This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑

本册其他条目

มหาวิภังค์ ปฐมภาค เวรัญชกัณฑ์มหาวิภังค์ ปฐมภาค ปาราชิกกัณฑ์ ปฐมปาราชิกสิกขาบทปฐมปาราชิกสิกขาบท อนุบัญญัติที่ ๑ เรื่องลิงตัวเมียปฐมปาราชิกสิกขาบท อนุบัญญัติที่ ๒ เรื่องภิกษุวัชชีบุตรมหาวิภังค์ ปฐมภาค ปฐมปาราชิกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ปฐมปาราชิกสิกขาบท ลักษณะสิกขาที่ไม่เป็นอันบอกคืน และที่เป็นอันบอกคืนปฐมปาราชิกสิกขาบท บทภาชนีย์ มรรคภาณวารปฐมปาราชิกสิกขาบท บทภาชนีย์ อสันถตภาณวาร - อนาปัตติวารปฐมปาราชิกสิกขาบท วินีตวัตถุ อุทานคาถา เรื่องลิงตัวเมียเป็นต้นมหาวิภังค์ ปฐมภาค ปาราชิกกัณฑ์ ทุติยปาราชิกสิกขาบททุติยปาราชิกสิกขาบท อนุบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทุติยปาราชิกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์ทุติยปาราชิกสิกขาบท บทภาชนีย์ มาติกา ภุมมัฏฐวิภาคเป็นต้นทุติยปาราชิกสิกขาบท อาณัตติกประโยคทุติยปาราชิกสิกขาบท อาการแห่งอวหารทุติยปาราชิกสิกขาบท อนาปัตติวารทุติยปาราชิกสิกขาบท วินีตวัตถุ อุทานคาถา เรื่องช่างย้อม ๕ เรื่องเป็นต้นมหาวิภังค์ ปฐมภาค ปาราชิกกัณฑ์ ตติยปาราชิกสิกขาบทตติยปาราชิกสิกขาบท อนุบัญญัติ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ และสิกขาบทวิภังค์ตติยปาราชิกสิกขาบท บทภาชนีย์ มาติกา มาติกาวิภังค์ตติยปาราชิกสิกขาบท อนาปัตติวาร วินีตวัตถุ อุทานคาถา เรื่องพรรณนาเป็นต้นจตุตถปาราชิกสิกขาบท เรื่องภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาจตุตถปาราชิกสิกขาบท พระปฐมบัญญัติและพระอนุบัญญัติจตุตถปาราชิกสิกขาบท สิกขาบทวิภังค์และบทภาชนีย์จตุตถปาราชิกสิกขาบท สุทธิกะฌานเป็นต้นจตุตถปาราชิกสิกขาบท ขัณฑจักรจตุตถปาราชิกสิกขาบท ปัจจยปฏิสังยุตวารกถา เปยยาล ๑๕ หมวดจตุตถปาราชิกสิกขาบท อนาปัตติวาร ... วินีตวัตถุปาราชิกกัณฑ์ บทสรุปปาราชิก ๔ สิกขาบทเตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๔เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ ธนักกีตาจักร ... มุหุตติกาจักรสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ มาตุรักขิตาจักร ... สปริทัณฑาจักรสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ อุภโตพัทธกจักร ... สปริทัณฑาจักรสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุรับคำ ... ภิกษุจัดการสำเร็จและบอกเคลื่อนคลาดสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕ อนาปัตติวาร วินีตวัตถุเตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๖เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๗เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๘เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๙เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๐เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๑เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๒เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๓เตรสกัณฑ์ บทสรุปสังฆาทิเสสอนิยตกัณฑ์ อนิยต สิกขาบทที่ ๑อนิยตกัณฑ์ อนิยต สิกขาบทที่ ๒อนิยตกัณฑ์ อนิยต บทสรุป

经典

เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๒

อรรถกถาแปลไทย

39 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๒ ทุพพจสิกขาบทวรรณนา

ทุพพจสิกขาบทว่า เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เป็นต้น

ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป :-

ในทุพพจสิกขาบทนั้น มีวินิจฉัยดังนี้ :-

[แก้อรรถปฐมบัญญัติเรื่องพระฉันนะ]

สองบทว่า อนาจารํ อาจรติ มีความว่า ย่อมกระทำการล่วงละเมิดทางกายทวารและวจีทวาร มีอเนกประการ.

คำว่า กึ นุ โข นาม นี้ เป็นการกล่าวข่ม (ผู้อื่น).

คำว่า อหํ โข นาม เป็นคำยก (ตน).

ด้วยคำว่า ตุมฺเห วเทยฺย ท่านแสดงว่า เราควรจะว่ากล่าวพวกท่านว่า พวกท่าน จงกระทำอย่างนี้ อย่ากระทำอย่างนี้.

หากผู้ถามจะถามว่า เพราะเหตุไร?

ตอบว่า เพราะพระฉันนะกล่าวหมายเอาความประสงค์เป็นต้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงม้ากัณฐกะเสด็จออกพร้อมกับเรา ทรงผนวชแล้ว. ครั้นกล่าวว่า พระธรรมของเราแล้ว เมื่อจะแสดงยุติในความเป็นของๆ ตนอีก จึงกล่าวว่า พระธรรมนี้ พระลูกเจ้าของเรา ได้ตรัสรู้แล้ว ดังนี้.

มีคำอธิบายว่า เพราะว่า สัจจธรรม ๔ อันพระลูกเจ้าของเราแทงตลอดแล้ว ฉะนั้น แม้พระธรรมก็เป็นของเรา. แต่สำคัญพระสงฆ์ว่า ตั้งอยู่ในฝักฝ่ายแห่งคนคู่เวรของตน จึงไม่กล่าวว่า พระสงฆ์ของเรา. แต่ใคร่จะกล่าวเปรียบเปรยรุกรานสงฆ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า เสยฺยถาปิ นาม ดังนี้.

บทว่า ติณกฏฺฐปณฺณสฏํ ได้แก่ หญ้า ไม้ และใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นตกไปในสถานที่นั้นๆ. อีกอย่างหนึ่ง หญ้าด้วย ไม้เบาไม่มีแก่นด้วย เหตุนั้นจึงชื่อว่า หญ้าและไม้. ใบไม้แห้ง ชื่อว่า ปัณณสฏะ.

บทว่า อุสฺสาเทยฺย ได้แก่ พัดไปกองรวมไว้.

บทว่า ปพฺพเตยฺย ได้แก่ เกิดจากภูเขา. จริงอยู่ แม่น้ำนั้นมีกระแสอันเชี่ยว เพราะฉะนั้น ท่านจึงระบุเอาแต่แม่น้ำนั้นเท่านั้น.

ในคำว่า สงฺขเสวาลปณกํ นี้ มีวินิจฉัยดังนี้ :-

สาหร่ายที่มีใบ มีรากยาว เรียกว่า จอก. สาหร่ายสีเขียว เรียกว่าสาหร่าย. สาหร่ายที่เหลือ มีตะไคร้น้ำและแหนเป็นต้น แม้ทั้งหมดถึงการนับว่า แหน.

ด้วยคำว่า เอกโต อุสฺสาทิตา ท่านแสดงว่า แม้อันใครๆ ประมวลมาแล้ว คือทำเป็นกองไว้ในที่เดียวกัน.

บทว่า ทุพฺพจชาติโก ได้แก่ มีภาวะแห่งบุคคลผู้ว่ายาก.

อธิบายว่า ผู้อันใครๆ ไม่อาจว่ากล่าวได้.

แม้ในบทภาชนะแห่งบทว่า ทุพฺพจชาติโก นั้น บทว่า ทุพฺพโจ ได้แก่ ผู้อันเขากล่าวสอนได้โดยยาก คือโดยลำบาก.

มีคำอธิบายว่า อันใครๆ ไม่อาจว่ากล่าวได้โดยง่าย.

บทว่า โทวจสฺสกรเณหิ คือ (ด้วยธรรม) อันกระทำความเป็นผู้ว่ายาก.

อธิบายว่า ก็ธรรมทั้งหลายเหล่าใด ย่อมทำบุคคลให้เป็นผู้ว่ายาก, เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น.

ก็บัณฑิตพึงทราบธรรมเหล่านั้นมี ๑๙ อย่าง คือความเป็นผู้มีความปรารถนาลามก ๑ ความยกตนข่มผู้อื่น ๑ ความเป็นคนมักโกรธ ๑ ความผูกโกรธ เพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความเป็นผู้มักระแวงเพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความเป็นผู้เปล่งวาจาใกล้ต่อความโกรธเพราะความโกรธเป็นเหตุ ๑ ความกลับเป็นผู้โต้เถียงโจทก์ ๑ ความเป็นผู้กลับรุกรานโจทก์ ๑ ความเป็นผู้กลับปรักปรำโจทก์ ๑ ความกลบเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น ๑ ความเป็นผู้ไม่พอใจตอบด้วยความประพฤติ ๑ ความเป็นผู้ลบหลู่ตีเสมอ ๑ ความเป็นคนริษยาเป็นคนตระหนี่ ๑ ความเป็นคนโอ้อวดเจ้ามายา ๑ ความเป็นคนกระด้างดูหมิ่นผู้อื่น ๑ ความเป็นคนถือแต่ความเห็นของตน ๑ ความเป็นคนถือรั้น ๑ ความเป็นผู้ถอนได้ยาก ๑ อันมาแล้วในอนุมานสูตรตามลำดับ โดยนัยมีว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมอันทำความเป็นคนว่ายากเหล่าไหน? ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ดังนี้ เป็นต้น.

ผู้ใดไม่อด ไม่ทนโอวาท, เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่า อักขมะ. ผู้ใด เมื่อไม่ปฏิบัติตามที่ท่านพร่ำสอน ไม่รับอนุสาสนีโดยเบื้องขวา เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่ามีปกติไม่รับโดยเบื้องขวาซึ่งอนุสาสนี.

____________________________

มีเพียง ๑๘ แม้ในอนุมานสูตร ก็มีเพียง ๑๖. ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๒๒๑.

บทว่า อุทฺเทสปริยาปนฺเนสุ ได้แก่ นับเนื่องในอุเทศ คือรวมลงในภายใน. ความว่า เป็นไปภายในปาฏิโมกขุทเทส เพราะท่านสงเคราะห์อย่างนี้ว่า อาบัติมีแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเปิดเผย.

สองบทว่า สหธมฺมิกํ วุจฺจมาโน ได้แก่ อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่โดยชอบสหธรรม. นี้เป็นทุติยาวิภัตติลงในอรรถแห่งตติยาวิภัตติ.

อธิบายว่า อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่ ด้วยสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ อันได้นามว่า สหธรรมิก เพราะเป็นสิกขาอันสหธรรมิก ๕ พึงศึกษา หรือเพราะเป็นของสหธรรมิก ๕ เหล่านั้น.

คำว่า วิรมถายสฺมนฺโต มม วจนาย มีความว่า พวกท่านว่ากล่าวข้าพเจ้าด้วยคำใด, จงเลิกจากคำนั้น ตามคำของข้าพเจ้า. มีคำอธิบายว่า พวกท่านจงอย่ากล่าวคำนั้นกะข้าพเจ้า.

คำว่า วเทตุ สหธมฺเมน มีความว่า ท่านผู้มีอายุจงว่ากล่าวด้วยสิกขาบทอันเป็นสหธรรม หรือด้วยคำแม้อื่นอันเป็นสหธรรม คือเป็นไปเพื่อความเลื่อมใส.

ศัพท์ว่า ยทิทํ เป็นนิบาต ลงในอรรถ คือแสดงเหตุแห่งความเจริญ.

ด้วยคำว่า ยทิทํ นั้น ย่อมเป็นอันท่านแสดงเหตุแห่งความเจริญของบริษัทอย่างนี้ว่า การพูดแนะประโยชน์แก่กันและกัน และการยังกันและกันให้ออกจากอาบัตินี้ใด, บริษัทเจริญแล้ว ด้วยการว่ากล่าวกันและด้วยการยังกันและกันให้ออกจากอาบัตินั้น.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวง ตื้นทั้งนั้น.

แม้สมุฏฐานเป็นต้น ก็เป็นเช่นกับปฐมสังฆเภทสิกขาบทนั้นแล.

ทุพพจสิกขาบทวรรณนา จบ. ------------------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร