พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๒กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นปีที่ ๕๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภาดังต่อไปนี้
本章条文
以列表显示- บทเฉพาะกาล7 条
- Section ๑๖๐
มิให้นำมาตรา ๔๔มาใช้บังคับกับลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุตั้งแต่สิบสาม ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่ถึงสิบห้าปีบริบูรณ์ ที่นายจ้างรับเข้าทำงานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคมพ.ศ. ๒๕๑๕อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- Section ๑๖๑
ให้นายจ้างแจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่ งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีที่ นายจ้างรับเข้าทำงานตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- Section ๑๖๒
ให้คณะกรรมการค่าจ้าง คณะอนุ รรมการและคณะทำงานซึ่งดำรง ตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าจะครบวาระการดำรง ตำแหน่ง
- Section ๑๖๓
การจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตาม บทบัญญัติว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในหมวด ๑๓จะเริ่มดำเนินการเมื่อใดให้ตราเป็นพระราช กฤษฎีกา
- Section ๑๖๔
คำร้องที่ยังไม่ถึงที่สุดหรือคดีที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บังคับตามประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือประกาศกระทรวง แรงงาน*ซึ่งออกตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคมพ.ศ. ๒๕๑๕จนกว่า คำร้องหรือคดีนั้น ๆจะถึงที่สุด
- Section ๑๖๕
ผู้ใดมีสิทธิได้รับค่าจ้างหรือเงินอื่นจากนายจ้างตามประกาศของ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคมพ.ศ. ๒๕๑๕อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงได้รับต่อไป
- Section ๑๖๖
บรรดาประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม ค่าขึ้นทะเบียนการเป็ผู้รับรอง หรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานรายงาน ปีละ ๕,๐๐๐ บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานบทบัญญัติบางประการ จึงไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันประกอบกับข้อกำหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานที่ออก ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวอยู่ในรูปของประกาศกระทรวง อันมีฐานะเป็นกฎหมาย ลำดับรอง จึงมีปัญหาในเรื่องการยอมรับ ดังนั้น เพื่อให้การใช้แรงงานเป็นไปอย่างเป็นธรรม และ เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติต่าง ๆเกี่ยวกับการ ใช้แรงงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การให้อำนาจแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงเพื่อให้ความ คุ้มครองแก่การใช้แรงงานบางประเภทเป็นพิเศษกว่าการใช้แรงงานทั่วไป การห้ามมิให้นายจ้างเลิก จ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ การให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กมีสิทธิลาเพื่อศึกษาอบรมการให้ นายจ้างจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ของลูกจ้างในกรณีที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ การกำหนด เงื่อนไขในการนำหนี้บางประเภทมาหักจากค่ ตอบแทนการทำงานของลูกจ้าง การจัดตั้งกองทุนเพื่อ สงเคราะห์ลูกจ้างหรือบุคคลซึ่งลูกจ้างระบุให้ได้รับประโยชน์หรือในกรณีที่มิได้ระบุ ให้ทายาทได้รับ ประโยชน์จากกองทุนเพื่อสงเคราะห์ลูกจ้ งของลูกจ้างที่ถึงแก่ความตาย ตลอดจนปรับปรุงอัตราโทษ ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ *พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕๖๑ มาตรา ๔๙๖๒ ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ให้แก้ไขคำว่า “กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม” เป็น “กระทรวงแรงงาน”คำว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคม”เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน”คำว่า “ปลัดกระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคม”เป็น “ปลัดกระทรวงแรงงาน”คำว่า “ผู้แทนกรมอนามัย”เป็น “ผู้แทนกรม ควบคุมโรค”และคำว่า “ผู้แทนกรมโยธาธิการ” เป็น “ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มี การตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมนั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วน ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆให้สอดคล้องกับอำนาจ หน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็ไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราช กฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ เพื่อให้ ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้ หาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตาม กฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของ ๖๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่๑๐๒ก/หน้า ๖๖/๘ตุลาคม๒๕๔๕ ๖๒ มาตรา ๔๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอน อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ หน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่ง หรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้ ที่ และเพิ่มผู้แทน ส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วน ราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็การแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑๖๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ ในปัจจุบันและไม่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนิ การเพื่อให้ความคุ้มครองลูกจ้าง สมควรแก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือความเสียหายในการทำงาน กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้าง มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงนำเวลา ทำงานปกติส่วนที่ไม่ครบแปดชั่วโมงไปรวมกับเวลาทำงานปกติในวันอื่นได้ซึ่งต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมง กำหนดให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีอำนาจออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชยพิเศษหรือ ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในกรณีที่มีการย้ายสถานประกอบกิจการ และกำหนดให้ นายจ้างยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานรวมทั้งเพิ่มเติมบทกำหนดโทษให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เพื่อให้การคุ้มครองลูกจ้างมีประสิทธิภาพและให้ลูกจ้าง ได้รับความคุ้ ครองมากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑๖๔ มาตรา ๑๐ บรรดาระเบียบประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในมาตรา ๗๙ มาตรา ๘๔และมาตรา ๘๘แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบ ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามมาตรา ๗๙มาตรา ๘๔และมาตรา ๘๘แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติในหมวด ๖แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน จึงควรแก้ไข เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้าง โดยเพิ่มอำนาจในการกำหนดอัตราค่าจ้างตาม มาตรฐานฝีมือและอำนาจในการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการค่าจ้าง กำหนดให้คณะกรรมการ ค่าจ้างเสนออัตราค่าจ้างที่กำหนดต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รวมทั้ง กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการค่ จ้ งมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาระบบค่าจ้างและ ๖๓ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๓๙ก/หน้า ๔/๒๗กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ๖๔ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๒๕/ตอน๓๙ก/หน้า ๑๘/๒๗กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ รายได้ของประเทศเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างและติดตามประเมินผลแผนพัฒนาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าจ้างของคณะกรรมการค่าจ้างมีประสิทธิภาพและเป็ธรรมต่อลูกจ้าง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑๖๕ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔และมาตรา ๑๔๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕บัญญัติให้โอนกิจการบริหาร และอำนาจหน้าที่ของสำนักรัฐวิสาหกิจและหลัทรัพย์ของรัฐ กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลัง ไปเป็น ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง และโอนกิจการบริหารและ อำนาจหน้าที่ของกองอาชีวอนามัย กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขไปเป็นของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขแต่เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจ หน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕มิได้แก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วน ราชการดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙และมาตรา ๙๔แห่งพระราชกฤษฎีกาแก้ไข บทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕เพื่อให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกฤษฎีกานี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๓๖๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการตรากฎหมายว่าด้วย ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกำหนดการดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล และบริหารจัดการ ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานไว้ เป็นการเฉพาะประกอบกับเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีเอกภาพสมควรยกเลิกบทบัญญัติ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนด โทษให้สอดคล้องกับการยกเลิกบทบัญญัติดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ปรีดาภรณ์/แก้ไข พลัฐวัษ/ตรวจ ๒๘มกราคม๒๕๕๖ ๖๕ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่๑๓๗ก/หน้า ๒๒/๓๐ธันวาคม๒๕๕๑ ๖๖ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๒๘/ตอนที่ ๔ก/หน้า ๑/๑๗มกราคม๒๕๕๔
附注与脚注
๒๑มาตรา ๗๕แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๑
๒๗มาตรา ๘๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๘มาตรา ๘๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๙มาตรา ๙๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๓๐มาตรา ๙๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๑๔๔๕๐ นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕มาตรา ๒๖มาตรา ๓๗มาตรา ๓๘มาตรา ๓๙มาตรา ๓๙/๑มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑ มาตรา ๖๑มาตรา ๖๒มาตรา ๖๓มาตรา ๖๔มาตรา ๖๗มาตรา ๗๐มาตรา ๗๑มาตรา ๗๒ มาตรา ๗๖มาตรา ๙๐วรรคหนึ่ง กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙๕มาตรา ๑๑๘วรรคหนึ่ง ไม่จ่าย ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา ๑๒๐มาตรา ๑๒๑หรือ มาตรา ๑๒๒ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ๕๑ ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๗มาตรา ๓๘มาตรา ๓๙ มาตรา ๓๙/๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙หรือมาตรา ๕๐เป็เหตุให้ลูกจ้าง ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A.%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2541_1.pdf44 pp.
- File checksum
- sha256:515f13fbb661ee0b294056cdc0cf0ff9459cb4c096308f05585755d15609f69aPulled at 2026-08-24T04:58:31.180Z
- Text extraction
- pdftotext -layout通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证