法律数据集

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

Consolidated edition — not the text as first promulgated2522171 条23 章สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)原始 PDF · 45 页
这是哪个版本

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

本法目录

Preamble

พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๘มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

本章条文

以列表显示
  1. ลักษณะ ๑๘ อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่32 条
  2. Section ๑๓๕

    เพื่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร เจ้ พนัจราจรมีอำนาจกำหนดให้บริเวณหรือพื้นที่ใดที่เจ้าของที่ดินได้เปิดให้ประชาชนใช้ในการจราจรเป็น ทางตามพระราชบัญญัติี้

  3. Section ๑๓๖

    ให้อธิบดีีอำนาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่จะกำหนดและผ่านการ อบรมตามหลักสูตรอาสาจราจรเพื่อให้ทำหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการอบรม รายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกอบรมหลักสูตร อาสาจราจร และหน้าที่ของอาสาจราจร ตลอดจนเครื่องแบบ เครื่องหมาย ให้เป็นไปตามที่อธิบดี กำหนด

  4. Section ๑๓๗

    ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของอาสาจราจรตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้อาสาจราจรเป็นเจ้ พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  5. Section ๑๓๘

    ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้น ทำให้ไม่ปลอดภัยหรือไม่ สะดวกในการจราจรในอาณาบริเวณใดเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการ ได้ตามที่เห็นสมควรและจำเป็นเกี่ยวกับการจราจรในอาณาบริเวณนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยหรือ ความสะดวกในการจราจรดังต่อไปนี้ ๒๓มาตรา ๑๓๔แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ (๑) ห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดหรือคนเดินเท้าเดินในทางสายใดหรือเฉพาะทาง ตอนใด (๒) ห้ามหยุดหรือจอดรถในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (๓) ห้ามเลี้ยวรถ กลับรถหรือถอยหลังรถในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใด (๔) กำหนดทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดให้รถเดินได้ทางเดียว ทั้งนี้ ชั่วระยะเวลาเท่าที่จำเป็น

  6. Section ๑๓๙

    ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกใน การจราจรให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดิน (๒) ห้ามหยุดหรือจอด (๓) ห้ามเลี้ยวรถ กลับรถหรือถอยหลังรถ (๔) กำหนดให้รถเดินได้ทางเดียว (๕) กำหนดระยะเวลาจอดรถในทางแคบหรือที่คับขัน (๖) กำหนดอัตราความเร็วของรถในทางภายในอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (๗) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง (๘) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท (๙) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ (๑๐)กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท (๑๑)กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถโรงเรียน (๑๒)กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจัรยาน (๑๓)ควบคุมขบวนแห่หรือการชุมนุมสาธารณะ (๑๔)ควบคุมหรือห้ามเลี้ยวรถในทางร่วมทางแยก (๑๕) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือ เครื่องหมายจราจร (๑๖) กำหนดระยะทางตอนใดให้ขับรถล้ำเข้าไปในเส้นกึ่งกลางของทางที่ เจ้า พนักงานจราจรกำหนดไว้ได้ (๑๗) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการจอดรถที่ชำรุด หักพัง ตลอดจนรถที่ซ่อมแซม ในทาง (๑๘)กำหนดระเบียบการข้ มทางของคนเดินเท้าบนทางที่ไม่มีทางข้ (๑๙)กำหนดการใช้โคมไฟ (๒๐)กำหนดการใช้เสียงสัญญาณ (๒๑) กำหนดระเบียบการอนุญาตและการใช้รถที่มีล้อหรือส่วนที่สัมผัสกับผิวทาง ไม่ใช่ยาง

  7. Section ๑๔๐

    เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่า ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆจะว่ากล่าวตักเตือน ผู้ขับขี่ หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติด หรือผูกใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็นได้ง่าย สำหรับความผิดที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑มาตรา ๑๕๙มาตรา ๑๖๐มาตรา ๑๖๐ทวิ และมาตรา ๑๖๐ตรี ห้ามมิให้ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบ๒๕ ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงาน จราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องออกใบรับ แทนใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่ไว้ และเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำ ใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้ไปส่งมอบพนักงานสอบสวนภายในแปดชั่วโมง นับแต่เวลาที่ออกใบสั่ง ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ที่ออกให้ตามวรรคสามให้ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่ได้เป็น การชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวัน เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนได้ว่า กล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบปรับและผู้ขับขี่ได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้คืน ใบอนุญาตขับขี่ทันที ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบสั่งแต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ ให้ สันนิษฐานว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเป็นผู้กระทำผิดดังกล่าว เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้อื่น เป็นผู้ขับขี่ การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่ เปรียบเทียบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดี กำหนด ใบสั่งและใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ ให้ทำตามแบบที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด

  8. Section ๑๔๑

    ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถซึ่งได้ับใบสั่งตามมาตรา ๑๔๐อาจเลือก ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่งหรือตามจำนวนที่พ งานสอบสวน แจ้งให้ทราบ ณสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่งหรือสถานที่ที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในวันเวลาที่ระบุไว้ในใบสั่ง (๒) ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่งโดยการส่งธนาณัติ หรือการส่งตั๋วแลก เงินของธนาคารโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน สั่งจ่ายให้แก่อธิบดีพร้อมด้วยสำเนาใบสั่งไปยังสถานที่ และภายในวันเวลา ที่ระบุไว้ในใบสั่ง เมื่อผู้ได้รับใบสั่งได้ชำระค่าปรับครบถ้วนถูกต้องแล้วให้คดีเป็น อันเลิกกัน และในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้ ให้ เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานสอบสวนรีบจัดส่งใบอนุญาตขับขี่ที่เรียกเก็บไว้คืนให้แก่ผู้ได้รับใบสั่ง โดยเร็ว และให้ถือว่าใบรับการส่งธนาณัติ หรือใบรับการส่งตั๋วแลกเงินประกอบกับใบสั่งเป็นใบแทน ใบอนุญาตขับขี่ได้เป็เวลาสิบวัน นับแต่วันที่ส่งธนาณัติ หรือตั๋วแลกเงินดังกล่าว วิธีการชำระค่าปรับ ๒๔มาตรา ๑๔๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๕มาตรา ๑๔๐วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒๖มาตรา ๑๔๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนและวิธีการส่งใบอนุญาตขับขี่คืนให้แก่ผู้ได้รับใบสั่ง ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่อธิบดีกำหนด

  9. Section ๑๔๑ ทวิ

    ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือเจ้ ของรถซึ่งได้รับใบสั่งไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔๑ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ทราบที่อยู่ของผู้ขับขี่หรือที่อยู่ของเจ้าของรถ ให้พนักงานสอบสวนออก หมายเรียกผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถให้มารายงานตัวที่พนักงานสอบสวน ในกรณีดังกล่าวนี้ ผู้ได้รับ หมายเรียกต้องมารายงานตัวตามวัน เวลา และณสถานที่ที่ระบุไว้ในหมายเรียก และให้พนักงาน สอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบและว่ากล่าวตักเตือนผู้ได้รับหมายเรียกดังกล่าว (๒) ในกรณีที่ไม่อาจส่งหมายเรียกให้แก่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถได้ ให้พนักงาน สอบสวนแจ้งเป็นหนังสือไปยังนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และตามกฎหมายว่าด้วยการ ขนส่งทางบก เพื่อให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้มาติดต่อขอชำระภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นไปรายงาน ตัวที่พนังานสอบสวนตามหมายเรีย ถ้ ผู้มาติดต่อขอชำระภาษีประจำปีเป็เพียงตัวแทนของ เจ้าของรถ ให้ผู้มาติดต่อแจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อไปรายงานตัวที่พนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ในกรณีดังกล่าวนี้ ให้นายทะเบียนงดรับชำระภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้นไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่า จะได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่าได้มีการปฏิบัติตามหมายเรียกนั้นแล้ว การงดรับชำระภาษี ประจำปีไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นไม่ต้องชำระเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการ ขนส่งทางบกแล้วแต่กรณี

  10. Section ๑๔๒

    เจ้าพนังานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่หยุด รถในเมื่อ (๑) รถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ (๒) เห็นว่าผู้ขับขี่หรือบุคคลใดในรถนั้นได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆ ในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ขับขี่ ฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ (๒) ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ มีการทดสอบผู้ขับขี่ดังกล่าวว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ หรือเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หรือไม่๒๙ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ทดสอบให้เจ้าพนังานจราจร พนักงาน สอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ดำเนินการทดสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่ จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้ารทดสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และเมื่อผู้นั้นยอมให้ทดสอบแล้ว หากผลการ ทดสอบปรากฏว่าไม่ได้ฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ (๒) ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที๓๐ ๒๗มาตรา ๑๔๑ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๘มาตรา ๑๔๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๒๙มาตรา ๑๔๒วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๐มาตรา ๑๔๒วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ การทดสอบตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง๓๑

  11. Section ๑๔๓

    ถ้าปรากฏว่ ผู้ขับขี่นำรถที่มีสภาพไม่ถูกต้องตามมาตรา ๖ไปใช้ ในทางนอกจากจะต้องรับโทษตามบทบัญญัตินั้น ๆแล้ว เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มี อำนาจสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ซ่อมหรือแก้ไขรถให้ถูกต้อง

  12. Section ๑๔๓ ทวิ

    เจ้าพนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมี อำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถเพื่ อทำการตรวจสอบในเมื่อรถนั้นมีสภาพไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๐ทวิ และมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับการใช้รถนั้นเป็นการชั่วคราว และให้เจ้าของรถ หรือผู้ขับขี่ซ่อมหรือแก้ไขรถให้ถูกต้อง

  13. Section ๑๔๔

    เมื่อเจ้ ของรถหรือผู้ขับขี่ได้ซ่อมหรือแก้ไขรถถู ต้องตามคำสั่งเจ้า พนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการ ซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๔๓หรือมาตรา ๑๔๓ทวิ แล้ว ให้นำรถไปให้เจ้าพนักงานจราจรหรือผู้ที่อธิบดีแต่งตั้งให้มีอำนาจตรวจรถตรวจรับรองเจ้าของรถ หรือผู้ขับขี่จะนำรถออกใช้ในทางได้เมื่อได้รับใบตรวจรับรอง การตรวจรับรองรถตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  14. Section ๑๔๕

    บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้นอกจากความผิดที่กำหนดโทษ ไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑มาตรา ๑๕๙มาตรา ๑๖๐มาตรา ๑๖๐ทวิ และมาตรา ๑๖๐ตรี ให้พนัก สอบสวนผู้มีอำนาจทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอำนาจ เปรียบเทียบหรือว่ กล่าวตักเตือนได้ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ได้ขับรถชนหรือโดนคนเดินเท้าที่ข้ามทางนอกทางข้ามและอยู่ใน ระหว่างทางข้ามกับเครื่องหมายจราจรแสดงเขตทางข้ามหรือที่ข้ามทางนอกทางข้ามโดยลอดข้าม หรือผ่านสิ่งปิดกั้น หรือแผงปิดกั้นที่เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่นำมาวางหรือตั้งอยู่บน ทางเท้าหรือกลางถนน เมื่อพนักงานสอบสวนมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาได้ใช้ความ ระมัดระวังตามความในมาตรา ๓๒แล้ว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจปล่อยตัวผู้ต้องหาไปชั่วคราว โดยไม่มีประกันได้ เมื่อผู้ต้องหาหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องร้องขอ

  15. Section ๑๔๖

    เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้รับในกรุงเทพมหานครหรือใน จังหวัดใด หรือในท้องถิ่นที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดให้แบ่งให้แก่กรุ เทพมหานครหรือ ๓๑มาตรา ๑๔๒วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๒มาตรา ๑๔๓ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๓มาตรา ๑๔๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๔๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ เทศบาลในจังหวัดนั้นเพื่อใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจราจร ในอัตราร้อยละห้าสิบของจำนวนเงิน ค่าปรับ หรือให้ตกเป็นของท้องถิ่นที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดทั้งหมด ลัษณะ๑๙ บทกำหนดโทษ

  16. Section ๑๔๗

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒มาตรา ๗๙มาตรา ๘๐ มาตรา ๘๑มาตรา ๘๒มาตรา ๑๐๓มาตรา ๑๐๔มาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๖มาตรา ๑๑๕มาตรา ๑๑๖มาตรา ๑๑๗มาตรา ๑๓๑หรือมาตรา ๑๓๒ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท

  17. Section ๑๔๘

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๘วรรคหนึ่ง มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑มาตรา ๑๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๐มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗มาตรา ๓๘มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๔มาตรา ๕๑มาตรา ๕๔มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘มาตรา ๖๐มาตรา ๖๒มาตรา ๖๓มาตรา ๖๘มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐มาตรา ๗๑มาตรา ๗๓วรรคสองมาตรา ๗๔มาตรา ๗๖มาตรา ๘๓มาตรา ๘๔มาตรา ๘๗มาตรา ๘๘มาตรา ๙๖วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๗มาตรา ๑๐๑มาตรา ๑๐๗มาตรา ๑๐๘มาตรา ๑๐๙มาตรา ๑๑๐มาตรา ๑๑๑มาตรา ๑๑๒มาตรา ๑๑๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๑๘มาตรา ๑๑๙ มาตรา ๑๒๐มาตรา ๑๒๑มาตรา ๑๒๒วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม มาตรา ๑๒๓มาตรา ๑๒๔มาตรา ๑๒๖มาตรา ๑๒๙หรือมาตรา ๑๓๓ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ถ้าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กระทำความผิดตามมาตรา ๑๒๒วรรคสองผู้กระทำต้อง ระวางโทษเป็นสองเท่ ของโทษที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง

  18. Section ๑๔๙

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๘วรรคสองหรือวรรคสามต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

  19. Section ๑๕๐

    ผู้ใด (๑) ไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๘วรรคสองหรือ มาตรา ๑๔วรรคสอง (๒) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๑๓วรรคสอง (๓) ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๘ (๔) ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๑๓หรือ (๕) ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้ หน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๔๐วรรค สองต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ๓๕มาตรา ๑๔๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐

  20. Section ๑๕๑

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๓๙ มาตรา ๕๒มาตรา ๖๑หรือมาตรา ๖๖ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองร้อยบาทถึงห้ ร้อยบาท

  21. Section ๑๕๒

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗มาตรา ๑๐ทวิ มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๕วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๖มาตรา ๒๑วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒มาตรา ๒๓(๑) มาตรา ๒๔มาตรา ๒๕มาตรา ๒๖มาตรา ๒๙มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๖มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๗วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๓วรรคหนึ่งหรือวรรคสามมาตรา ๗๗วรรคหนึ่ง มาตรา ๘๕มาตรา ๘๖มาตรา ๘๙วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๐มาตรา ๙๑มาตรา ๙๒มาตรา ๙๓มาตรา ๙๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๕มาตรา ๙๙มาตรา ๑๒๗มาตรา ๑๒๘หรือมาตรา ๑๓๐หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๑๕วรรคสองหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๗วรรค สองหรือมาตรา ๙๖วรรคสองต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ พันบาท

  22. Section ๑๕๓

    ผู้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยใช้รถแท็ซี่ผู้ใดไม่จอดรถ ณสถานที่ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามมาตรา ๑๐๒ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพัน บาท

  23. Section ๑๕๔

    ผู้ใด (๑) ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๘วรรค หนึ่ง หรือมาตรา ๑๔๒วรรคหนึ่ง (๒) ฝ่าฝืนคำสั่ง ข้อบัคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานจราจรตามมาตรา ๑๓๙ (๓) ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มาตรา ๑๔๒วรรคสองหรือ (๔) ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการตามมาตรา ๑๔๓ทวิ ถ้าไม่เป็นความผิดที่กำหนดโทษไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษปรับครั้ง ละไม่เกินหนึ่งพันบาท

  24. Section ๑๕๕

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔๑โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

  25. Section ๑๕๖

    ผู้ใดนำรถที่เจ้าพนักงานจราจร พนักงานเจ้าหน้ ที่ หรือผู้ตรวจการ ได้สั่งให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ซ่อมหรือแก้ไขตามมาตรา ๑๔๓หรือมาตรา ๑๔๓ทวิ ไปใช้ในทางโดย ยังมิได้รับใบตรวจรับรองตามมาตรา ๑๔๔ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับรายวันอีก วันละห้าร้อยบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ๓๖มาตรา ๑๕๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๓๗มาตรา ๑๕๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๘มาตรา ๑๕๖แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๕๗๓๙ ผู้ใดฝ่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๕มาตรา ๔๓(๓) (๔) (๖) (๗) หรือ (๙) มาตรา ๔๕มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๘มาตรา ๕๓มาตรา ๖๕วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๑๒๕ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท

  26. Section ๑๕๗

    ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวนพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการที่ให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา ๔๓ทวิ หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการที่ให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ตามมาตรา ๔๓ตรี ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ใน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอีกหนึ่งใน สาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือน หรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับขี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท และให้ ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาทและให้ ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิก ถอนใบอนุญาตขับขี่

  27. Section ๑๕๘

    ผู้ใดฝ่ ฝื หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘หรือ มาตรา ๑๐๐วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๗วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  28. Section ๑๕๙

    ผู้ขับขี่ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามมาตรา ๕๙วรรคหนึ่ง หรือขัดขวางเจ้าพนักงานจราจรหรือพนังานเจ้าหน้าที่มิให้ เคลื่อนย้ายรถ หรือมิให้ใช้เครื่องมือบังคับรถมิให้เคลื่อนย้ายตามมาตรา ๕๙วรรคสองต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้ พับาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องมือบังคับรถ มิให้เคลื่อนย้าย หรือเคลื่อนย้ายรถที่เจ้าพนักงานจราจรหรือพนังานเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องมือบังคับมิ ๓๙มาตรา ๑๕๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๔๐มาตรา ๑๕๗/๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๑มาตรา ๑๕๙แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้เคลื่อนย้ายตามมาตรา ๕๙วรรคสอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงาน สอบสวนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

  29. Section ๑๖๐

    ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๘ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗๘เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือตาย ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้ง จำทั้งปรับ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) (๕) หรือ (๘) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือ ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ๔๓

  30. Section ๑๖๐ ทวิ

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓๔ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของ ผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

  31. Section ๑๖๐ ตรี

    ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหกเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทและให้ ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้ การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงหกปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท และให้ ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมี หนดไม่น้อยกว่าสองปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้อง ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิก ถอนใบอนุญาตขับขี่

  32. Section ๑๖๑

    ในกรณีท่ผู้ ขับขี่ผู้ใดได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจทาง ๔๒มาตรา ๑๖๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๔๓มาตรา ๑๖๐วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๔มาตรา ๑๖๐ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๔๕มาตรา ๑๖๐ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๖มาตรา ๑๖๑แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ หลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีอำนาจสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมี กำหนดครั้งละไม่เกินหกสิบวัน ผู้สั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่งอาจบันทึกการยึดและคะแนนไว้ด้านหลัง ใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกยึดและดำเนินการอบรมทดสอบผู้ขับขี่ที่กระทำผิดซ้ำตั้งแต่สองครั้งภายในหนึ่งปี รวมทั้งสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ที่เสียคะแนนมากของผู้ขับขี่นั้นมีกำหนดครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน การดำเนินการบันทึกคะแนนอบรมทดสอบผู้ขับขี่ที่กระทำผิด และการพักใช้ ใบอนุญาตขับขี่ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ขับขี่ซึ่งถูกสั่งยึดใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่ง หรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ตาม วรรคสองมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกสั่งยึดหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับ ขี่ ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคสี่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ ถ้า ไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าอธิบดีวินิจฉัยไม่ให้ยึดใบอนุญาตขับขี่ หรือไม่พักใช้ ใบอนุญาตขับขี่ตามคำอุทธรณ์ของผู้ขับขี่ คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด

  33. Section ๑๖๒

    ในคดีที่ผู้ขับขี่ต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆนอกจากจะได้รับโทษสำหรับการกระทำดังกล่าว แล้ว ถ้าศาลเห็นว่าหากให้ผู้นั้นขับรถต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ให้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นได้ ในกรณีที่ศาลเห็นว่า พฤติกรรมของผู้กระทำผิดตามวรรคหนึ่งยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไข ฟื้นฟูได้ ศาลอาจมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นและให้ผู้นั้นทำงานบริการสังคมหรือทำงาน สาธารณประโยชน์ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยให้อยู่ในความดูแลของพนักงานคุม ประพฤติเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริการสังคม การ กุศลสาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ที่ยินยอมรับดูแลด้วยก็ได้ และถ้าความปรากฏในภายหลังว่า ผู้กระทำผิดดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ให้ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ขับขี่ของผู้นั้นตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดขับขี่รถในระหว่างที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามคำสั่งของศาล ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท มาตรา ๑๖๓ คดีที่มีผู้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับทางหลวงหรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้น ๆถ้า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่สัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำหรือติดตั้งไว้ เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้กระทำความผิด ให้พนังานอัยการ เรียกราคาหรือค่าเสียหายสำหรับสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรดังกล่าวด้วย ๔๗มาตรา ๑๖๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากการคมนาคมและขนส่งทาง บกได้เจริญก้ วหน้ ขยายตัวไปทั่วประเทศและเชื่ อมโยงไปยัประเทศใกล้เคีย และจำนวน ยานพาหนะในท้องถนนและทางหลวงได้ทวีจำนวนขึ้นเป็นลำดับ ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็น ภาคีในอนุสัญญาว่ ด้วยการจราจรทางถนนและพิธีสารว่าด้วยเครื่องหมายและสัญญาณตามถนน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกซึ่งได้ใช้บังคับมากว่าสี่สิบปี ให้เหมาะสมกับสภาพ การจราจรและจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น และเพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของประชาชน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๒๒๔๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติ นี้ให้ใช้บังคับตั้ แต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒บางมาตรามีลักษณะไม่เหมาะสมและบกพร่องขัดต่อการ ปฏิบัติในบางท้องที่ จึงเห็นสมควรที่จะตราพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ขึ้น พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๙๔๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติจราจรทาง บกพ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มีบทบัญญัติห้ามรถบรรทุกและรถบรรทุ คนโดยสารแล่ ในช่องทางเดินรถด้านขวามือ ข้อห้ามนี้รวมถึงรถบรรทุกเล็กที่มีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อย กิโลกรัมด้วย แต่รถดังกล่าวมิใช่รถที่มีความเร็วช้าหรือใช้ความเร็วต่ำ จึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้ขับรถ ในช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด การบังคับเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้รถดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรมสมควรให้ รถบรรทุกเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม สามารถใช้ทางเดินรถขวามือได้ จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่ ชาติ ฉบับที่ ๓๙เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติ กฎหมายว่าด้วย จราจรทางบกลงวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔๕๐ ๔๘ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๙๖/ตอนที่ ๒๑๑/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๙ธันวาคม๒๕๒๒ ๔๙ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่๑๘๐/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๗ตุลาคม๒๕๒๙ ๕๐ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๐๘/ตอนที่ ๓๗/ฉบับพิเศษหน้า๓๒/๒๘กุมภาพัธ์ ๒๕๓๔ โดยที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันกฎหมาย ว่ ด้วยจราจรทางบกได้บัญญัติให้อ นาจเจ้ พนังานจราจรหรือพนักงานเจ้ หน้ ที่มีอำนาจ เคลื่อนย้ายรถที่จอดหรือหยุดโดยฝ่าฝืนกฎหมายได้ แต่ยังไม่เป็นการเพียงพอที่จะให้เจ้าของรถหรือผู้ ขับขี่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายสมควรเพิ่มมาตรการให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ เคลื่อนย้ายหรือไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ รวมทั้งค่าดูแลรักษานั้นด้วย ข้อ ๒ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัด จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕๕๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้วบทบัญญัติบางประการแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัยใน การจราจร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๓๘๕๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา มาตรา ๔ ในกรณีของรถยนต์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้ผู้ขับขี่รถยนต์และคนโดยสารรถยนต์นั้น ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๒๓วรรค สองแห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ เป็นเวลา สองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบัน อุบัติเหตุจาก การจราจรทางบกมีผลต่อการพัฒนาประเทศโดยตรงและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเป็นอันมาก สมควรกำหนดมาตรการเพื่อสร้างความปลอดภัยและลดความรุนแรงของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ ๕๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่๓๙/หน้า๔๔/๖เมษายน๒๕๓๕ ๕๒ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๑๒/ตอนที่ ๔๒ก/หน้า ๑/๖ตุลาคม๒๕๓๘ ขับขี่รถยนต์และคนโดยสารรถยนต์ โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับ ที่นั่งในขณะขับขี่รถยนต์ และต้องจัดให้ นโดยสารรถยนต์ซึ่งนั่งที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับที่นั่งผู้ขับขี่ รถยนต์รัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งในขณะโดยสารรถยนต์ และคนโดยสารรถยนต์ดังกล่าว ต้องรัดร่างกายด้วยเข็ขัดนิ ภัยไว้กับที่ั่ งในขณะโดยสารรถยนต์ด้วย จึ จำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒๕๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันอุบัติเหตุร้ายแรงที่ เกิดขึ้นบนท้องถนนอันเป็นเหตุให้เกิดอัตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลต่าง ๆ้น มีสาเหตุส่วน หนึ่งเนื่องมาจากผู้ขับขี่เมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่ม แอมเฟตามีนในขณะขับรถแม้จะได้มีการจับกุมปราบปรามและป้องกันมิให้ผู้ขับขี่เสพหรือเมาสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวในขณะขับรถแล้วก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่ายังมีผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนอยู่อีก สมควรกำหนดให้ ผู้ตรวจการตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและผู้ตรวจการตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์มีอำนาจ ดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบหรือการตรวจสอบของมึนเมาหรือสารเสพติดดังกล่าวในผู้ขับขี่ได้ เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเพื่อเป็น การแบ่ เบาภาระของเจ้าพนักงานดักล่ วและปรับปรุ อำนาจหน้าที่ของเจ้ พนังานจราจร พนักงานสอบสวนพนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้ตรวจการให้สามารถดำเนินการทดสอบหรือตรวจสอบ ตลอดจนจับกุมปราบปราบผู้ขับขี่ซึ่งเมาสุราหรือของเมาอย่ งอื่นหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาทกลุ่มแอมเฟตามีนในขณะขับรถให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดความปลอดภัย ในท้องถนนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐๕๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา มาตรา ๓ ให้แก้ไขคำว่า “รถยนตร์”“รถจักรยานยนตร์”และ“เครื่องยนตร์”ใน พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่ มเติม เป็นคำว่ “รถยนต์” “รถจักรยานยนต์”และ“เครื่องยนต์”ทุกแห่ง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันการโดยสาร รถจักรยานยนต์เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายและจำนวนอุบัติเหตุอันเนื่องจากรถจัรยานยนต์ได้เพิ่ม ๕๓ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่๒๐ก/หน้า ๑๓/๒๕มีนาคม๒๕๔๒ ๕๔ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐๑ก/หน้า ๑/๒๙ธันวาคม๒๕๕๐ มากขึ้น ประกอบกับการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอันเนื่องมาจากการขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมา อย่างอื่น หรือเสพยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทได้เพิ่มสู ขึ้นด้วย สมควร กำหนดให้คนโดยสารรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตราย และ กำหนดให้ความผิดของผู้ขับขี่ที่ได้ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น เป็นความผิดที่ไม่อาจว่า กล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบได้ รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับความผิดฐานขับรถ ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น หรือเสพยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ตลอดจนปรับปรุงประเภทของรถที่ใช้บรรทุกคนสัตว์ หรือสิ่งของให้ครอบคลุมถึงการบรรทุกของรถ ทุกประเภทด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๑๕๕ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัน ผู้ขับขี่ใช้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนและก่อให้เกิดอันตรายแก่ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคล สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อกำหนดห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ เว้นแต่ในกรณีการใช้ โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับ โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น จึ จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ กมลฤทัย/ปรับปรุง ๔เมษายน๒๕๕๖ สุพิชชา/ตรวจ ๑๘เมษายน๒๕๕๖ ๕๕ราชกิจจานุเบกษา เล่ ๑๒๕/ตอนที่ ๓๑ก/หน้า ๑/๘กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

附注与脚注

๔มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐

๑๕มาตรา ๕๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๙มาตรา ๗๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ รถฉุกเฉิน

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
机构发布页面
https://www.motorway.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.motorway.go.th/wp-content/uploads/2019/12/34-2522-%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.-%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81.pdf45 pp.
File checksum
sha256:640433e048c037703a1d9970c4f7caeeaa7ac4011f99b9d1a14cfcdd41929ef8Pulled at 2026-08-24T04:57:05.341Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522