法律数据集

พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534

Consolidated edition — not the text as first promulgated253451 条8 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 20 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

  1. หมวด ๑ กทะเบียนและนายทะเบียนมาตรา ๘–๑๑ · 4
  2. หมวด ๒ การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรมาตรา ๑๒–๑๗ · 6
  3. หมวด ๓ คนเกิด คนตายมาตรา ๑๘–๒๘ · 11
  4. หมวด ๔ การย้ายที่อยู่มาตรา ๒๙–๓๓ · 5
  5. หมวด ๕ ทะเบียนบ้านมาตรา ๓๔–๔๒ · 9
  6. หมวด ๖ การสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎรมาตรา ๔๓–๔๕ · 3
  7. หมวด ๗ การมอบหมายให้แจ้งแทนมาตรา ๔๖ · 1
  8. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๔๗–๕๑ · 5

Preamble

พระราชบัญญัติ การทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๔พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

All sections

以列表显示
  1. พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔”

  2. พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วัน ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  3. ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎรพ.ศ. ๒๔๙๙ (๒) ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๓๔ลงวันที่ ๓๑ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๑๕

  4. ในพระราชบัญญัตินี้ “การทะเบียนราษฎร” หมายความว่า งานทะเบียนต่าง ๆตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร “ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร” หมายความว่าข้อมูลตัวบุคคลเกี่ยวกับ ชื่อ ชื่อสกุล เพศ วันเดือนปีเกิดและตายสัญชาติ ศาสนาภูมิลำเนา สถานะการสมรส วุฒิการศึกษาชื่อบิดา มารดาหรือผู้รับบุตรบุญธรรม ชื่อคู่สมรส และชื่อบุตร และข้อมูลอื่นที่จำเป็นเพื่อการดำเนินงาน ทะเบียนต่าง ๆในพระราชบัญญัตินี้ “เลขประจำตัว”หมายความว่า เลขประจำตัวประชาชนที่นายทะเบียนออกให้แก่ บุคคลแต่ละคน ๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่๒๐๓/ฉบับพิเศษหน้า ๙๗/๒๒พฤศจิกายน๒๕๓๔ “บ้าน” หมายความว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมี เจ้าบ้านครอบครองและให้หมายความรวมถึงแพหรือเรือซึ่งจอดเป็นประจำและใช้เป็นที่อยู่ประจำ หรือสถานที่ หรือยานพาหนะอื่นซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำได้ด้วย “ทะเบียนบ้าน”หมายความว่า ทะเบียนประจำบ้านแต่ละบ้านซึ่งแสดงเลขประจำ บ้าน และรายการของคนทั้งหมดผู้อยู่ในบ้าน “ทะเบียนคนเกิด”หมายความว่าทะเบียนซึ่งแสดงรายการคนเกิด “ทะเบียนคนตาย”หมายความว่าทะเบียนซึ่งแสดงรายการคนตาย “ทะเบียนบ้านกลาง” หมายความว่า ทะเบียนซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลาง กำหนดให้จัดทำขึ้นสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน “เจ้าบ้าน” หมายความว่า ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้านในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่ นใดก็ตาม ในกรณีที่ไม่ปรากฏเจ้าบ้าน หรือเจ้าบ้านไม่อยู่ ตายสูญหายสาบสูญหรือไม่สามารถ ปฏิบัติกิจการได้ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่ดูแลบ้ นในขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน “ผู้อยู่ในบ้าน” หมายความว่าผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน “อำเภอ” ให้หมายความรวมถึงกิ่งอำเภอ “ท้องถิ่น”หมายความว่า กรุงเทพมหานคร เทศบาลเมืองพัทยา และหน่วยการ ปกครองท้องถิ่นอื่นที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางโดยอนุมัติรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นท้องถิ่นตาม พระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน”หมายความว่านายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางนายทะเบียน ประจำสำนักทะเบียนกรุ เทพมหานครนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนจังหวัด นายทะเบียนประจำ สำนักทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนท้องถิ่น นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียน สาขา นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนเฉพาะกิจและนายทะเบียนผู้รับแจ้ง และให้หมายความ รวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายทะเบียนหรือผู้ช่วยนายทะเบียน “นายทะเบียนผู้รับแจ้ ”หมายความว่า นายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น และผู้ซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้กำหนดให้มีหน้าที่เกี่ยวกับการแจ้งการเกิด การตายการย้ายที่ อยู่ การสร้างบ้านใหม่ การรื้อบ้าน และการกำหนดเลขประจำบ้าน โดยได้กำหนดขอบเขตหน้าที่ ดังกล่าวไว้ “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  5. ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหรือยกเว้นการปฏิบัติ เกี่ยวกับการแจ้งการเกิดการแจ้งการตาย การแจ้งการย้ ยที่อยู่ การสำรวจตรวจสอบหรือปรับปรุง การทะเบียนราษฎรการจัดทำทะเบียนประวัติ การจัดทำบัตรประจำตัวหรือการอื่นใดอันเกี่ยวกับคน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสัญชาติได้ กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บไม่เกินอัตราท้าย พระราชบัญญัตินี้ไว้ด้วยก็ได้๒ ๒มาตรา ๕วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

  6. ผู้มีส่วนได้เสียจะขอตรวจ หรือคัดสำเนารายการ หรือให้นายทะเบียนคัด และรับรองซึ่งสำเนาทะเบียนบ้านทะเบียนคนเกิดหรือทะเบียนคนตายได้ที่สำนักทะเบียนในวันเวลา ราชการ ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการขอคัดาเนา หรือคัดและรับรองสำเนารายการ เกี่ยวกับบัตรประจำตัวหรือรายการทะเบียนราษฎรอื่นที่จัดทำตามพระราชบัญญัตินี้สำหรับคนซึ่งไม่มี สัญชาติไทยด้วยโดยอนุโลม๓ เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้วให้นายทะเบียนดำเนินการโดยเร็ว๔

  7. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออก กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนด กิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้น กฎกระทรวงเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  8. หมวด ๑ กทะเบียนและนายทะเบียน

    4 条
  9. การจัดตั้งสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นตามมาตรา ๘(๔) และ(๕) ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศ โดยคำนึงถึงสภาพแห่งความ พร้อมและความสะดวกในการให้บริการประชาชนรวมตลอดถึงการไม่ซ้ำซ้อนและการประหยัด สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นตามมาตรา ๘(๔) และ(๕) ที่ได้ จัดตั้งขึ้นแล้วนั้น เมื่อคำนึงถึงสภาพตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้อำนวยการทะเบียนกลางจะยุบหรือควบ รวมเข้าด้วยกันก็ได้ อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของสำนัทะเบียนที่จัดตั้งตามวรรคหนึ่งหรือควบ รวมตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศกำหนด มาตรา ๘/๒๗ ให้มีนายทะเบียนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนี้ (๑) อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้อำนวยการทะเบียนกลางมีอำนาจออกระเบียบ หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดแบบพิมพ์เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ นี้ และแต่งตั้งรอง ผู้อำนวยการทะเบียนกลาง และผู้ช่วยผู้อำนวยการทะเบียนกลาง (๒) ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นนายทะเบียนกรุงเทพมหานครและให้มีอำนาจแต่งตั้ง ผู้ช่วยนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนจังหวัด และให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนาย ทะเบียนจังหวัด (๔) นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ ประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เป็นนาย ทะเบียนอำเภอ และให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ (๕) ปลัดเทศบาลผู้อ นวยการเขตปลัดเมืองพัทยาหรือหัวหน้าผู้บริหารของหน่วย การปกครองท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เป็นนายทะเบียนท้องถิ่น และให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ช่วยนายทะเบียน ท้องถิ่น ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตาม(๑) จะมอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการทะเบียนกลาง หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการทะเบียนกลาง ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการทะเบียนกลาง หรือจะ มอบหมายให้ข้าราชการสังกัดกรมการปกครองช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ำหนดด้วยก็ได้ นายทะเบียนกรุงเทพมหานครตาม (๒) จะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยนายทะเบียน กรุงเทพมหานครหรือหัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่ต่ำกว่าระดับกองในสำนักปลัดกรุงเทพมหานครปฏิบัติ ราชการแทนนายทะเบียนกรุงเทพมหานครก็ได้ นายทะเบียนจังหวัดตาม (๓) จะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดรองผู้ว่า ราชการจังหวัด หรือปลัดจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนนายทะเบียนจังหวัดก็ได้ ๖มาตรา ๘/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๗มาตรา ๘/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ นายทะเบียนอำเภอตาม (๔) จะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ หรือ ปลัดอำเภอปฏิบัติราชการแทนนายทะเบียนอำเภอก็ได้ นายทะเบียนท้องถิ่นตาม (๕) จะมอบอำนาจให้ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น รอง ปลัดเทศบาล ผู้ช่วยผู้ อำนวยการเขต รองปลัดเมืองพัทยา หรือรองหรือผู้ช่วยหัวหน้าผู้บริหารของ หน่วยการปกครองท้องถิ่นนั้น แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนนายทะเบียนท้องถิ่นก็ได้

  10. ในกรณีจำเป็นต้องมีสำนักทะเบียนสาขาหรือสำนักทะเบียนเฉพาะกิจใน เขตท้องที่สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ให้ผู้อำนวยการทะเบียน กลางจัดตั้งและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบการปฏิบัติงาน การทะเบียนราษฎรสำหรับสำนัก ทะเบียนสาขาหรือสำนักทะเบียนเฉพาะกิจในเขตท้องที่ของสำนักทะเบียนดังกล่าว และให้นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ปลัดเทศบาล ผู้อ นวยการเขต ปลัดเมืองพัทยา หรือ หัวหน้าผู้บริหารของหน่วยการปกครองท้องถิ่นนั้น แล้วแต่กรณี แต่งตั้งนายทะเบียนและผู้ช่วยนาย ทะเบียนประจำสำนักทะเบียนดังกล่าวในเขตท้องที่ที่รับผิดชอบ

  11. ๑๐

    เพื่อความถูกต้องของการทะเบียนราษฎรให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียก เจ้าบ้าน หรือบุคคลใด ๆมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้แสดงหลักฐานต่าง ๆได้ตามความจำเป็น และ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยให้มีอำนาจเข้าไปสอบถามผู้อยู่ในบ้านใด ๆได้ ตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องแจ้ง ให้เจ้าบ้านทราบก่อน ทั้งนี้ ให้กระทำได้ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ในการเข้าไปสอบถามตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนแสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่ กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีปรากฏหลักฐานเชื่อได้ว่า การดำเนินการแจ้ง การรับแจ้ง การบันทึก หรือ การลงรายการเพื่อดำเนิ การจัดทำหลักฐานทะเบียนต่าง ๆตามพระราชบัญญัตินี้ ได้ดำเนินการไป โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ หรือโดยอำพราง หรือโดยมีรายการข้อความผิดจากความเป็นจริง ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งไม่รับแจ้ จำหน่ายรายการทะเบียน เพิกถอนหลักฐานทะเบียนและ ดำเนินการแก้ไขข้อความรายการทะเบียนให้ถูกต้อง แล้วแต่กรณี การดำเนินการตามวรรคสาม รวมตลอดทั้งวิธีการโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริงและ การอุทธรณ์ของผู้ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของนายทะเบียนรวมถึงการพิจารณาคำ อุทธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจ สั่งระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนไว้ก่อนที่จะรับฟังคำชี้แจงหรือการโต้แย้งได้๘

  12. ๑๑

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนเป็นเจ้ พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  13. หมวด ๒ การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร

    6 条
  14. ๑๒

    เพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษาและควบคุมการทะเบียนราษฎร ตรวจสอบพิสูจน์ตัวบุคคลและประมวลผลข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ให้สำนักทะเบียนกลาง ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดและปรับปรุง ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ตรงต่อความเป็นจริงอยู่เสมอ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลและใช้ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับข้อมูลของคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่เข้ามาหรือ อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรจัดส่งข้อมูลที่มีอยู่ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามที่ผู้อำนวยการทะเบียน กลางร้องขอ๙

  15. ๑๓

    การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามมาตรา ๑๒ไม่รวมถึงการ จัดเก็บข้อมูลของบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) รายได้ (๒) ประวัติอาชญากรรม (๓) การชำระหรือไม่ชำระภาษีอากร (๔) ข้อมูลที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือ (๕) ข้อมูลที่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องแจ้ง

  16. ๑๔

    บุคคลผู้ มีหน้าที่แจ้งการต่ ๆตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เจ้าของประวัติซึ่งปรากฏในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามมาตรา ๑๒หรือผู้แทนโดยชอบธรรมใน กรณีเจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์ ผู้อนุบาลในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถหรือทายาท เจ้าของประวัติ หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าวข้างต้น อาจขอให้นายทะเบียนดำเนินการได้ที่านักทะเบียนในวันเวลาราชการ ดังนี้ (๑) คัดและรับรองเอกสารข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตามมาตรา ๑๒และเสีย ค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๒) แก้ไขเพิ่มเติม ลบหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆในข้อมูลทะเบียนประวัติ ราษฎรเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามความเป็นจริง เมื่ อได้รับคำขอตาม(๒) ให้นายทะเบียนมีคำสั่งโดยเร็ว คำสั่งของนายทะเบียนที่ ไม่รับคำขอหรือไม่ดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน ให้คู่กรณียื่นอุทธรณ์ต่อนายทะเบียน จังหวัด นายทะเบียนกรุ เทพมหานครหรือผู้อำนวยการทะเบียนกลาง แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งจากนายทะเบียน๑๐ เงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธารแก้ไขเพิ่มเติ ลบหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ให้กำหนดในกฎกระทรวง ๙มาตรา ๑๒วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๐มาตรา ๑๔วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

  17. ๑๕

    ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอาจขอให้นายทะเบียนจัดส่งสำเนา เอกสารข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรได้ ทั้งนี้ เฉพาะเพื่อการอันจำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของส่วน ราชการหรือหน่วยงานของรัฐนั้น หากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีความประสงค์จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เพื่อ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ผู้อำนวยการทะเบียนกลางอาจอนุญาตให้เชื่อมโยงได้ เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปรากฏภายในทะเบียนบ้านทะเบียนคนเกิดทะเบียน คนตายหรือทะเบียนประวัติสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเท่านั้น๑๑ ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงใน ราชอาณาจักรคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางยินยอมให้ส่วนราชการหรือ หน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลที่ปรากฏในทะเบียนอื่นนอกจากทะเบียนตามวรรคสองเฉพาะข้อมูลที่ จำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้๑๒ ห้ามมิให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานสอบสวนที่ได้ข้อมูลใดตาม มาตรานี้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจหรือในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของทางราชการหรือตาม วัตถุประสงค์ที่ร้องขอ๑๓

  18. ๑๖

    ในการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ให้ผู้อำนวยการ ทะเบียนกลางกำหนดเลขประจำตัวแก่บุคคลที่อยู่ในราชอาณาจักรคนละหนึ่งเลขโดยไม่ซ้ำกัน การยกเว้นการให้เลขประจำตัวแก่บุคคล ให้กำหนดในกฎกระทรวง

  19. ๑๗

    ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรต้องถือเป็นความลับ และให้นายทะเบียน เป็นผู้เก็บรักษาและใช้เพื่อการปฏิบัติตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ใด เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขนั้นแก่บุคคลใด ๆซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแก่ สาธารณชนเว้นแต่ผู้มีส่วนได้เสียขอทราบเกี่ยวกับสถานภาพทางครอบครัวของผู้ที่ตนจะมีนิติสัมพันธ์ ด้วย หรือเมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การสถิติ หรือเพื่อประโยชน์แก่การรักษาความมั่นคงของ รัฐ หรือการดำเนินคดีและการพิจารณาคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และไม่ว่าในกรณีใดจะ นำข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้เป็นหลักฐานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูลมิได้

  20. หมวด ๓ คนเกิด คนตาย

    11 条
  21. ๑๘

    เมื่อมีคนเกิดให้แจ้งการเกิด ดังต่อไปนี้ ๑๑มาตรา ๑๕วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๒มาตรา ๑๕วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๓มาตรา ๑๕วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ (๑) คนเกิดในบ้าน ให้เจ้าบ้านหรือบิดาหรือมารดาแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่ง ท้องที่ที่คนเกิดในบ้านภายในสิบห้าวันนับแต่วันเกิด (๒) คนเกิดนอกบ้าน ให้บิดาหรือมารดาแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มี คนเกิดนอกบ้านหรือแห่งท้องที่ที่จะพึงแจ้งได้ ภายในสิบห้าวับแต่วันเกิด ในกรณีจำเป็ไม่อาจแจ้ง ได้ตามกำหนด ให้แจ้งภายหลังได้แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันเกิด การแจ้งตาม(๑) และ(๒) ให้แจ้งตามแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด พร้อมทั้งแจ้งชื่อคนเกิดด้วย ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การแจ้งตาม วรรคหนึ่งจะแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่อื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง๑๔ มาตรา ๑๙๑๕ ผู้ใดพบเด็กในสภาพแรกเกิดหรือเด็กไร้เดียงสาซึ่งถูกทอดทิ้งให้นำตัว เด็กไปส่งและแจ้งต่อพนังานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปฏิบัติงานในท้องที่ที่พบเด็กนั้นโดยเร็ว เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับตัวเด็กไว้แล้วให้บันทึกการรับตัวเด็กไว้ ในกรณีที่พนักงานฝ่าย ปกครองหรือตำรวจรับเด็กไว้ ให้นำตัวเด็กพร้อมบันทึกการรับตัวเด็กส่งให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในเขตท้องที่ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้รับตัวเด็กไว้หรือ ได้รับตัวเด็กจากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจแล้วให้แจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งและให้ นายทะเบียนออกใบรับแจ้ง ทั้งนี้ ตามระเบียบและแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด บันทึกการรับตัวเด็กตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นสองฉบับและเก็บไว้ที่เจ้าหน้าที่ผู้รับตัว เด็กหนึ่งฉบับและส่งมอบให้กับนายทะเบียนผู้รับแจ้งหนึ่งฉบับ โดยให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการ บุคคลของผู้ที่พบเด็พฤติการณ์ สถานที่และวันเวลาที่พบเด็สภาพทางกายภาพโดยทั่วไปของเด็ก เอกสารที่ติดตัวมากับเด็ก และประวัติของเด็กเท่าที่ทราบ และในกรณีที่ไม่อาจทราบสัญชาติของเด็ก ให้บันทึกข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ด้วย

  22. ๑๙

    เด็กเร่ร่อนหรือเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้งซึ่งอยู่ใน การอุปการะของหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่จดทะเบียนตามกฎหมายโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ถ้าเด็กยังไม่ได้แจ้งการเกิดและไม่มี รายการบุคคลในทะเบียนบ้านให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้แจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่หน่วยงานนั้นตั้งอยู่ และให้นายทะเบียนออกใบ รับแจ้ง ทั้งนี้ ตามระเบียบและแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ๑๔มาตรา ๑๘วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๕มาตรา ๑๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๖มาตรา ๑๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙/๒๑๗ การพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของเด็กตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๑๙/๑ให้เป็นไปตามหลัเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่อาจ พิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติได้ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียน ประวัติและออกเอกสารแสดงตนให้เด็กไว้เป็นหลักฐาน ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลาง กำหนด มาตรา ๑๙/๓๑๘ ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเจ้าบ้านหรือบิดามารดามิได้แจ้งการเกิดให้ตาม มาตรา ๑๘อาจร้องขอต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเพื่อแจ้งการเกิดได้ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการ ทะเบียนกลางกำหนดและให้นำความในมาตรา ๑๙/๒มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองแจ้ง แทนได้ แต่สำหรับกรณีของบิดามารดาให้นายทะเบียนผู้รับแจ้ ดำเนินการให้ต่อเมื่อได้ชำระค่าปรับ ตามที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเปรียบเทียบตามมาตรา ๔๗(๒) และมาตรา ๕๑ แล้ว มาตรา ๒๐๑๙ เมื่อมีการแจ้งการเกิดตามมาตรา ๑๘มาตรา ๑๙มาตรา ๑๙/๑ หรือมาตรา ๑๙/๓ทั้งกรณีของเด็กที่ มี สัญชาติไทยหรือเด็กที่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตาม กฎหมายว่าด้วยสัญชาติ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งรับแจ้งการเกิดและออกสูติบัตรเป็นหลักฐานแก่ผู้แจ้ง โดยมีข้อเท็จจริงเท่าที่สามารถจะทราบได้ สำหรับการแจ้งการเกิดของเด็กที่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วย สัญชาติ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกสูติ บัตรให้ตามแบบพิมพ์ท่ผู้ อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด โดยให้ระบุสถานะการเกิดไว้ด้วย

  23. ๒๐

    ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้สัญชาติไทยแก่กลุ่มบุคคลใดหรือให้ กลุ่มบุคคลใดแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอื่น และบุคคลดังกล่ วจำเป็นต้องมี หนังสือรับรองการเกิด ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวยื่นคำขอหนังสือรับรองการเกิดตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  24. ๒๑

    เมื่อมีคนตายให้แจ้งการตาย ดังต่อไปนี้ (๑) คนตายในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตาย ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้าน ให้ผู้พบศพแจ้งภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่ เวลาพบศพ ๑๗มาตรา ๑๙/๒เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๘มาตรา ๑๙/๓เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๙มาตรา ๒๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๐มาตรา ๒๐/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ (๒) คนตายนอกบ้านให้บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับ แจ้งแห่งท้องที่ที่มีการตายหรือพบศพแล้วแต่กรณี หรือแห่งท้องที่ที่จะพึงแจ้งได้ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพในกรณีเช่นนี้จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจก็ได้ กำหนดเวลาให้แจ้ ตาม (๑) และ (๒) ถ้ ในท้องที่ใดการคมนาคมไม่สะดวก ผู้อำนวยการทะเบียนกลางอาจขยายเวลาออกไปตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่เวลา ตายหรือเวลาพบศพ การแจ้งตาม(๑) และ(๒) ให้แจ้งตามแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้แจ้งด้วย ให้นำความในวรรคสามของมาตรา ๑๘มาใช้บังคับกับการแจ้งตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม๒๑

  25. ๒๒

    เมื่อมีการแจ้งตามมาตรา ๒๑ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกมรณบัตร เป็หลักฐานให้แก่ผู้แจ้ง เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๒๕

  26. ๒๓

    เมื่อมีคนเกิดหรือคนตาย ผู้ทำคลอดหรือผู้รักษาพยาบาลต้องออก หนังสือรับรองการเกิดหรือการตายตามแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้แก่ผู้มีหน้าที่ ต้องแจ้งตามมาตรา ๑๘หรือมาตรา ๒๑

  27. ๒๔

    ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ ฝัง เผา ทำลาย หรือย้ายศพไปจากสถานที่หรือบ้านที่ มีการตายเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนผู้รับแจ้ เมื่อได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งแล้ว ห้ามมิให้เก็บ ฝัง เผา ทำลาย หรือย้ายศพผิดไป จากสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องย้ายศพ เพื่อความปลอดภัยหรือสวัสดิภาพของ ประชาชนให้พนักงานฝ่ ยปกครองหรือตำรวจมีอำนาจกระทำได้

  28. ๒๕

    ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าคนตายด้วยโรคติดต่ออันตรายหรือตายโดยผิด ธรรมชาติ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งรีบแจ้งต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ อันตรายหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และให้รอการออกมรณบัตรไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับ ความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานดังกล่ ว

  29. ๒๖

    ให้นายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่นแล้วแต่ รณี จัดทำ ทะเบียนคนเกิดทะเบียนคนตาย จากสูติบัตรและมรณบัตรตามแบบพิมพ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการ ทะเบียนกลางกำหนด

  30. ๒๗

    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนคนเกิดทะเบียนคนตาย หรือสูติบัตร และมรณบัตรให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ๒๑มาตรา ๒๑วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

  31. ๒๘

    ให้กงสุลไทยหรือข้าราชการสถานทูตไทยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน มีหน้าที่รับจดทะเบียนคนเกิดและคนตายที่มีขึ้นนอก ราชอาณาจักรสำหรับคนสัญชาติไทยและคนต่ งด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตาม กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หลักฐานการจดทะเบียนดังกล่าวให้ใช้เป็นสูติบัตรและมรณบัตรได้ ถ้าในที่ซึ่งมีการเกิดหรือการตายตามวรรคหนึ่ง ไม่มีกงสุลไทยหรือสถานทูตไทย ประจำอยู่ ให้ใช้หลักฐานการเกิดหรือการตายที่ ออกโดยรัฐบาลของประเทศนั้น ซึ่งกระทรวงการ ต่างประเทศได้แปลและรับรองว่าถูกต้องเป็นหลักฐานสูติบัตรและมรณบัตรได้ การจดทะเบียนคนเกิดและคนตายตามวรรคหนึ่ ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  32. หมวด ๔ การย้ายที่อยู่

    5 条
  33. ๒๙

    ผู้ใดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านใด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นอยู่และมี ภูมิลำเนาอยู่ ณที่นั้น

  34. ๓๐

    ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายที่อยู่ต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อผู้อยู่ในบ้านย้ ยที่อยู่ออกจากบ้ ให้แจ้ การย้ายออกภายในสิบห้าวันนับ แต่วันที่ผู้อยู่ในบ้านย้ายออก (๒) เมื่อมีผู้ย้ายที่อยู่เข้าอยู่ในบ้านให้แจ้งการย้ ยเข้าภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ ย้ายเข้าอยู่ในบ้าน นอกจากกรณีตาม(๑) และ(๒) ผู้ย้ายที่อยู่จะเป็นผู้แจ้งการย้ ยออกและย้ายเข้า โดยไปแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ไปอยู่ใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้ายออกก็ได้ โดย ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมด้วยคำยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าบ้านที่เข้าไปอยู่ใหม่แสดงต่อนาย ทะเบียนผู้รับแจ้งและเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การแจ้งย้ายตามมาตรานี้ ให้แจ้งตามแบบพิมพ์ใบแจ้งย้ายที่อยู่ที่ผู้อำนวยการ ทะเบียนกลางกำหนด ให้นำความในวรรคสามของมาตรา ๑๘มาใช้บังคับกับการแจ้งตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม๒๒

  35. ๓๑

    ในการแจ้งการย้ายที่อยู่เข้าในบ้ นใดถ้านายทะเบียนผู้รับแจ้งเห็นว่ามี ผู้ย้ายเข้าอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคราวเดียวหรือหลายคราว และเมื่อได้ตรวจสภาพบ้านแล้ว เห็นว่า การย้ายเข้าอยู่ในบ้านจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสาธารณสุขนายทะเบียนผู้รับแจ้งมี อำนาจไม่รับแจ้งการย้ายเข้าอยู่ในบ้านได้ ๒๒มาตรา ๓๐วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

  36. ๓๒

    การแจ้ ย้ ยผู้ใดเข้าอยู่ในบ้านตามมาตรา ๓๐(๒) เจ้าบ้านต้องนำ หลักฐานการย้ายออกของผู้นั้นตามมาตรา ๓๐(๑) ไปแสดงต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งด้วย ทั้งนี้ มิให้ นำความในมาตรานี้มาใช้แก่กรณีดำเนินการย้ ยตามมาตรา ๓๐วรรคสองและกรณีผู้ย้ายเข้ามาจาก ต่างประเทศโดยมีหลักฐาน

  37. ๓๓

    เมื่อผู้อยู่ในบ้านใดออกจากบ้านที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไปอยู่ที่อื่น เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และเจ้าบ้านไม่ทราบว่าผู้นั้นไปอยู่ที่ใด ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายออกต่อนาย ทะเบียนผู้รับแจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันครบหนึ่งร้อยแปดสิบวันโดยระบุว่าไม่ทราบที่อยู่ และให้ นายทะเบียนผู้รับแจ้งเพิ่มชื่อและรายการผู้นั้นในทะเบียนบ้านกลาง

  38. หมวด ๕ ทะเบียนบ้าน

    9 条
  39. ๓๔

    ให้ทุกบ้านมีเลขประจำบ้าน บ้านใดยังไม่มีเลขประจำบ้าน ให้เจ้าบ้าน แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเพื่อขอเลขประจำบ้านภายในสิบห้าวันนับแต่วันสร้างบ้านเสร็จ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งกำหนดเลขประจำบ้านให้แก่ผู้แจ้งซึ่งมีบ้านอยู่ในเขตสำนัก ทะเบียนท้องถิ่นภายในเจ็ดวัน ถ้ามีบ้านอยู่นอกเขตสำนักทะเบียนท้องถิ่นให้กำหนดเลขประจำบ้าน ภายในสามสิบวัน ให้เจ้าบ้านติดเลขประจำบ้านไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ชัดแจ้ง ผู้อ นวยการทะเบียนกลางจะกำหนดให้มีทะเบียนบ้านชั่วคราวตามระเบียบเพื่อ ประโยชน์แก่การตรวจสอบทางทะเบียนก็ได้

  40. ๓๕

    ถ้ามีบ้านอยู่หลายหลังในบริเวณเดียวกัน ให้กำหนดเลขประจำบ้าน เพียงเลขเดียว แต่ถ้าเจ้าบ้านประสงค์จะกำหนดเลขประจำบ้านเพิ่มขึ้นอีกให้ยื่นขอต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้ง บ้านที่ปลูกเป็นตึกแถว ห้องแถว หรืออาคารชุด ให้กำหนดเลขประจำบ้านทุกห้อง หรือทุกห้องชุด โดยถือว่าห้องหรือห้องชุดหนึ่ง ๆเป็นบ้านหลังหนึ่ง

  41. ๓๖

    ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนบ้านไว้ ทุกบ้านสำหรับผู้มีสัญชาติไทยและคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร๒๓ การจัดทำทะเบียนบ้านให้เป็ไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ๒๓มาตรา ๓๖วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

  42. ๓๗

    การเพิ่มชื่อและรายการของบุคคลลงในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้าน กลางให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  43. ๓๘

    ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนบ้าน สำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และคนซึ่ง ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายตาม กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และบุตรของบุคคลดังกล่าวที่เกิดใน ราชอาณาจักรในกรณีผู้มีรายการในทะเบียนบ้านพ้นจากการได้รับอนุญาตหรือผ่อนผันให้อาศัยอยู่ใน ราชอาณาจักรให้นายทะเบียนจำหน่ายรายการทะเบียนของผู้นั้นโดยเร็ว ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางจัดให้มีทะเบียนประวัติสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย อื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ตามวรรคหนึ่งตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด รายการและการบันทึกรายการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามระเบียบที่ ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  44. ๓๙

    ให้นายทะเบียนอำเภอ และนายทะเบียนท้องถิ่นมอบสำเนาทะเบียน บ้านให้เจ้าบ้านเก็บรักษา เมื่อมีการเพิ่ม เปลี่ยนแปลงหรือจำหน่ายรายการในทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้าน นำสำเนาทะเบียนบ้านไปให้นายทะเบียนบันทึกรายการให้ถูกต้องตรงกับต้นฉบับทุกครั้ง ถ้าสำเนาทะเบียนบ้านชำรุดจนใช้การไม่ได้หรือสูญหาย ให้เจ้าบ้านขอรับสำเนา ทะเบียนบ้านใหม่ได้ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้อำนวยการทะเบียนกลางเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องมีส เนาทะเบียนบ้ ต่อไปในเขตสำนักทะเบียนใด ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางมีอำนาจยกเลิกการใช้สำเนาทะเบียนบ้าน ในเขตสำนักทะเบียนนั้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  45. ๔๐

    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนบ้านหรือ เนาทะเบียนบ้าน ให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  46. ๔๑

    ผู้ใดรื้อบ้านที่มีเลขประจำบ้านโดยไม่ประสงค์จะปลูกบ้านใหม่ในที่ดิน บริเวณนั้นอีกต่อไปหรือรื้อเพื่อไปปลูกสร้างบ้านในที่อื่น ให้แจ้งการรื้อบ้านต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รื้อบ้านเสร็จเพื่อจำหน่ายเลขประจำบ้านและทะเบียนบ้าน บ้านที่รื้อถอนโดยไม่แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียน จำหน่ ยเลขประจำบ้านและทะเบียนบ้ นและแจ้งย้ ยผู้มีรายชื่ ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้นไปไว้ใทะเบียนบ้านกลางตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  47. ๔๒

    การย้ายบ้านซึ่งเคลื่อนย้ายได้ หรือการย้ายแพหรือเรือหรือยานพาหนะ อื่นซึ่งใช้เป็นที่อยู่ประจำไปอยู่หรือจอด ที่อื่น ถ้าอยู่หรือจอดเกิ หนึ่งร้อยแปดสิบวัน เจ้าบ้านต้อง ๒๔มาตรา ๓๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕มาตรา ๔๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ แจ้งการย้ายออกและย้ายเข้าต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ไปอยู่หรือจอดใหม่ภายในสิบห้าวัน บแต่วันครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวั

  48. หมวด ๖ การสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร

    3 条
  49. ๔๓

    เพื่อประโยชน์ของการทะเบียนราษฎร ให้มีการสำรวจตรวจสอบ ทะเบียนราษฎรบางท้องที่หรือทั่วราชอาณาจักรได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

  50. ๔๔

    เมื่อได้ตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๓แล้ว ให้นายทะเบียนหรือ ผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายเป็นหนังสือมีอำนาจเข้าไปในบ้านในเขตท้องที่ที่พระราชกฤษฎีกากำหนด เพื่อสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎรเท่ ที่จำเป็นในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ให้เจ้าบ้านชี้แจงตอบคำถามตามความจริงและให้ลงลายมือชื่อในรายการสำรวจ ตรวจสอบเพื่อรับรองข้อความในรายการที่สำรวจตรวจสอบนั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ หรือบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมด้วยหนังสือหลักฐานแห่งการเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่แก่เจ้าบ้านก่อนเข้าไปสำรวจตรวจสอบ

  51. ๔๕

    ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางรวบรวมรายงานยอดจำนวนราษฎรทั่ว ราชอาณาจักรที่มีอยู่ในวันที่ ๓๑ธันวาคม ของปีที่ล่วงมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน เดือนมีนาคมของทุ ปี การประกาศยอดจำนวนราษฎรตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

  52. หมวด ๗ การมอบหมายให้แจ้งแทน

    1 条
  53. ๔๖

    ในกรณีการแจ้งตามมาตรา ๑๘มาตรา ๒๑มาตรา ๓๐มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๔๑และมาตรา ๔๒ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องแจ้งได้มอบหมายให้ผู้ใดไปแจ้ง แทนและเมื่อผู้ได้รับมอบหมายได้แจ้งต่อผู้มีหน้าที่รับแจ้งตามมาตรานั้น ๆแล้ว ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่นั้น ได้แจ้งแล้ว การปฏิบัติตามมาตรา ๓๙วรรคหนึ่งหรือวรรคสองของเจ้าบ้านว่าด้วยเรื่องสำเนา ทะเบียนบ้านให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

  54. หมวด ๘ บทกำหนดโทษ

    5 条
  55. ๔๗

    ผู้ใด (๑) ไม่าตามที่ายทะเบียนเรียก ไม่ยอมชี้ แจงข้อเท็จจริ หรือแสดงหลักฐาน หรือไม่ยอมให้นายทะเบียนเข้าไปสอบถามในบ้านตามมาตรา ๑๐ (๒)๒๖ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘มาตรา ๑๙มาตรา ๑๙/๑มาตรา ๒๑มาตรา ๒๓ มาตรา ๓๐มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๓๙วรรคหนึ่งหรือวรรคสองมาตรา ๔๑หรือมาตรา ๔๒ (๓) ฝ่าฝืนมาตรา ๒๔หรือ (๔) ไม่ยอมให้นายทะเบียนเข้าไปในบ้านเพื่อสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร ไม่ยอมชี้แจงหรือตอบคำถาม หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อตามมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

  56. ๔๘

    ผู้ใดไม่ปฏิบติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๕ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๔๘/๑๒๗ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕วรรคสี่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือน ถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ในกรณีที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าการกระทำ ความผิดของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของหัวหน้าส่วน ราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำ และละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนั้นกระทำ ความผิด หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับ ความผิดนั้น ๆด้วย

  57. ๔๙

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการ และละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษ ตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย ๒๖ มาตรา ๔๗(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๗ มาตรา ๔๘/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐ ๒๘มาตรา ๔๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐

  58. ๕๐

    ผู้ใดทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่ งหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้ นหรือเอกสารการทะเบียนราษฎร อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสน บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งเป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วย สัญชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

  59. ๕๑

    ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียน อำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มีอำนาจเปรียบเทียบได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม๒๙ ๑. การออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๕ กรณีทำบัตรครั้งแรกหรือบัตรเดิมหมดอายุ ฉบับละ ๑๐๐ บาท กรณีบัตรเดิมสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ฉบับละ ๑๐๐ บาท กรณีเปลี่ยนบัตรเนื่องจากการแก้ไขรายการผู้ถือบัตร ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๒. การขอคัดสำเนา หรือคัดและรับรองสำเนารายการทะเบียน หรือบัตรประจำตัวตามมาตรา ๖ ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๓. การขอคัดสำเนา หรือคัดและรับรองสำเนา รายการข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามมาตรา ๑๔(๑) ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๔. การแจ้งการเกิดตามมาตรา ๑๘วรรคสาม การแจ้งการตายตามมาตรา ๒๑วรรคสี่ หรือการแจ้ง การย้ายที่อยู่ตามมาตรา ๓๐วรรคสองหรือวรรคสี่ ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๕. การขอรับสำเนาทะเบียนบ้านตามมาตรา ๓๙วรรคสอง ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๒๙อัตราค่าธรรมเนียม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการ ทะเบียนราษฎรที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้วไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ใน ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๖ ให้สำนักทะเบียนอำเภอ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่ดำเนินการอยู่แล้ว ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นานักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่จัดตั้ง ตามมาตรา ๘/๑ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๗ บรรดากฎกระทรวงระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ การทะเบียนราษฎรพ.ศ. ๒๕๓๔ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับ ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๒๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงวิธี ปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรเพื่อให้นายทะเบียนสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความเป็นธรรมและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนยิ่งขึ้น และกำหนดวิธารและเงื่อนไข เกี่ยวกับการดำเนินการในการแจ้งการเกิด การออกสูติบัตร การออกหนังสือรับรองการเกิด และการ จัดทำทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ เพื่อประโยชน์ในการ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว รวมทั้งสมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมและ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทน นิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐๓๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป ๓๐ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๓๘ก/หน้า ๑๓/๒๕กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๓๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ก/หน้า ๑/๑๑กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงพ.ศ. ๒๕๔๕มาตรา ๕๔เฉพาะในส่วนที่สันนิษฐานให้ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษ ทางอาญาร่วมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลโดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใด อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มี คำวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวทำนอง เดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗มาตรา ๗๔พระราชบัญญัติการประกอบกิจการ โทรคมนาคมพ.ศ. ๒๕๔๔มาตรา ๗๘พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙มาตรา ๒๘/๔และ พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๗๒/๕ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็อันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่มี บทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ วศิน/แก้ไข ๒๐พฤศจิกายน๒๕๕๖ วริญา/เพิ่มเติม ๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ วิชพงษ์/ตรวจ ๒๐กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

附注与脚注

มาตรา ๘๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๘/๑ให้มีสำนักทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนี้ (๑) นักทะเบียนกลาง มีผู้อำนวยการทะเบียนกลางรองผู้อ นวยการทะเบียน กลาง และผู้ช่วยผู้อำนวยการทะเบียนกลาง เป็นนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลาง มีหน้าที่ รับผิดชอบและควบคุ การปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรทั่วราชอาณาจั (๒) สำนักทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยนาย ทะเบียนกรุงเทพมหานครเป็นนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกรุงเทพมหานครมีหน้าที่รับผิดชอบ และควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร (๓) สำนักทะเบียนจังหวัด มีนายทะเบียนจังหวัดและผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดเป็น นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนจังหวัดมีหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียน ราษฎรในเขตจังหวัด (๔) สำนักทะเบียนอำเภอ มีนายทะเบียนอำเภอและผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอเป็น นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนอำเภอ มีหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียน ราษฎรในเขตอำเภอ ๓มาตรา ๖วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ๔มาตรา ๖วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๕มาตรา ๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑ (๕) สำนักทะเบียนท้องถิ่น มีนายทะเบียนท้องถิ่นและผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นเป็น นายทะเบียนประจำสำนัทะเบียนท้องถิ่น มีหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมการปฏิบัติงานการทะเบียน ราษฎรในเขตปกครองท้องถิ่นนั้น ๆ

๘มาตรา ๑๐วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://dep.kpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://dep.kpo.go.th/law/raberb/other/prb%20people%202534%20up2551.pdf20 pp.
File checksum
sha256:4baa07c7627968b2808b238639f7744697c184a93a96e340485d587c34d39f9fPulled at 2026-08-24T07:37:25.451Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证