คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๑๒๔–๑๑๔๒พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร19 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร กฐินเภท ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น

กฐินเภทํ

๑๑๒๔

กฐินใครไม่ได้กราน? กฐินใครได้กราน? กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการ อย่างไร? กฐินเป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร? กฐินไม่เป็นอันกราน

กสฺส กฐินํ อนตฺถตํ กสฺส กฐินํ อตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อนตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อตฺถตํ ฯ

๑๑๒๕

คำว่า กฐินใครไม่ได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวก คือ ภิกษุผู้ไม่ได้กราน ๑ ภิกษุผู้ไม่อนุโมทนา ๑ ไม่เป็นอันกรานกฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ ไม่เป็น อันกราน. กฐินเป็นอันกราน

กสฺส กฐินํ อนตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ อนตฺถารกสฺส จ อนนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑๑๒๖

คำว่า กฐินใครได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ คือ ภิกษุผู้กราน ๑ ภิกษุผู้อนุโมทนา ๑ เป็นอันกราน กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ เป็นอันกราน. เหตุที่กฐินไม่เป็นอันกราน

กสฺส กฐินํ อตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑๑๒๗

คำว่า กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร นั้น คือ กฐินไม่เป็น อันกรานด้วยอาการ ๒๔ คือ:- ๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงขีดรอย ๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงซักผ้า ๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงกะผ้า ๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงตัดผ้า ๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเนาผ้า ๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเย็บด้น ๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำลูกดุม ๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำรังดุมให้มั่น ๙. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาต ๑๐. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า ๑๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงดามผ้า ๑๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงย้อมเป็นสีหม่น ๑๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงผ้าที่ทำนิมิตได้มา ๑๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา ๑๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ยืมเขามา ๑๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๑๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคิยะ ๑๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้ทำกัปปะพินทุ ๑๙. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าสังฆาฏิ ๒๐. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอุตราสงค์ ๒๑. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอันตรวาสก ๒๒. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มี มณฑล เสร็จในวันนั้น ๒๓. กฐินไม่เป็นอันกราน นอกจากบุคคลกราน ๒๔. กฐินไม่เป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมา อนุโมทนากฐินนั้น กฐินไม่เป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้. อธิบายเหตุที่ไม่ได้กรานบางข้อ

กินฺติ กฐินํ อนตฺถตนฺติ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ น อุลฺลิขิตมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โธวนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น จีวรวิจารณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น เฉทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น พนฺธนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺฏิกกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กณฺฑูสกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ทฬฺหีกมฺมกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อนุวาตกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริภณฺฑกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺเฏยฺยกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กมลมทฺทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อกปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑๑๒๘

ที่ชื่อว่า ทำนิมิต คือ ภิกษุทำนิมิตว่า เราจักกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้. ที่ชื่อว่า พูดเลียบเคียง คือ ภิกษุพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า จักยังผ้ากฐินให้เกิดด้วย การพูดเลียบเคียงนี้. ผ้าที่ทายกไม่ได้หยิบยกให้เรียกว่าผ้ายืมเขามา. ที่ชื่อว่า ผ้าเก็บไว้ค้างคืน มี ๒ อย่าง คือ ผ้าทำค้างคืน ๑ ผ้าเก็บไว้ค้างคืน ๑. ที่ชื่อว่า ผ้าเป็นนิสสัคคิยะ คือ ภิกษุกำลังทำอยู่ อรุณขึ้นมา. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการ ๒๔ อย่างนี้. เหตุที่กฐินเป็นอันกราน

นิมิตฺตกมฺมํ นาม นิมิตฺตํ กโรติ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถริสฺสามีติ ฯ ปริกถา นาม ปริกถํ กโรติ อิมาย ปริกถาย กฐินทุสฺสํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ ฯ กุกฺกุกตํ นาม อนาทิยทานํ วุจฺจติ ฯ สนฺนิธิ นาม เทฺว สนฺนิธิโย กรณสนฺนิธิ จ นิจยสนฺนิธิ จ ฯ นิสฺสคฺคิยํ นาม กยิรมาเน อรุณํ อุทฺริยติ ฯ อิเมหิ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑๑๒๙

คำว่า กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการอย่างไร นั้น ความว่า กฐิน ย่อมเป็นอันกรานด้วยอาการ ๑๗ อย่าง ดังต่อไปนี้ ๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าใหม่ ๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเทียมใหม่ ๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเก่า ๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าบังสุกุล ๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าตกตามร้าน ๖. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา ๗. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา ๘. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา ๙. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เก็บไว้ค้างคืน ๑๐. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เป็นนิสสัคคิยะ ๑๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าทำกัปปะพินทุแล้ว ๑๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าสังฆาฏิ ๑๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอุตราสงค์ ๑๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอันตรวาสก ๑๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้มีมณฑล เสร็จในวันนั้น ๑๖. กฐินเป็นอันกราน เพราะบุคคลกราน ๑๗. กฐินเป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่ในสีมา อนุโมทนากฐินนั้น กฐินเป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้ กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการ ๑๗ อย่างนี้. ธรรมที่เกิดพร้อมกัน

กินฺติ กฐินํ อตฺถตนฺติ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหตกปฺเปน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปิโลติกาย อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปํสุกูเลน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปาปณิเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อกุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อสนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ กปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อิเมหิ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑๑๓๐

ถามว่า ธรรมเท่าไร ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน? ตอบว่า ธรรม ๑๕ อย่าง ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน คือ มาติกา ๘ ปลิโพธ ๒ อานิสงส์ ๕ ธรรม ๑๕ อย่างนี้ ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน. ธรรมที่เป็นปัจจัยแห่งประโยคเป็นต้น

สห กฐินสฺส อตฺถารา กติ ธมฺมา ชายนฺติ ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ อฏฺฐ มาติกา เทฺว ปลิโพธา ปญฺจ อานิสํสา ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา อิเม ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ ฯ

๑๑๓๑

ประโยค มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตร- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. บุพพกรณ์ ... การถอนผ้า ... การอธิษฐานผ้า ... การกราน ... มาติกา และปลิโพธ ... วัตถุ มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. บุพพกรณ์เป็นปัจจัย

ปโยคสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณสฺส ฯเปฯ ปจฺจุทฺธารสฺส อธิฏฺฐานสฺส อตฺถารสฺส มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ วตฺถุสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๒

ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตร- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. บุพพกรณ์ มีประโยคเป็น ปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. การถอนผ้าเป็นปัจจัย

ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปโยโค ปุพฺพกรณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๓

บุพพกรณ์ มีการถอนผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตร- *ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็น ปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. บุพพกรณ์ มีการถอนผ้า เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย

ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๔

การถอนผ้า มีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การอธิษฐานผ้า มีการถอนปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การถอนผ้ามีการอธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. การกรานเป็นปัจจัย

อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๕

การอธิษฐานผ้า มีการกรานเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การกรานมีการ อธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การอธิษฐานผ้ามีการกรานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย, ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. มาติกาและปลิโพธิเป็นปัจจัย

อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ อตฺถารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๖

การกราน มีมาติกาแลปลิโพธเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. มาติกาและปลิโพธ มีการกรานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การกรานมีมาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต- *ปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. ความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย

มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๗

วัตถุ มีความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย โดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. ความหวังและหมด หวัง มีวัตถุเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. วัตถุมีความหวังและหมดหวัง เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต ปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย. นิทานเป็นต้นแห่งบุพพกรณ์เป็นต้น

อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุ อาสานญฺจ อนาสานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

๑๑๓๘

ถามว่า บุพพกรณ์ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็น ชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? การถอนผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็น แดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? การอธิษฐานผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไร เป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน. การกราน มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็น แดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? มาติกาและปลิโพธ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? ตอบว่า บุพพกรณ์ มีประโยคเป็นนิทาน มีประโยคเป็นสมุทัย มีประโยคเป็นชาติ มีประโยคเป็นแดนเกิดก่อน มีประโยคเป็นองค์ มีประโยคเป็นสมุฏฐาน. การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็นนิทาน มีบุพพกรณ์เป็นสมุทัย มีบุพพกรณ์เป็นชาติ มี บุพพกรณ์เป็นแดนเกิดก่อน มีบุพพกรณ์เป็นองค์ มีบุพพกรณ์เป็นสมุฏฐาน. การอธิษฐานผ้า มีการถอนเป็นนิทาน มีการถอนเป็นสมุทัย มีการถอนเป็นชาติ มี การถอนเป็นแดนเกิดก่อน มีการถอนเป็นองค์ มีการถอนเป็นสมุฏฐาน. การกราน มีการอธิษฐานเป็นนิทาน มีการอธิษฐานเป็นสมุทัย มีการอธิษฐานเป็นชาติ มีการอธิษฐานเป็นแดนเกิดก่อน มีการอธิษฐานเป็นองค์ มีการอธิษฐานเป็นสมุฏฐาน. มาติกาและปลิโพธ มีการกรานเป็นนิทาน มีการกรานเป็นสมุทัย มีการกรานเป็นชาติ มีการกรานเป็นแดนเกิดก่อน มีการกรานเป็นองค์ มีการกรานเป็นสมุฏฐาน. ความหวังและหมดหวัง มีวัตถุเป็นนิทาน มีวัตถุเป็นสมุทัย มีวัตถุเป็นชาติ มีวัตถุ เป็นแดนเกิดก่อน มีวัตถุเป็นองค์ มีวัตถุเป็นสมุฏฐาน. ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไร เป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? บุพพกรณ์ ... การถอนผ้า ... การอธิษฐานผ้า ... การกราน ... มาติกาและปลิโพธ ... วัตถุ ... ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? ต. ประโยค มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็นแดนเกิด ก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน. การถอนผ้า ... การอธิษฐานผ้า ... การกราน ... มาติกาและปลิโพธ ... วัตถุ ... ความหวังและหมดหวัง มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุ เป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน. ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไร เป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน ... บุพพกรณ์ ... การถอนผ้า ... การอธิษฐานผ้า ... การกราน ... มาติกาและปลิโพธ ... วัตถุ ... ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน? ต. ประโยค มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัยเป็น แดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน. บุพพกรณ์ ... การถอนผ้า ... การอธิษฐานผ้า ... การกราน ... มาติกาและปลิโพธ ... วัตถุ ... ความหวังและหมดหวัง มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มี ปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน. สงเคราะห์ธรรม

ปุพฺพกรณํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ อธิฏฺฐานํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคนิทานํ ปโยคสมุทยํ ปโยคชาติกํ ปโยคปฺปภวํ ปโยคสมฺภารํ ปโยคสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณนิทาโน ปุพฺพกรณสมุทโย ปุพฺพกรณชาติโก ปุพฺพกรณปฺปภโว ปุพฺพกรณสมฺภาโร ปุพฺพกรณสมุฏฺฐาโน ฯ อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารนิทานํ ปจฺจุทฺธารสมุทยํ ปจฺจุทฺธารชาติกํ ปจฺจุทฺธารปฺปภวํ ปจฺจุทฺธารสมฺภารํ ปจฺจุทฺธารสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานนิทาโน อธิฏฺฐานสมุทโย อธิฏฺฐานชาติโก อธิฏฺฐานปฺปภโว อธิฏฺฐานสมฺภาโร อธิฏฺฐานสมุฏฺฐาโน ฯ {๑๑๓๘.๑} มาติกา ฯ ปลิโพธา จ อตฺถารนิทานา อตฺถารสมุทยา อตฺถารชาติกา อตฺถารปฺปภวา อตฺถารสมฺภารา อตฺถารสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุนิทานา วตฺถุสมุทยา วตฺถุชาติกา วตฺถุปฺปภวา วตฺถุสมฺภารา วตฺถุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค เหตุนิทาโน เหตุสมุทโย เหตุชาติโก เหตุปฺปภโว เหตุสมฺภาโร เหตุสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ เหตุนิทานา เหตุสมุทยา เหตุชาติกา เหตุปฺปภวา เหตุสมฺภารา เหตุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค ปจฺจยนิทาโน ปจฺจยสมุทโย ปจฺจยชาติโก ปจฺจยปฺปภโว ปจฺจยสมฺภาโร ปจฺจยสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ ปจฺจยนิทานา ปจฺจยสมุทยา ปจฺจยชาติกา ปจฺจยปฺปภวา ปจฺจยสมฺภารา ปจฺจยสมุฏฺฐานา ฯ

๑๑๓๙

ถามว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร? ตอบว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ อย่าง คือ ซักผ้า ๑ กะผ้า ๑ ตัดผ้า ๑ เนาผ้า ๑ เย็บผ้า ๑ ย้อมผ้า ๑ ทำกัปปะพินทุ ๑ บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ นี้. ถ. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร? ต. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ ผ้าอันตรวาสก ๑. ถ. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร? ต. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ ผ้าอันตรวาสก ๑. ถ. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร? ต. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมอย่างเดียว คือ เปล่งวาจา. มูลเหตุแห่งกฐินเป็นต้น

ปุพฺพกรณํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปุพฺพกรณํ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ โธวเนน วิจารเณน เฉทเนน พนฺธเนน สิพฺพเนน รชเนน กปฺปกรเณน ฯ ปุพฺพกรณํ อิเมหิ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อธิฏฺฐานํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ อธิฏฺฐานํ ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อตฺถาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ อตฺถาโร เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต วจีเภเทน ฯ

๑๑๔๐

ถามว่า กฐินมีมูลเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? ตอบว่า กฐิน มีมูลอย่างเดียว คือ สงฆ์ มีวัตถุ ๓ คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ ผ้าอันตรวาสก ๑ มีภูมิ ๖ คือ ผ้าทำด้วยเปลือกไม้ ๑ ผ้าทำด้วยฝ้าย ๑ ผ้าทำด้วยไหม ๑ ผ้าทำด้วยขนสัตว์ ๑ ผ้าทำด้วยป่าน ๑ ผ้าทำด้วยสัมภาระเจือกัน ๑. เป็นต้นแห่งกฐินเป็นต้น

กฐินสฺส กติ มูลานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย ฯ กฐินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ ฯ ตีณิ วตฺถูนิ สงฺฆาฏิ อุตฺตราสงฺโค อนฺตรวาสโก ฯ ฉ ภูมิโย โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺคํ ฯ

๑๑๔๑

ถามว่า กฐิน มีอะไรเป็นเบื้องต้น? มีอะไรเป็นท่ามกลาง? มีอะไรเป็นที่สุด? ตอบว่า กฐินมีบุพพกรณ์เป็นเบื้องต้น มีการทำเป็นท่ามกลาง มีการกรานเป็นที่สุด. องค์ของภิกษุผู้กรานกฐิน

กฐินสฺส โก อาทิ กึ มชฺเฌ กึ ปริโยสานํ ฯ กฐินสฺส ปุพฺพกรณํ อาทิ กิริยา มชฺเฌ อตฺถาโร ปริโยสานํ ฯ

๑๑๔๒

ถามว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไร ไม่ควรกรานกฐิน? ภิกษุประกอบ ด้วยองค์เท่าไร ควรกรานกฐิน? ตอบว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ควร กรานกฐิน. ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ไม่ควรกรานกฐิน? ต. ภิกษุไม่รู้บุพพกรณ์ ๑ ไม่รู้การถอนผ้า ๑ ไม่รู้การอธิษฐานผ้า ๑ ไม่รู้การกราน ๑ ไม่รู้มาติกา ๑ ไม่รู้ปลิโพธ ๑ ไม่รู้การเดาะกฐิน ๑ ไม่รู้อานิสงส์ ๑. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ไม่ควรกรานกฐิน. ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ควรกรานกฐิน? ต. ภิกษุรู้บุพพกรณ์ ๑ รู้การถอนผ้า ๑ รู้การอธิษฐานผ้า ๑ รู้การกราน ๑ รู้มาติกา ๑ รู้ปลิโพธ ๑ รู้การเดาะกฐิน ๑ รู้อานิสงส์ ๑. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ควรกรานกฐิน.

กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ น ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ น ชานาติ อธิฏฺฐานํ น ชานาติ อตฺถารํ น ชานาติ มาติกํ น ชานาติ ปลิโพธํ น ชานาติ อุทฺธารํ น ชานาติ อานิสํสํ น ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ ชานาติ อธิฏฺฐานํ ชานาติ อตฺถารํ ชานาติ มาติกํ ชานาติ ปลิโพธํ ชานาติ อุทฺธารํ ชานาติ อานิสํสํ ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย