระบัญญัติทางกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๗

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย กายิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ แม้อื่นอีก เมื่อ สงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ คือ ประกอบมิจฉาชีพทางกาย ๑ ประกอบ มิจฉาชีพทางวาจา ๑ ประกอบมิจฉาชีพทางกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๓ นี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึง ลงปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๘

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย กายิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ วาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ กายิกวาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป คือ รูปหนึ่งเป็นผู้ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ก่อความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ ๑ รูปหนึ่งเป็นพาล ไม่ฉลาด มีวิบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร ๑ รูปหนึ่งอยู่คลุกคลีกับคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลีอันไม่ สมควร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลง ปัพพาชนียกรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๙

ติณฺณํ ภิกฺขเว ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก เอโก พาโล โหติ อพฺยตฺโต อาปตฺติพหุโล อนปทาโน เอโก คิหิสํสฏฺโฐ วิหรติ อนนุโลมิเกหิ คิหิสํสคฺเคหิ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งเป็นผู้มีศีลวิบัติ ในอธิศีล ๑ รูปหนึ่งเป็น ผู้มีอาจารวิบัติ ในอัธยาจาร ๑ รูปหนึ่งเป็นผู้มีทิฐิวิบัติ ในอติทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย กรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๑๐

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก อธิสีเล สีลวิปนฺโน โหติ เอโก อชฺฌาจาเร อาจารวิปนฺโน โหติ เอโก อติทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิวิปนฺโน โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า ๑ รูปหนึ่งกล่าว ติเตียนพระธรรม ๑ รูปหนึ่งกล่าวติเตียนพระสงฆ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย กรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๑๑

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ เอโก ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ เอโก สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งเล่นคะนองกาย ๑ รูปหนึ่งเล่นคะนอง วาจา ๑ รูปหนึ่งเล่นคะนองกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย กรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๑๒

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก กายิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ เอโก วาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ เอโก กายิกวาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งประพฤติอนาจารทางกาย ๑ รูปหนึ่ง ประพฤติอนาจารทางวาจา ๑ รูปหนึ่งประพฤติอนาจารทางกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย กรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๑๓

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก กายิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ เอโก วาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ เอโก กายิกวาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูป แม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งบังอาจลบล้างพระบัญญัติทางกาย ๑ รูปหนึ่ง บังอาจลบล้างพระบัญญัติทางวาจา ๑ รูปหนึ่งบังอาจลบล้างพระบัญญัติทางกายและ วาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย- *กรรมก็ได้ ฯ หมวดที่ ๑๔

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก กายิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ เอโก วาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ เอโก กายิกวาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ

๑๑๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนียกรรมแก่ ภิกษุ ๓ รูปแม้อื่นอีกก็ได้ คือ รูปหนึ่งประกอบมิจฉาชีพทางกาย ๑ รูปหนึ่ง ประกอบมิจฉาชีพทางวาจา ๑ รูปหนึ่งประกอบมิจฉาชีพทางกายและวาจา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๓ รูปนี้แล เมื่อสงฆ์จำนงจะพึงลงปัพพาชนีย- *กรรมก็ได้ ฯ ข้อที่สงฆ์จำนง ๑๔ หมวด จบ ----------------------------------------------------- วัตร ๑๘ ข้อในปัพพาชนียกรรม

อปเรสมฺปิ ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย เอโก กายิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ เอโก วาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ เอโก กายิกวาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ติณฺณํ ภิกฺขูนํ อากงฺขมาโน สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ กเรยฺย ฯ อากงฺขมานจุทฺทสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๑๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ต้อง ประพฤติโดยชอบ วิธีประพฤติโดยชอบในปัพพาชนียกรรมนั้น ดังต่อไปนี้:- ๑. ไม่พึงให้อุปสมบท ๒. ไม่พึงให้นิสัย ๓. ไม่พึงให้สามเณรอุปฐาก ๔. ไม่พึงรับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี ๖. ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมเพราะอาบัติใด ไม่พึงต้องอาบัตินั้น ๗. ไม่พึงต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๘. ไม่พึงต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๙. ไม่พึงติกรรม ๑๐. ไม่พึงติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ๑๑. ไม่พึงห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๑๒. ไม่พึงห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๑๓. ไม่พึงทำการไต่สวน ๑๔. ไม่พึงเริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๑๕. ไม่พึงยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๑๖. ไม่พึงโจทภิกษุอื่น ๑๗. ไม่พึงให้ภิกษุอื่นให้การ ๑๘. ไม่พึงช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ฯ วัตร ๑๘ ข้อ ในปัพพาชนียกรรม จบ ----------------------------------------------------- ภิกษุสงฆ์เดินทางไปลงโทษ

ปพฺพาชนียกมฺมกเตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สมฺมา วตฺติตพฺพํ ฯ ตตฺรายํ สมฺมาวตฺตนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ น นิสฺสโย ทาตพฺโพ น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ น ภิกฺขุโนวาทกสมฺมติ สาทิตพฺพา สมฺมเตนปิ ภิกฺขุนิโย น โอวทิตพฺพา ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมํ กตํ โหติ สา อาปตฺติ น อาปชฺชิตพฺพา อญฺญา วา ตาทิสิกา ตโต วา ปาปิฏฺฐตรา กมฺมํ น ครหิตพฺพํ กมฺมิกา น ครหิตพฺพา น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสโถ ฐเปตพฺโพ น ปวารณา ฐเปตพฺพา น สวจนียํ กาตพฺพํ น อนุวาโท ปฏฺฐเปตพฺโพ น โอกาโส กาเรตพฺโพ น โจเทตพฺโพ น สาเรตพฺโพ น ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชตพฺพนฺติ ฯ ปพฺพาชนียกมฺเม อฏฺฐารสวตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๒๐

ครั้งนั้น ภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็น ประมุขได้ไปสู่ชนบทกิฏาคีรี แล้วลงปัพพาชนียกรรมแก่พวกภิกษุอัสสชิและ ปุนัพพสุกะ จากชนบทกิฏาคีรีว่า พวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะไม่พึงอยู่ใน ชนบทกิฏาคีรี พวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะเหล่านั้น ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ไม่ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมาภิกษุทั้งหลาย ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความพอใจ ลำเอียงเพราะ ความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี สึกเสียก็มี บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว จึงได้ไม่ ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมาภิกษุทั้งหลาย ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความพอใจ ลำเอียงเพราะ ความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี สึกเสียก็มีเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ฯ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม

อถโข สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุโข ภิกฺขุสงฺโฆ กิฏาคิรึ คนฺตฺวา อสฺสชิปุนพฺพสุกานํ ภิกฺขูนํ กิฏาคิริสฺมา ปพฺพาชนียกมฺมํ อกาสิ นาสฺสชิปุนพฺพสุเกหิ ภิกฺขูหิ กิฏาคิริสฺมึ วตฺถพฺพนฺติ ฯ เต สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺตนฺติ น โลมํ ปาเตนฺติ น เนตฺถารํ วตฺตนฺติ ภิกฺขู น ขมาเปนฺติ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปนฺติ ปกฺกมนฺติปิ วิพฺภมนฺติปิ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺติสฺสนฺติ น โลมํ ปาเตสฺสนฺติ น เนตฺถารํ วตฺติสฺสนฺติ ภิกฺขู น ขมาเปสฺสนฺติ อกฺโกสิสฺสนฺติ ปริภาสิสฺสนฺติ ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปสฺสนฺติ ปกฺกมิสฺสนฺติปิ วิพฺภมิสฺสนฺติปีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ

๑๒๑

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะ เหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะถูกสงฆ์ลงปัพพาชนีย- *กรรมแล้ว ไม่ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมา ภิกษุทั้งหลาย ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความ พอใจ ลำเอียงเพราะความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี สึกเสียก็มี จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า ทรงติเตียน พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของ ภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉนภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้น ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว จึงได้ไม่ ประพฤติโดยชอบ ไม่หายเย่อหยิ่ง ไม่ประพฤติแก้ตัว ไม่ขอขมาภิกษุทั้งหลาย ยังด่า ยังบริภาษการกสงฆ์ ยังใส่ความว่า ลำเอียงเพราะความพอใจ ลำเอียงเพราะ ความขัดเคือง ลำเอียงเพราะความหลง ลำเอียงเพราะความกลัว หลีกไปเสียก็มี สึกเสียก็มีเล่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำของภิกษุโมฆบุรุษเหล่านั้นนั่น ไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงระงับปัพพาชนียกรรม ฯ วัตรที่ไม่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด หมวดที่ ๑

อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺตนฺติ น โลมํ ปาเตนฺติ น เนตฺถารํ วตฺตนฺติ ภิกฺขู น ขมาเปนฺติ อกฺโกสนฺติ ปริภาสนฺติ ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปนฺติ ปกฺกมนฺติปิ วิพฺภมนฺติปีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ ภิกฺขเว เตสํ โมฆปุริสานํ ฯเปฯ กถํ หิ นาม เต ภิกฺขเว โมฆปุริสา สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตา น สมฺมา วตฺติสฺสนฺติ น โลมํ ปาเตสฺสนฺติ น เนตฺถารํ วตฺติสฺสนฺติ ภิกฺขู น ขมาเปสฺสนฺติ อกฺโกสิสฺสนฺติ ปริภาสิสฺสนฺติ ฉนฺทคามิตา โทสคามิตา โมหคามิตา ภยคามิตา ปาเปสฺสนฺติ ปกฺกมิสฺสนฺติปิ วิพฺภมิสฺสนฺติปิ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตุ ฯ

๑๒๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ คือ ๑. ให้อุปสมบท ๒. ให้นิสัย ๓. ให้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. รับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ยังสั่งสอนภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ หมวดที่ ๒

ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ อุปสมฺปาเทติ นิสฺสยํ เทติ สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ ภิกฺขุโนวาทกสมฺมตึ สาทิยติ สมฺมโตปิ ภิกฺขุนิโย โอวทติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ

๑๒๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก คือ ๑. ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมเพราะอาบัติใด ต้องอาบัตินั้น ๒. ต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๓. ต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๔. ติกรรม ๕. ติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ หมวดที่ ๓

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ อญฺญํ วา ตาทิสิกํ ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ กมฺมํ ครหติ กมฺมิเก ครหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ

๑๒๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์ไม่พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ๑. ห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๒. ห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๓. ทำการไต่สวน ๔. เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๖. โจทภิกษุอื่น ๗. ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ วัตรที่ไม่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ในปัพพาชนียกรรม จบ ----------------------------------------------------- วัตรที่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ๓ หมวด หมวดที่ ๑

อฏฺฐหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสถํ ฐเปติ ปวารณํ ฐเปติ สวจนียํ กโรติ อนุวาทํ ปฏฺฐเปติ โอกาสํ กาเรติ โจเทติ สาเรติ ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ น ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ ปพฺพาชนียกมฺเม นปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๒๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยองค์ ๕ คือ ๑. ไม่ให้อุปสมบท ๒. ไม่ให้นิสัย ๓. ไม่ให้สามเณรอุปัฏฐาก ๔. ไม่รับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี ๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ไม่สั่งสอนภิกษุณี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ หมวดที่ ๒

ปญฺจหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ น อุปสมฺปาเทติ น นิสฺสยํ เทติ น สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ น ภิกฺขุโนวาทกสมฺมตึ สาทิยติ สมฺมโตปิ ภิกฺขุนิโย น โอวทติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ

๑๒๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก คือ ๑. ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมเพราะอาบัติใด ไม่ต้องอาบัตินั้น ๒. ไม่ต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน ๓. ไม่ต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น ๔. ไม่ติกรรม ๕. ไม่ติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ หมวดที่ ๓

อปเรหิปิ ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ นาปชฺชติ อญฺญํ วา ตาทิสิกํ ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ กมฺมํ น ครหติ กมฺมิเก น ครหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ

๑๒๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุ ผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ คือ ๑. ไม่ห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ ๒. ไม่ห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ ๓. ไม่ทำการไต่สวน ๔. ไม่เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ๕. ไม่ยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส ๖. ไม่โจทภิกษุอื่น ๗. ไม่ให้ภิกษุอื่นให้การ ๘. ไม่ช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แล สงฆ์พึงระงับ ปัพพาชนียกรรม ฯ วัตรที่ควรระงับ ๑๘ ข้อ ในปัพพาชนียกรรม จบ ----------------------------------------------------- วิธีระงับปัพพาชนียกรรม

อฏฺฐหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ น ปกตตฺตสฺส ภิกฺขุโน อุโปสถํ ฐเปติ น ปวารณํ ฐเปติ น สวจนียํ กโรติ น อนุวาทํ ปฏฺฐเปติ น โอกาสํ กาเรติ น โจเทติ น สาเรติ น ภิกฺขู ภิกฺขูหิ สมฺปโยเชติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ ปพฺพาชนียกมฺเม ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพอฏฺฐารสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑๒๘

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรมอย่างนี้ คือ ภิกษุที่ถูกลงปัพพาชนียกรรมนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุทั้งหลายผู้แก่พรรษากว่า แล้วนั่งกระโหย่งประคองอัญชลี กล่าวคำขอ ระงับกรรมนั้นอย่างนี้ ว่าดังนี้:- คำขอระงับปัพพาชนียกรรม ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ข้าพเจ้าขอระงับปัพพาชนียกรรม พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ จตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาระงับปัพพาชนียกรรม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ ถูกสงฆ์ ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติ แก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับปัพพาชนียกรรม ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงระงับปัพพาชนียกรรม แก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ ถูกสงฆ์ลง ปัพพาชนียกรรมแล้ว ประพฤติโดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ ตัวได้ บัดนี้ขอระงับปัพพาชนียกรรม สงฆ์ระงับปัพพาชนียกรรม แก่ ภิกษุมีชื่อนี้ การระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สอง ... ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่สาม ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟัง ข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ ถูกสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแล้ว ประพฤติ โดยชอบ หายเย่อหยิ่ง ประพฤติแก้ตัวได้ บัดนี้ ขอระงับปัพพาชนีย- *กรรม สงฆ์ระงับปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุมีชื่อนี้ การระงับปัพพาชนีย- *กรรมแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบ แก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ปัพพาชนียกรรมอันสงฆ์ระงับแล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ ปัพพาชนียกรรม ที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------

เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ ฯ เตน ภิกฺขเว ปพฺพาชนียกมฺมกเตน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกโต สมฺมา วตฺตามิ โลมํ ปาเตมิ เนตฺถารํ วตฺตามิ ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺพา ฯ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๑๒๘.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๑๒๘.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๑๒๘.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกโต สมฺมา วตฺตติ โลมํ ปาเตติ เนตฺถารํ วตฺตติ ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธึ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธิ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๑๒๘.๔} ปฏิปฺปสฺสทฺธํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ปพฺพาชนียกมฺมํ ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ ปพฺพาชนียกมฺมํ ตติยํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย