คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุกขสัจนิทเทส

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรคข้อ ๘๐–๘๒อ่านราว 14 นาที · 4,725 ตัวอักษรอ่านตัวบท · ไม่ตีความ

สารบัญในหมวดนี้

สุตมยญาณกถาข้อ ๑อภิญเญยยนิทเทสข้อ ๒–๙สัจนิทเทสข้อ ๑๐–๒๙ทุติยภาณวารข้อ ๓๐–๕๕ตติยภาณวาร - ปริญเญยยนิทเทสข้อ ๕๖–๖๓ตติยภาณวาร - ปหาตัพพนิทเทสข้อ ๖๔–๖๖จตุตถภาณวาร - ภาเวตัพพนิทเทสข้อ ๖๗–๗๖สัจฉิกาตัพพนิทเทสข้อ ๗๗–๗๘ลักขณัตติกนิทเทสข้อ ๗๙ทุกขสัจนิทเทสข้อ ๘๐–๘๒สมุทยสัจนิทเทสข้อ ๘๓นิโรธสัจนิทเทสข้อ ๘๔มัคคสัจนิทเทสข้อ ๘๕สีลมยญาณนิทเทสข้อ ๘๖–๙๑สมาธิภาวนามยญาณนิทเทสข้อ ๙๒–๙๓ธรรมฐิติญาณนิทเทสข้อ ๙๔–๙๘สัมมสนญาณนิทเทสข้อ ๙๙–๑๐๒อุทยัพพยญาณนิทเทสข้อ ๑๐๓–๑๑๑ภังคานุปัสสนาญาณนิทเทสข้อ ๑๑๒–๑๑๔อาทีนวญาณนิทเทสข้อ ๑๑๕–๑๑๙สังขารุเปกขาญาณนิทเทสข้อ ๑๒๐–๑๓๕โคตรภูญาณนิทเทสข้อ ๑๓๖–๑๔๒มรรคญาณนิทเทสข้อ ๑๔๓–๑๔๗ผลญาณนิทเทสข้อ ๑๔๘–๑๕๑วิมุตติญาณนิทเทสข้อ ๑๕๒ปัจจเวกขณญาณนิทเทสข้อ ๑๕๓–๑๕๙วัตถุนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๐–๑๖๒โคจรนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๓–๑๖๔จริยานานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๖๕–๑๗๐ภูมินานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๑–๑๗๖ธรรมนานัตตญาณนิทเทสข้อ ๑๗๗–๑๘๔ญาณปัญจกนิทเทสข้อ ๑๘๕ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๑๘๖–๒๐๑ญาณัตตยานิทเทสข้อ ๒๐๒–๒๑๐อานันตริกสมาธิญาณนิทเทสข้อ ๒๑๑–๒๑๔อรณวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๑๕–๒๑๖นิโรธสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๑๗–๒๒๕ปรินิพพานญาณนิทเทสข้อ ๒๒๖สมสีสัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๒๗–๒๓๒สัลเลขัฏฐญาณนิทเทสข้อ ๒๓๓–๒๓๖วีริยารัมภญาณนิทเทสข้อ ๒๓๗–๒๓๘อัตถสันทัสนญาณนิทเทสข้อ ๒๓๙–๒๔๑ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๔๒ขันติญาณปริโยคาหณญาณนิทเทสข้อ ๒๔๓–๒๔๔ปเทสวิหารญาณนิทเทสข้อ ๒๔๕วิวัฏฏญาณฉักกนิทเทสข้อ ๒๔๖–๒๕๒อิทธิวิธญาณนิทเทสข้อ ๒๕๓โสตธาตุวิสุทธิญาณนิทเทสข้อ ๒๕๔เจโตปริยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๕บุพเพนิวาสานุสติญาณนิทเทสข้อ ๒๕๖ทิพจักขุญาณนิทเทสข้อ ๒๕๗อาสวักขยญาณนิทเทสข้อ ๒๕๘–๒๖๓สัจญาณจตุกทวยนิทเทสข้อ ๒๖๔–๒๖๗สุทธิกปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสข้อ ๒๖๘อินทริยปโรปริยัตตญาณนิทเทสข้อ ๒๖๙–๒๗๖อาสยานุสยญาณนิทเทสข้อ ๒๗๗–๒๘๓ยมกปาฏิหาริยญาณนิทเทสข้อ ๒๘๔มหากรุณาสมาปัตติญาณนิทเทสข้อ ๒๘๕สัพพัญญุตญาณนิทเทสข้อ ๒๘๖–๒๙๓๒. ทิฐิกถาข้อ ๒๙๔–๓๖๑๓. อานาปาณกถาข้อ ๓๖๒–๔๒๒๔. อินทรียกถาข้อ ๔๒๓–๔๖๘๕. วิโมกขกถาข้อ ๔๖๙–๕๑๖๖. คติกถาข้อ ๕๑๗–๕๒๒๗. กรรมกถาข้อ ๕๒๓–๕๒๔๘. วิปัลลาสกถาข้อ ๕๒๕–๕๒๖๙. มรรคกถาข้อ ๕๒๗–๕๒๙๑๐. มัณฑเปยยกถาข้อ ๕๓๐–๕๓๓

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

80

ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดธรรม ที่ได้สดับมาแล้วว่า นี้ทุกขอริยสัจ นี้ทุกขสมุทัยอริยสัจ นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ชื่อว่าสุตมยญาณอย่างไร ฯ ในอริยสัจ ๔ ประการนั้น ทุกขอริยสัจเป็นไฉน ชาติเป็นทุกข์ ชรา เป็นทุกข์ มรณะเป็นทุกข์ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เป็นทุกข์ ความประจวบกับสังขารหรือสัตว์อันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์ ความ พลัดพรากจากสังขารหรือสัตว์อันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ ความไม่ได้สมปรารถนา ก็เป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ฯ ชาติในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความเกิด ความเกิดพร้อม ความ ก้าวลง ความบังเกิด ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏแห่งขันธ์ทั้งหลาย ความ กลับได้อายตนะ ในหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ นี้ท่านกล่าวว่า ชาติ ฯ ชราในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความแก่ ความชำรุด ความเป็นผู้มี ฟันหัก ความเป็นผู้มีผมหงอก ความเป็นผู้มีหนังเหี่ยว ความเสื่อมอายุ ความ แก่แห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ในหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ นี้ท่านกล่าวว่า ชรา ฯ มรณะในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความจุติ ความเคลื่อน ความแตก ความหายไป ความถึงตาย ความตาย ความทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งซากศพ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ แห่งสัตว์นั้นๆ นี้ท่านกล่าวว่า มรณะ ฯ

81

โสกะในทุกขอริสัจนั้นเป็นไฉน ความโศก กิริยาที่โศก ความ เป็นผู้โศก ความโศก ณ ภายใน ความตรมตรอม ณ ภายใน ความตรอมจิต ความเสียใจ ลูกศร คือ ความโศก แห่งบุคคลผู้ถูกความฉิบหายแห่งญาติกระทบ เข้าก็ดี ผู้ถูกความฉิบหายแห่งสมบัติกระทบเข้าก็ดี ผู้ถูกความฉิบหาย คือ โรค กระทบเข้าก็ดี ผู้ถูกความฉิบหายแห่งศีลกระทบเข้าก็ดี ผู้ถูกความฉิบหายแห่งทิฐิ กระทบเข้าก็ดี ผู้ประจวบกับความฉิบหายอื่นๆ ก็ดี ผู้ถูกเหตุแห่งทุกข์อื่นๆ กระทบเข้าก็ดี นี้ท่านกล่าวว่า โสกะ ฯ ปริเทวะในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความครวญ ความคร่ำครวญ ความ ร่ำไร ความเป็นผู้ร่ำไร ความเป็นผู้รำพัน ความบ่นด้วยวาจา ความเพ้อด้วยวาจา ความพูดพร่ำเพรื่อ กิริยาที่พูดพร่ำ ความเป็นผู้พูดพร่ำเพรื่อ แห่งบุคคลผู้ถูกความ ฉิบหายแห่งญาติกระทบเข้าก็ดี ... ผู้ถูกเหตุแห่งทุกข์อื่นๆ กระทบเข้าก็ดี นี้ท่าน กล่าวว่า ปริเทวะ ฯ ทุกข์ในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความไม่สำราญ ความลำบากอันมี ทางกาย ความไม่สำราญ ความลำบากที่สัตว์เสวยแล้วซึ่งเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาอันไม่สำราญ ทุกขเวทนาซึ่งเกิดแต่กายสัมผัส นี้ท่านกล่าวว่า ทุกข์ ฯ โทมนัสในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความไม่สำราญ ความลำบากอันมี ทางใจ ความไม่สำราญ ความลำบากที่สัตว์เสวยแล้วเกิดแต่สัมผัสทางใจ กิริยา อันไม่สำราญ ทุกขเวทนาซึ่งเกิดแต่สัมผัสทางใจ นี้ท่านกล่าวว่า โทมนัส ฯ อุปายาสในทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน ความแค้น ความเคือง ความ เป็นผู้แค้น ความเป็นผู้เคือง แห่งบุคคลผู้ถูกความฉิบหายแห่งญาติกระทบเข้า ก็ดี ... ผู้ถูกเหตุแห่งทุกข์อื่นๆ กระทบเข้าก็ดี นี้ท่านกล่าวว่า อุปายาส ฯ

82

ความประจวบกับสังขารหรือสัตว์อันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์ใน ทุกขอริยสัจนั้นเป็นไฉน สังขารเหล่าใด คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจในโลกนี้ ย่อมมีแก่บุคคลนั้น หรือ สัตว์เหล่าใดเป็นผู้ไม่หวังประโยชน์ ไม่หวังความเกื้อกูล ไม่หวังความสบาย ไม่หวังความปลอดโปร่งจากโยคกิเลสแก่บุคคลนั้น การไปร่วมกัน การมาร่วมกัน การอยู่ร่วมกัน การทำกิจร่วมกัน กับสังขารหรือสัตว์เหล่านั้น นี้ท่านกล่าวว่า ความประจวบกับสังขารหรือสัตว์อันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์ ฯ ความพลัดพรากจากสังขารหรือสัตว์อันเป็นที่รัก เป็นทุกข์ในทุกขอริย- *สัจนั้นเป็นไฉน สังขารเหล่าใด คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ในโลกนี้ ย่อมมีแก่บุคคลนั้น หรือสัตว์เหล่าใด คือ มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย พี่หญิง น้องหญิง มิตร พวกพ้อง ญาติ หรือสาโลหิตเป็นผู้หวังประโยชน์ หวังความเกื้อกูล หวังความสบาย หวังความ ปลอดโปร่งจากโยคกิเลสแก่บุคคลนั้น การไม่ได้ไปร่วมกัน การไม่ได้มาร่วมกัน การไม่ได้อยู่ร่วมกัน การไม่ได้ทำกิจร่วมกัน กับสังขารหรือสัตว์เหล่านั้น นี้ท่าน กล่าวว่า ความพลัดพรากจากสังขารหรือสัตว์อันเป็นที่รัก เป็นทุกข์ ฯ ความไม่ได้สมปรารถนาเป็นทุกข์ในทุกขอริยสัจเป็นไฉน สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีความเกิดเป็นธรรมดา มีความปรารถนาเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ขอเราทั้งหลายอย่ามี ชาติเป็นธรรมดา และชาติอย่ามาถึงแก่เราทั้งหลายเลย ข้อนี้อันสัตว์ทั้งหลาย ไม่พึงได้ตามความปรารถนา แม้ความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น นี้ก็เป็นทุกข์ สัตว์ทั้งหลายมีชราเป็นธรรมดา ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายมีพยาธิเป็นธรรมดา ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายมีมรณะเป็นธรรมดา ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายมีโสกะปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาสเป็นธรรมดา มีความปรารถนาเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ขอเรา ทั้งหลายอย่าพึงมีความโศก ความร่ำไร ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจและความ คับแค้นใจเป็นธรรมดาเลยและขอความโศก ความร่ำไร ความทุกข์กาย ความ ทุกข์ใจและความคับแค้นใจ ไม่พึงมาถึงแก่เราทั้งหลายเลย ข้อนี้อันสัตว์ทั้งหลาย ไม่พึงได้ตามความปรารถนา ความไม่ได้สมปรารถนาแม้นี้ก็เป็นทุกข์ ฯ โดยย่ออุปาทาขันท์ ๕ เป็นทุกข์ ในทุกขอริยสัจนั้น เป็นไฉน อุปาทาน- *ขันธ์ คือ รูป อุปาทานขันธ์ คือ เวทนา อุปาทานขันธ์ คือ สัญญา อุปาทานขันธ์ คือ สังขาร อุปาทานขันธ์ คือ วิญญาณ อุปาทานขันธ์เหล่านี้ ท่านกล่าวว่า โดยย่ออุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ นี้ท่านกล่าวว่า ทุกขอริยสัจ ฯ