พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ.สิทธิบัตร(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๓๕ และพ.ร.บ.สิทธิบัตร(ฉบับที่๓)พ.ศ.๒๕๔๒ ภูมิพลอดุลยเดชป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๑มีนาคมพ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์และการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้
本章条文
以列表显示- หมวด ๒ สิทธิบัตรการประดิษฐ์
- ส่วนที่๑ การขอรับสิทธิบัตร20 条
- Section ๕
ภายใต้บังคับมาตรา ๙การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย ลักษณะดังต่อไปนี้ (๑)เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (๒)เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและ (๓)เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม
- Section ๖
การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว งานที่ปรากฏอยู่แล้วให้หมายความถึงการประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ด้วย (๑)การประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๒)การประดิษฐ์ที่ได้มีการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตรและไม่ว่าการเปิดเผยนั้น จะกระทำโดยเอกสารสิ่งพิมพ์ การนำออกแสดงหรือการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยประการใดๆ (๓)การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรแล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๔)การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา เกินสิบแปดเดือนก่อนวันขอรับสิทธิบัตรแต่ยังมิได้มีการออกสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรให้ (๕)การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วไม่ว่าในหรือนอก ราชอาณาจักรและได้ประกาศโฆษณาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร การเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลมาจากการกระทำอันมิชอบ ด้วยกฎหมายหรือการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดโดยผู้ประดิษฐ์รวมทั้งการแสดงผลงาน ของผู้ประดิษฐ์ในงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศหรือในงานแสดงต่อสาธารณชนของทางราชการ และการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดดังกล่าวได้กระทำภายในสิบสองเดือนก่อนที่จะมีการ ขอรับสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดตาม(๒)
- Section ๗
การประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์ โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น
- Section ๘
การประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรมได้แก่การประดิษฐ์ที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตทางอุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมเกษตรกรรมและพาณิช ยกรรม
- Section ๙
การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ (๑)จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติสัตว์พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช (๒)กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (๓)ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ (๔)วิธีการวินิจฉัยบำบัดหรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์ (๕)การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอนามัยหรือสวัสดิภาพของ ประชาชน
- Section ๑๐
ผู้ประดิษฐ์เป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตรและมีสิทธิที่จะได้รับการระบุชื่อว่าเป็นผู้ ประดิษฐ์ในสิทธิบัตรสิทธิขอรับสิทธิบัตรย่อมโอนและรับมรดกกันได้ การโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน
- Section ๑๑
สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ซึ่งลูกจ้างได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยการ ทำงานตามสัญญาจ้างหรือโดยสัญญาจ้างที่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการประดิษฐ์ย่อมตกได้แก่นายจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้างที่ทำการประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยการใช้ วิธีการสถิติหรือรายงานซึ่งลูกจ้างสามารถใช้หรือล่วงรู้ได้เพราะการเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างนั้น แม้ว่าสัญญาจ้างจะมิได้เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์
- Section ๑๒
เพื่อส่งเสริมให้มีการประดิษฐ์และเพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างในกรณีที่การ ประดิษฐ์ของลูกจ้างตามมาตรา ๑๑วรรคหนึ่งถ้านายจ้างได้รับประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือนำ สิ่งประดิษฐ์นั้นไปใช้ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษจากนายจ้างนอกเหนือจากค่าจ้างตามปกติ ได้ ให้ลูกจ้างที่ทำการประดิษฐ์ตามมาตรา ๑๑วรรคสองมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษจาก นายจ้าง สิทธิที่จะได้รับบำเหน็จพิเศษจะถูกตัดโดยสัญญาจ้างหาได้ไม่ การขอรับสิทธิตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ยื่นต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวงและให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดบำเหน็จพิเศษให้แก่ลูกจ้างตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงค่าจ้างความสำคัญในการประดิษฐ์ประโยชน์ที่นายจ้างได้รับหรือจะได้รับจากการ ประดิษฐ์ดังกล่าวและเงื่อนไขอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๓
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการประดิษฐ์ของข้าราชการหรือพนักงาน องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ถือว่าข้าราชการหรือพนักงานองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจมี สิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างตามความในมาตรา ๑๒เว้นแต่ระเบียบของทางราชการหรือองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจนั้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- Section ๑๔
บุคคลซึ่งจะขอรับสิทธิบัตรได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑)มีสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (๒)มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (๓)มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่ง ใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยขอรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นได้ (๔)มีภูมิลำเนา หรืออยู่ในระหว่างการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่าง แท้จริงและจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่าง ประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
- Section ๑๕
ถ้ามีบุคคลหลายคนทำการประดิษฐ์ร่วมกันบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิขอรับ สิทธิบัตรร่วมกัน ในกรณีผู้ประดิษฐ์ร่วมคนใดไม่ยอมร่วมขอรับสิทธิบัตรหรือติดต่อไม่ได้หรือไม่มีสิทธิขอรับ สิทธิบัตรผู้ประดิษฐ์คนอื่นจะขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่ได้ทำร่วมกันนั้นในนามของ ตนเองก็ได้ ผู้ประดิษฐ์ร่วมซึ่งไม่ได้ร่วมขอรับสิทธิบัตรจะขอเข้าเป็นผู้ร่วมขอรับสิทธิบัตรเมื่อใดก็ได้ก่อนมีการ ออกสิทธิบัตรเมื่อได้รับคำขอแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนไปยังผู้ขอรับ สิทธิบัตรในการนี้ให้ส่งสำเนาคำขอไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วมขอรับสิทธิบัตรคนอื่นด้วย ในการสอบสวนตามวรรคสามพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วม ขอรับสิทธิบัตรมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการสอบสวนและอธิบดีได้วินิจฉัยแล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วม ขอรับสิทธิบัตร
- Section ๑๖
ในกรณีบุคคลหลายคนต่างทำการประดิษฐ์อย่างเดียวกันโดยไม่ได้ร่วมกันให้ บุคคลซึ่งได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้ก่อนเป็นผู้มีสิทธิรับสิทธิบัตรถ้ายื่นคำขอรับสิทธิบัตรในวัน เดียวกันให้ทำความตกลงกันว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้เดียวหรือให้มีสิทธิร่วมกันถ้าตกลงกัน ไม่ได้ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดให้คู่กรณีนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้น ระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นละ ทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๑๗
การขอรับสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวง คำขอรับสิทธิบัตรให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑)ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ (๒)ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ (๓)รายละเอียดการประดิษฐ์ที่มีข้อความสมบูรณ์รัดกุมและชัดแจ้งอันจะทำให้ผู้มีความ ชำนาญในระดับสามัญในศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องสามารถทำและปฏิบัติการตามการ ประดิษฐ์นั้นได้และต้องระบุวิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีท่ีสุดที่ผู้ประดิษฐ์จะพึงทราบได้ (๔)ข้อถือสิทธิโดยชัดแจ้ง (๕)รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งความตกลงหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสิทธิบัตรหากคำขอรับสิทธิบัตรเป็นไปตามที่กำหนดในความตกลงหรือความร่วมมือ ระหว่างประเทศดังกล่าวให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอรับสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๘
คำขอรับสิทธิบัตรแต่ละฉบับให้ขอได้เฉพาะการประดิษฐ์อย่างเดียวคำขอรับ สิทธิบัตรเพื่อการประดิษฐ์หลายอย่างในคำขอฉบับเดียวกันจะกระทำได้ต่อเมื่อการประดิษฐ์หลาย อย่างนั้นมีความเกี่ยวพันอันอาจถือได้ว่าเป็นการประดิษฐ์อย่างเดียวกัน
- Section ๑๙
บุคคลใดแสดงการประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์ในงานแสดงต่อสาธารณชนซึ่ง หน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดหรืออนุญาตให้มีขึ้นในราชอาณาจักรถ้าได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับ การประดิษฐ์นั้นภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเปิดงานแสดงต่อสาธารณชนให้ถือว่าได้ยื่นคำขอ นั้นในวันเปิดงานแสดงนั้น
- Section ๑๙ ทวิ
บุคคลตามมาตรา ๑๔ที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ไว้ นอกราชอาณาจักรถ้ายื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นในราชอาณาจักรภายในสิบสอง เดือนนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกบุคคลนั้นจะขอให้ระบุว่า วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักรก็ได้
- Section ๒๐
ผู้ขอรับสิทธิบัตรอาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับสิทธิบัตรได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวงแต่การแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องไม่เป็นการเพิ่มเติมสาระสำคัญของ การประดิษฐ์
- Section ๒๑
ห้ามมิให้เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการขอรับสิทธิบัตรเปิดเผยรายละเอียด การประดิษฐ์หรือยอมให้บุคคลใดตรวจหรือคัดสำเนารายละเอียดการประดิษฐ์ไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ก่อนมีการประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับ สิทธิบัตร
- Section ๒๒
ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งรู้อยู่ว่าการประดิษฐ์นั้นได้มีผู้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้ แล้วเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์ไม่ว่าโดยวิธีใดๆหรือกระทำโดยประการอื่นที่อาจจะ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรก่อนมีการประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘เว้นแต่จะ ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับสิทธิบัตร
- Section ๒๓
ในกรณีอธิบดีเห็นว่าการประดิษฐ์ตามคำขอรับสิทธิบัตรใดเป็นการประดิษฐ์ที่ ต้องรักษาไว้เป็นความลับเพื่อประโยชน์แก่ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรอธิบดีมีอำนาจสั่งให้ ปกปิดสาระสำคัญและรายละเอียดการประดิษฐ์นั้นไว้เป็นความลับจนกว่าจะสั่งเป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้บุคคลใดรวมทั้งผู้ขอรับสิทธิบัตรเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดการประดิษฐ์โดย รู้อยู่ว่าอธิบดีได้สั่งให้ปกปิดไว้เป็นความลับตามวรรคหนึ่งเว้นแต่จะมีอำนาจทำได้โดยชอบด้วย กฎหมาย
- ส่วนที่๒ การออกสิทธิบัตร9 条
- Section ๒๔
ในการออกสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการ ตรวจสอบดังนี้ (๑)ตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๗ (๒)ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาออกสิทธิบัตรอธิบดีอาจขอให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือองค์การของรัฐหรือสำนักงานหรือองค์การสิทธิบัตรของรัฐต่างประเทศ หรือระหว่างประเทศตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕มาตรา ๖มาตรา ๗มาตรา ๘และ มาตรา ๙หรือรายละเอียดการประดิษฐ์ตามมาตรา ๑๗(๓)ตามคำขอรับสิทธิบัตรได้และอธิบดีอาจ ให้ถือว่าการปฏิบัติงานในการตรวจสอบนั้นเป็นการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ มาตรา ๒๖ในการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอรับ สิทธิบัตรใดมีการประดิษฐ์หลายอย่างที่ไม่มีความเกี่ยวพันกันจนอาจถือได้ว่าเป็นการประดิษฐ์อย่าง เดียวกันให้แจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแยกคำขอสำหรับการประดิษฐ์แต่ละอย่าง ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้แยก ตามวรรคหนึ่งภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถือว่าได้ยื่นคำ ขอนั้นในวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรครั้งแรก การแยกคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ขอรับสิทธิบัตร จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่ออธิบดีภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันเมื่ออธิบดีได้วินิจฉัยและมี คำสั่งแล้ว ให้คำสั่งของอธิบดีเป็นที่สุด
- Section ๒๗
ในการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอรับ สิทธิบัตรมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วนอกราชอาณาจักรให้ผู้ขอรับ สิทธิบัตรส่งผลการตรวจสอบการประดิษฐ์หรือรายละเอียดการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรส่งเอกสารนั้นพร้อม ด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งหรือไม่ส่ง เอกสารตามวรรคสองภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตรเว้นแต่ในกรณี ที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร
- Section ๒๘
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายงานการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรต่ออธิบดี แล้ว (๑)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ถูกต้องตามมาตรา ๑๗หรือการประดิษฐ์ นั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๙ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรนั้นและให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือโดย วิธีการอื่นที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง (๒)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรถูกต้องตามมาตรา ๑๗และการประดิษฐ์นั้น ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๙ให้อธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรนั้นทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวงและก่อนการประกาศโฆษณาให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขอรับสิทธิบัตรโดยวิธีการที่อธิบดีกำหนดหรือโดยมีหนังสือแจ้งโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับเพื่อให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาหากผู้ขอรับ สิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือ ได้รับหนังสือแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้ง ผู้ขอรับสิทธิบัตรโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอีกครั้งหนึ่งและหากผู้ขอรับสิทธิบัตรยังไม่ ชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวอีก ให้ถือว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๒๙
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องยื่นคำขอให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕ภายในห้าปีนับแต่วัน ประกาศโฆษณาในกรณีที่มีการคัดค้านและมีการอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๓๓และ มาตรา ๓๔ให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คำวินิจฉัยชี้ขาดถึงที่สุดแล้วแต่ระยะเวลาใดจะ สิ้นสุดลงทีหลังถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำขอภายในเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับ สิทธิบัตร ในกรณีที่อธิบดีขอให้ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐหรือองค์การของรัฐหรือสำนักงาน หรือองค์การสิทธิบัตรของรัฐต่างประเทศหรือระหว่างประเทศตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา ๒๕ถ้ามีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการประดิษฐ์นั้นให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าใช้จ่ายนั้นต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบถ้าผู้ขอรับ สิทธิบัตรไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๓๐
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วถ้าปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับ สิทธิบัตรและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรรวมทั้งผู้คัดค้านในกรณีที่มีการ คัดค้านตามมาตรา ๓๑และให้ประกาศโฆษณาคำสั่งนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๓๑
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วบุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิรับ สิทธิบัตรดีกว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรใดไม่ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙ มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔จะยื่นคำคัดค้านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ต้องยื่นภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้ส่งสำเนาคำคัดค้านไปยังผู้ขอรับ สิทธิบัตรให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำโต้แย้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้รับ สำเนาคำคัดค้านถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำโต้แย้งให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร คำคัดค้านและคำโต้แย้งให้ยื่นพร้อมทั้งแสดงหลักฐาน
- Section ๓๒
ในการพิจารณาคำคัดค้านและคำโต้แย้งผู้คัดค้าน หรือผู้โต้แย้งจะนำ พยานหลักฐานมาแสดงหรือแถลงหรือแถลงเพิ่มเติมก็ได้ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด เมื่ออธิบดีได้วินิจฉัยและมีคำสั่งตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยและคำสั่งไป ยังผู้คัดค้านและผู้โต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผล มาตรา ๓๓เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ตาม มาตรา ๒๙และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบตามมาตรา ๒๔แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำรายงานการตรวจสอบเสนออธิบดี เมื่ออธิบดีพิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุขัดข้องในการออกสิทธิบัตรและเป็นกรณีที่ไม่มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๑หรือในกรณีที่ มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๑แต่อธิบดีได้วินิจฉัยว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นผู้มีสิทธิ ให้อธิบดีสั่งให้รับ จดทะเบียนการประดิษฐ์และออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้ง ให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าธรรมเนียมการออกสิทธิบัตรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ชำระค่าธรรมเนียมตามวรรคสองแล้วให้จดทะเบียนการประดิษฐ์ และออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมแต่ ต้องไม่ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๗๒ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายใน ระยะเวลาตามวรรคสองให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร สิทธิบัตรให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๓๔
ในกรณีที่มีผู้คัดค้านตามมาตรา ๓๑และอธิบดีได้วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มี สิทธิรับสิทธิบัตรให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรมิได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีหรือได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดี และคณะกรรมการหรือศาลได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วถ้าผู้คัดค้านได้ยื่นคำขอรับ สิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันมีคำสั่งของอธิบดีหรือนับ แต่วันที่คณะกรรมการหรือศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่กรณีให้ถือว่าผู้คัดค้านได้ยื่น คำขอนั้นในวันเดียวกับวันที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำขอรับสิทธิบัตรและให้ถือว่าการประกาศ โฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรของผู้ถูกคัดค้านตามมาตรา ๒๘เป็นประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร ของผู้คัดค้านด้วยในกรณีเช่นนี้ผู้ใดจะยื่นคำคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรของผู้คัดค้านเพราะเหตุตนมี สิทธิดีกว่านั้นไม่ได้ ในการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้คัดค้านนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบคำขอรับ สิทธิบัตรและตรวจสอบการประดิษฐ์ของผู้คัดค้านตามมาตรา ๒๔และให้นำมาตรา ๒๙มาใช้ บังคับแก่ผู้คัดค้านด้วย
- ส่วนที่๓ สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร9 条
- Section ๓๕
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ให้มีอายุยี่สิบปีนับแต่วันขอรับสิทธิบัตรใน ราชอาณาจักรในกรณีที่มีการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๑๖มาตรา ๗๔หรือมาตรา ๗๗ฉมิให้ นับระยะเวลาในระหว่างการดำเนินคดีดังกล่าวเป็นอายุของสิทธิบัตรนั้น มาตรา ๓๕ทวิการกระทำที่ขัดต่อมาตรา ๓๖ก่อนวันออกสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรเว้นแต่จะเป็นการกระทำต่อการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรและได้มี การประกาศโฆษณาคำขอดังกล่าวตามมาตรา ๒๘แล้วโดยบุคคลผู้กระทำรู้ว่าการประดิษฐ์นั้นได้ มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วหรือได้รับคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการประดิษฐ์นั้นได้มี การยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วในกรณีเช่นนี้ผู้ขอรับสิทธิบัตรมีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากบุคคล ผู้ฝ่าฝืนสิทธินั้น การเรียกค่าเสียหายดังกล่าวให้ยื่นฟ้องต่อศาลหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตร ให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว
- Section ๓๖
ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (๑)ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์สิทธิในการผลิตใช้ขายมีไว้เพื่อขายเสนอขายหรือนำเข้า มาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร (๒)ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธีสิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรผลิตใช้ขายมีไว้เพื่อ ขายเสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ (๑)การกระทำใดๆเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทดลองหรือวิจัยทั้งนี้ ต้องไม่ขัด ต่อการใช้ประโยชน์ตามปกติของผู้ทรงสิทธิบัตรและไม่ทำให้เสื่อมเสียต่อประโยชน์อันชอบธรรม ของผู้ทรงสิทธิบัตรเกินสมควร (๒)การผลิตผลิตภัณฑ์หรือใช้กรรมวิธีดังที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้จดทะเบียนไว้ซึ่งผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์หรือผู้ใช้กรรมวิธีดังกล่าวได้ประกอบกิจการหรือมีเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประกอบ กิจการดังกล่าวโดยสุจริตก่อนวันยื่นขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักรโดยผู้ผลิตหรือผู้ใช้กรรมวิธี ไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ถึงการจดทะเบียนนั้นทั้งนี้ โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๙ทวิ (๓)การเตรียมยาเฉพาะรายตามใบสั่งแพทย์โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ ประกอบโรคศิลปะรวมทั้งการกระทำต่อผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าว (๔)การกระทำใดๆเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนยาโดยผู้ขอมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิต จำหน่ายหรือนำเข้าซึ่งผลิตภัณฑ์ยาตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรดังกล่าวสิ้นอายุลง (๕)การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับตัวเรือเครื่องจักรหรือ อุปกรณ์อื่นของเรือของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ การคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยในกรณีที่เรือดังกล่าวได้เข้ามาใน ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือโดยอุบัติเหตุและจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับเรือนั้น (๖)การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการสร้างการทำงาน หรืออุปกรณ์อื่นของอากาศยานหรือยานพาหนะของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตก ลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยในกรณีที่อากาศ ยานหรือยานพาหนะดังกล่าวได้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือโดยอุบัติเหตุ (๗)การใช้ขายมีไว้เพื่อขายเสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณา-จักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตาม สิทธิบัตรหากผู้ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาตหรือยินยอมให้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว
- Section ๓๖ ทวิ
สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๖ในการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรมี ขอบเขตดังระบุในข้อถือสิทธิในการวินิจฉัยขอบเขตของการประดิษฐ์ตามข้อถือสิทธิให้พิจารณา ลักษณะของการประดิษฐ์ที่ระบุในรายละเอียดการประดิษฐ์และรูปเขียนประกอบด้วย ขอบเขตของการประดิษฐ์ที่ได้รับความคุ้มครองย่อมคลุมถึงลักษณะของการประดิษฐ์ที่แม้จะมิได้ ระบุในข้อถือสิทธิโดยเฉพาะเจาะจงแต่เป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติประโยชน์ใช้สอยและทำให้เกิดผล ทำนองเดียวกับลักษณะของการประดิษฐ์ที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิตามความเห็นของบุคคลที่มีความ ชำนาญในระดับสามัญในศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์นั้น
- Section ๓๗
ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิใช้คำว่า“สิทธิบัตรไทย”หรืออักษรสบท.หรืออักษร ต่างประเทศที่มีความหมายเช่นเดียวกันให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของ ผลิตภัณฑ์หรือในการโฆษณาการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตร การใช้คำหรืออักษรตามวรรคหนึ่งต้องระบุหมายเลขสิทธิบัตรไว้ด้วย
- Section ๓๘
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตนตามมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗หรือจะโอนสิทธิบัตรให้แก่บุคคลอื่นก็ได้
- Section ๓๙
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๘นั้น (๑)ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการ จำกัดการแข่งขันโดยไม่ชอบธรรมไม่ได้เงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็น การจำกัดการแข่งขันโดยไม่ชอบธรรมตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรชำระค่าตอบแทน สำหรับการใช้การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรหมดอายุตามมาตรา ๓๕ไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรานี้เป็น โมฆะ
- Section ๔๐
ภายใต้บังคับมาตรา ๔๒ในกรณีที่มีผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมกันถ้ามิได้ตกลงกันไว้ เป็นอย่างอื่นผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมแต่ละคนมีสิทธิใช้สิทธิตามมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗โดยไม่ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมคนอื่นแต่การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรือ การโอนสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมทุกคน
- Section ๔๑
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและการโอนสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘ต้อง ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนด โดยกฎกระทรวง ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าข้อความใดในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรขัดต่อบทบัญญัติแห่ง มาตรา ๓๙ให้อธิบดีเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยว่าสัญญานั้นขัด ต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๙ให้อธิบดีสั่งไม่รับจดทะเบียนสัญญานั้นเว้นแต่คู่สัญญาจะมีเจตนาให้ ส่วนที่สมบูรณ์แห่งสัญญานั้นแยกจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ในกรณีนั้นอธิบดีจะสั่งรับจดทะเบียน สัญญาบางส่วนก็ได้ (ความในวรรคสามถูกยกเลิก)
- Section ๔๒
การขอจดทะเบียนการรับโอนสิทธิบัตรโดยทางมรดกให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- ส่วนที่๔ การชำระค่าธรรมเนียมรายปี2 条
- Section ๔๓
ผู้ทรงสิทธิบัตรต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเริ่มแต่ ปีที่ห้าของอายุสิทธิบัตรและต้องชำระภายในหกสิบวันนับแต่วันเริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ห้านั้น และของทุกๆปีต่อไป ถ้าสิทธิบัตรออกภายหลังวันเริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ห้าแห่งอายุสิทธิบัตรการชำระค่าธรรมเนียม รายปีสำหรับปีที่ห้าถึงปีที่ออกสิทธิบัตรให้ชำระภายในหกสิบวันนับแต่วันออกสิทธิบัตร ถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรค สองต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละสามสิบของเงินค่าธรรมเนียมรายปีโดยต้องชำระ ค่าธรรมเนียมรายปีพร้อมทั้งค่าธรรมเนียมเพิ่มภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลา ชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคสามแล้วถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรยังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมเพิ่มให้อธิบดีทำรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรนั้น ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิบัตรร้องขอต่อคณะกรรมการภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบ คำสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรว่ามีเหตุจำเป็นไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมเพิ่มภายใน กำหนดเวลาตามวรรคสามได้คณะกรรมการอาจขยายกำหนดเวลาหรือเพิกถอนคำสั่งเพิกถอน สิทธิบัตรนั้นตามที่เห็นสมควรก็ได้
- Section ๔๔
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอชำระค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าโดยชำระทั้งหมดในคราวเดียว แทนการชำระค่าธรรมเนียมเป็นรายปีก็ได้ ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้ชำระค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าไปแล้วแต่ได้มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียมรายปีหรือผู้ทรงสิทธิบัตรขอคืนสิทธิบัตรหรือมีการเพิกถอนสิทธิบัตรนั้นผู้ ทรงสิทธิบัตรไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่มเติมหรือไม่มีสิทธิได้รับคืนค่าธรรมเนียมรายปีที่ ได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้วนั้น
- ส่วนที่๕9 条
- Section ๔๖
เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันออกสิทธิบัตรหรือสี่ปีนับแต่วันยื่นขอรับ สิทธิบัตรแล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงทีหลังบุคคลอื่นจะยื่นคำขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้นต่อ อธิบดีก็ได้ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ยื่นคำขอมีพฤติการณ์แสดงว่าผู้ทรงสิทธิบัตรไม่ใช้สิทธิโดยชอบ ดังต่อไปนี้ (๑)ไม่มีการผลิตผลิตภัณฑ์หรือไม่มีการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรภายในราชอาณาจักรโดย ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือ (๒)ไม่มีการขายผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรหรือมี การขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในราคาสูงเกินควรหรือไม่พอสนองความต้องการของประชาชนภายใน ราชอาณาจักรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตาม(๑)หรือ(๒)ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าผู้ขอได้พยายามขอ อนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรงสิทธิบัตรโดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอ ตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๖ ทวิ
ยกเลิกทั้งมาตรา
- Section ๔๗
ถ้าการใช้สิทธิตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรใดอาจมีผลเป็นการละเมิดข้อถือ สิทธิในสิทธิบัตรอื่นผู้ทรงสิทธิบัตรซึ่งประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวจะยื่นคำขอใช้สิทธิตาม สิทธิบัตรอื่นต่ออธิบดีก็ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)การประดิษฐ์ของผู้ขอใช้สิทธิเป็นการประดิษฐ์ที่มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญทาง เทคโนโลยีซึ่งเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่ขอใช้ (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของผู้ขอใช้สิทธิภายใต้เงื่อนไขที่ เหมาะสมในการขอใช้สิทธินั้น (๓)ผู้ขอใช้สิทธิไม่อาจโอนการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่จะเป็นการโอนไป พร้อมกับสิทธิบัตรของตน ทั้งนี้ ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าได้พยายามขออนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรง สิทธิบัตรนั้นโดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่ สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๗ ทวิ
ถ้าการใช้สิทธิตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามมาตรา ๔๖อาจ มีผลเป็นการละเมิดข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรของบุคคลอื่นอีกผู้ขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖จะยื่นคำขอ ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรอื่นนั้นต่ออธิบดีก็ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)การประดิษฐ์ของผู้ขอใช้สิทธิเป็นการประดิษฐ์ที่มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญทาง เทคโนโลยีซึ่งเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่ขอใช้ (๒)ผู้ขอใช้สิทธิไม่อาจโอนการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าได้พยายามขออนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรงสิทธิบัตรนั้น โดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่สามารถตกลง กันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๘
ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗และมาตรา ๔๗ทวิ สำหรับผู้ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียวให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘มีสิทธิ ได้รับค่าตอบแทนในการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิได้ในกรณีนี้ผู้ ทรงสิทธิบัตรไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน
- Section ๔๙
ในการยื่นคำขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิผู้ขอใช้ สิทธิต้องเสนอค่าตอบแทนเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรง สิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองพร้อมกับคำ ขอใช้สิทธิสำหรับกรณีการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๗ผู้ขอใช้สิทธิต้องยินยอมอนุญาตให้ผู้ทรง สิทธิบัตรที่ตนขอใช้สิทธิเป็นผู้มีสิทธิใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตนเป็นการตอบแทนด้วย เมื่อได้รับคำขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิแล้วให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนคำขอไปยังผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองในการนี้ให้ส่งสำเนาคำขอไปยังผู้ทรงสิทธิบัตร และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองด้วย ในการสอบสวนตามวรรคสองพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรหรือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองมาให้ถ้อยคำชี้แจงให้ส่ง เอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนและอธิบดีได้วินิจฉัย แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรง สิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสอง คำวินิจฉัยของอธิบดีตามวรรคสามคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น
- Section ๕๐
เมื่ออธิบดีวินิจฉัยว่าผู้ขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิ เป็นผู้สมควรได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรได้ให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทนเงื่อนไขใน การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของ ผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองตามที่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตได้ตกลงกันและ ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิดังกล่าวตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควร ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)ขอบเขตและระยะเวลาที่อนุญาตต้องไม่เกินกว่าพฤติการณ์อันจำเป็น (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิที่จะอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตน ด้วยก็ได้ (๓)ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่จะโอนกิจการหรือ ชื่อเสียงในทางการค้าโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธินั้นด้วย (๔)การอนุญาตจะต้องมุ่งสนองความต้องการของประชาชนภายในราชอาณาจักรเป็น สำคัญ (๕)ค่าตอบแทนที่กำหนดจะต้องเพียงพอต่อพฤติการณ์แห่งกรณี เมื่ออธิบดีได้กำหนดค่าตอบแทนเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิดังกล่าว แล้วให้อธิบดีสั่งให้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้น คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่งคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น การออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรตามวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๕๐ทวิใบอนุญาตให้ใช้สิทธิที่ออกให้ด้วยเหตุตามมาตรา ๔๖อาจยกเลิกได้หาก ปรากฏว่าเหตุแห่งการอนุญาตได้หมดสิ้นไปและไม่อาจเกิดขึ้นได้อีกและการยกเลิกดังกล่าวจะไม่ กระทบกระเทือนสิทธิหรือผลประโยชน์ที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิได้รับตามใบอนุญาตให้ใช้สิทธิ นั้น การขอให้ยกเลิกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวงและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙วรรคสองและวรรคสามและมาตรา ๕๐มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
- Section ๕๑
เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณูปโภคหรือการอันจำเป็น ในการป้องกันประเทศหรือการสงวนรักษาหรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม หรือป้องกันหรือบรรเทำการขาดแคลนอาหารยาหรือสิ่งอุปโภคบริโภคอย่างอื่นอย่างรุนแรงหรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นกระทรวงทบวงกรมอาจใช้สิทธิตามสิทธิบัตรอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา ๓๖โดยกระทำการดังกล่าวเองหรือให้บุคคลอื่นกระทำแทนในการใช้สิทธิดังกล่าว กระทรวงทบวงกรมจะต้องเสียค่าตอบแทนแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองและจะต้องแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตรทราบเป็นหนังสือโดยไม่ ชักช้าทั้งนี้ โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับเงื่อนไขมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗และมาตรา ๔๗ทวิ ในการนี้ให้ยื่นคำขอเสนอค่าตอบแทนและเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรต่ออธิบดี การกำหนดค่าตอบแทนให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างกระทรวงทบวงกรมซึ่งประสงค์ใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตรกับผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและให้นำ มาตรา ๕๐มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๕๒
ในภาวะสงครามหรือในภาวะฉุกเฉินนายกรัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจ ออกคำสั่งใช้สิทธิตามสิทธิบัตรใดๆก็ได้เพื่อการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศและรักษาความ มั่นคงแห่งชาติโดยเสียค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรและต้องแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตร ทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้า ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหรือจำนวนค่าตอบแทนต่อศาลภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น
- ส่วนที่๖ การคืนสิทธิบัตรการเลิกข้อถือสิทธิและการเพิกถอนสิทธิบัตร3 条
- Section ๕๓
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอคืนสิทธิบัตรหรือเลิกข้อถือสิทธิบางข้อก็ได้โดยทำตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง การขอคืนสิทธิบัตรหรือเลิกข้อถือสิทธิบางข้อตามวรรคหนึ่งถ้ามีผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมทุกคนหรือถ้ามีการอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตาม สิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘มาตรา ๔๕มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิต้องได้รับความ ยินยอมจากบุคคลนั้นด้วย
- Section ๕๔
สิทธิบัตรใดได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔ให้ถือว่าสิทธิบัตรนั้นไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่งบุคคลใดจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการจะฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรนั้นก็ได้
- Section ๕๕
อธิบดีอาจขอให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ในกรณีที่มีการออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรใดตามมาตรา ๕๐แล้วปรากฏ ว่าเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตดังกล่าวผู้ทรงสิทธิบัตรผู้รับอนุญาต จากผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรมิได้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ หรือไม่มีการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรนั้นในราชอาณาจักรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือในขณะ นั้นไม่มีผู้ใดขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหรือผลิตภัณฑ์ที่ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรนั้นหรือมีการขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในราคาสูงเกินควรและ อธิบดีเห็นว่ามีเหตุอันควรที่จะเพิกถอนสิทธิบัตรดังกล่าว (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ ก่อนการขอให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรให้อธิบดีมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และแจ้งคำสั่งให้ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรทราบเพื่อยื่นคำแถลง แสดงเหตุผลของตนการยื่นคำแถลงดังกล่าวต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง อธิบดีจะเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่ออธิบดีได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรให้เพิกถอนสิทธิบัตร ให้อธิบดีทำรายงานการสอบสวนเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตร
- ส่วนที่๗ (ถูกยกเลิก)
附注与脚注
การใช้สิทธิตามสิทธิบัตร มาตรา ๔๕ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอให้บันทึกคำยินยอมให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตร ของตนลงในทะเบียนสิทธิบัตรตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได้ เมื่อได้บันทึกคำยินยอมลงในทะเบียนสิทธิบัตรแล้วและมีผู้มาขอใช้สิทธิบัตรนั้นให้อธิบดีอนุญาต ให้บุคคลซึ่งขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้นใช้สิทธิบัตรได้ตามเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิและค่าตอบแทน ในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรที่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรตกลงกันหากทั้งสอง ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดให้อธิบดีกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิและ ค่าตอบแทนตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควร คำวินิจฉัยของอธิบดีตามวรรคสองคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด การขอใช้สิทธิและการอนุญาตตามวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้มีการบันทึกคำยินยอมตามวรรคหนึ่งให้ลดค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรนั้น ลงตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมรายปี
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2522.pdf30 pp.
- File checksum
- sha256:4e9d18d077e79eb9ad802b4473e42c0ac33cd1da764a62770c13169a6d665b59Pulled at 2026-08-24T07:53:29.216Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证