คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๕. อรหันตสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๖๔–๖๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค4 ข้อ1 ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อรหันตสูตรที่ ๕

๖๔

ท. ภิกษุใดเป็นผู้ไกลจากกิเลส มีกิจทำเสร็จแล้ว มี อาสวะสิ้นแล้ว เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด ภิกษุนั้น พึงกล่าวว่า เราพูดดังนี้บ้าง บุคคลทั้งหลายอื่นพูดกะเรา ดังนี้บ้าง ฯ

๖๕

ภ. ภิกษุใดเป็นผู้ไกลจากกิเลส มีกิจทำเสร็จแล้ว มี อาสวะสิ้นแล้ว เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด ภิกษุนั้น พึงกล่าวว่า เราพูดดังนี้บ้าง บุคคลทั้งหลายอื่นพูดกะเราดังนี้ บ้าง ภิกษุนั้นฉลาด ทราบคำพูดในโลก พึงกล่าวตามสมมติ ที่พูดกัน ฯ

๖๖

ท. ภิกษุใดเป็นพระอรหันต์ มีกิจทำเสร็จแล้ว มีอาสวะ สิ้นแล้ว เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งร่างกายอันมีในที่สุด ภิกษุนั้นยังติด มานะหรือหนอ จึงกล่าวว่า เราพูดดังนี้บ้าง บุคคลทั้งหลาย อื่นพูดกะเรา ดังนี้บ้าง ฯ

๖๗

ภ. กิเลสเป็นเครื่องผูกทั้งหลาย มิได้มีแก่ภิกษุที่ละมานะ เสียแล้ว มานะและคันถะทั้งปวง อันภิกษุนั้นกำจัดเสียแล้ว ภิกษุเป็นผู้มีปัญญาดี ล่วงเสียแล้วซึ่งความสำคัญ ภิกษุนั้น พึงกล่าวว่า เราพูดดังนี้บ้าง บุคคลทั้งหลายอื่นพูดกะเรา ดังนี้บ้าง ภิกษุนั้นฉลาด ทราบคำพูดในโลก พึงกล่าวตาม สมมติที่พูดกัน ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๕. อรหันตสูตร