ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอัน อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนให้ธนาคารแห่ ประเทศไทยมีอำนาจ ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) มีคำสั่งให้สถาบัการเงินแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน
(๒) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุน เพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่มทุนภายในเวลาที่ กำหนดแต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับแจ้งคำสั่ง ถ้าสถาบันการเงินไม่ ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ได้ตามกำหนดให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นนับแต่วันที่ ครบกำหนดในคำสั่ง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อพยุงฐานะและการดำเนินงานของสถาบัน การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุนเพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่ม ทุนทันทีได้ โดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ มิให้นำมาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๒๒๐มาตรา ๑๒๒๒มาตรา ๑๒๒๔มาตรา ๑๒๒๕มาตรา ๑๒๒๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ และมาตรา ๑๓๖วรรคสอง
(๒) มาตรา ๑๓๗มาตรา ๑๓๙และมาตรา ๑๔๑แห่ง พระราชบัญญัติบริัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕มาใช้บังคับกับการลดทุนหรือเพิ่มทุ หรือการเสนอ ขายหุ้นเพิ่มทุน
(๓) มีคำสั่งให้สถาบัการเงินระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการ ชั่วคราวภายในระยะเวลาที่กำหนด
(๔) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการ จัดการคนใดคนหนึ่งหรือทุกคน และแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าไปดำรงตำแหน่งแทนในทันทีตามที่ เห็นสมควรโดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
(๕) มีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงิน หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อรัฐมนตรีเพื่อ ทราบโดยไม่ชักช้า และหากธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่ง
(๕) ให้เสนอ รัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย